ชี้หากไม่เร่งพัฒนาส่อเสียโอกาสแข่งขัน
“ไอซีดีแอล” เผยทักษะด้านดิจิทัลประเทศไทยยังต่ำ ล้าหลังทั้งเพื่อนบ้านอาเซียน-ทั่วโลก ชี้หากไม่เร่งพัฒนาส่อเสียโอกาสแข่งขัน ต้องพร้อมกว่านี้หากต้องการผลักดันประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0
นางสาวทีนา วู ผู้จัดการทั่วไป ไอซีดีแอล ภูมิภาคเอเชีย สถาบันวัดระดับทักษะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า วิกฤติขาดแคลนทักษะความสามารถการใช้ดิจิทัล รวมถึงคอมพิวเตอร์พื้นฐาน (Digital Literacy) กำลังเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
โดยขณะนี้ สถานะไทยตามหลังทั้งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน รวมถึงระดับโลก ดังนั้นจำเป็นต้องยกระดับการศึกษาพื้นฐาน นับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งพัฒนาทักษะความสามารถให้ประชากร รองรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงการใช้งานดิจิทัลต่างๆ ในองค์กรธุรกิจ และที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ
ผลสำรวจระบุว่า เทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ไทยทำได้เพียง 11% ขณะที่สิงคโปร์ 80% มาเลเซีย 40%
“สถานะของประเทศไทยยังคงอยู่ในสถานะที่ต่ำมาก หากมีความจริงจังที่จะขับเคลื่อนประเทศด้วยดิจิทัลต้องเร่งมือทำอะไรบางอย่าง มิเช่นนั้นอนาคตภาวะความขาดแคลนอาจเข้าขั้นวิกฤติได้”
ไอซีดีแอลได้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่รัฐบาลไทยจะตัดสินใจลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื่นฐานด้านดิจิทัล แต่คำถาม คือ เมื่อลงทุนไปแล้วใครจะเป็นผู้ใช้งาน
ปัจจุบัน เทรนด์ทั่วโลกตำแหน่งงานกว่า 90% ที่เปิดรับสมัครต้องการผู้ที่มีทักษะความรู้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน ที่ผ่านมาเช่นในสิงคโปร์ เมื่อบุคลากรมีความรู้ความสามารถโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด เอ็กเซล และเพาเวอร์พอยต์ ส่งผลให้ทำงานเร็วขึ้น 17 นาทีต่อวัน
บทบาทของไอซีดีแอลซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เร่งผสานความร่วมมือไปกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ที่ผ่านมาได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านไอทีกับหลายองค์กร
ขณะเดียวกัน ร่วมเข้าไปช่วยจัดทำมาตรฐาน จัดอบรมให้ความรู้ สนับสนุนการสอบวัดระดับ ทั้งได้ปรับลดราคาค่าสอบวัดระดับให้ถูกลงกว่าเดิมมากกว่า 50% เพื่อรองรับนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี พร้อมทำให้คนไทยเข้าถึงได้มากที่สุด
เบื้องต้นแพ็คเกจต่อคน สำหรับ 4 วิชา (จนกว่าจะสอบผ่านโดยไม่มีหมดอายุ) ประมาณ 3,000 บาท แพ็คเกจมาตรฐาน 7 วิชา ราว 7,000 บาท และขั้นสูง วิชาละ 9,000 บาท
"ปีนี้หลังจากที่เราเข้าไปร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ มากขึ้นคาดว่าน่าจะเริ่มได้เห็นกระแสความสนใจการเข้ามาสอบวัดระดับ จากนั้นจะเพิ่มขึ้นชัดเจนในปีหน้า"
ไอซีดีแอล มั่นใจว่ารัฐบาลไทยเองจะให้ความสำคัญและเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรมากขึ้นตามลำดับ ด้วยเรื่องนี้มีความสำคัญทั้งช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับธุรกิจ
ปัจจุบัน ศูนย์สอบของไอซีดีแอลในประเทศไทยมีอยู่ 32 แห่งทั่วประเทศ แต่ทั้งนี้ยอมรับว่า แม้เข้ามาทำงานในไทยกว่า 5 ปี ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ฉะนั้นงานสำคัญปีนี้และต่อไปจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนมากขึ้น





