ข้อมูลโดยเว็บไซต์หางาน “จ็อบส์ ดีบี” เผยว่าธุรกิจในประเทศไทยกว่า 85% กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานสายการตลาดดิจิทัล
นางสาวนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลต่อว่า ตัวเลขดังกล่าวประเมินเพียงเชิงปริมาณ หากวัดกันเชิงคุณภาพ หรือทักษะความสามารถที่ต้องการจริงตัวเลขจะยิ่งสูงกว่านี้
ปัจจุบันตัวเลขความต้องการตำแหน่งงานการตลาดดิจิทัลมีมากกว่า 5,000 ตำแหน่ง แต่มีผู้สนใจสมัครงานในสายดังกล่าวเพียง 700 ตำแหน่ง ส่งผลให้ตลาดขาดแคลนตำแหน่งนี้ถึง 85% ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสื่อดิจิทัลและการตลาดออนไลน์ และเศรษฐกิจในประเทศไทย
สภาวะที่เกิดขึ้นดังกล่าวสวนทางกับตัวเลขผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่มีกว่า จำนวน 38 ล้านคน หรือคิดเป็น 56% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
ขณะเดียวกัน งบการใช้จ่ายโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2558 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 8,084 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 22% มูลค่า 9,883 ล้านบาท
นอกจากนี้ แผนแม่บทของรัฐบาลการผลักดันประเทศสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยังทำให้ธุรกิจไทยหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดดิจิทัลกันมากขึ้น
ซิวเงินเดือนเพิ่ม61%
จ็อบส์ดีบีเผยว่า โครงสร้างเงินเดือนแรงงานสายการตลาดดิจิทัล มีอัตราสูงกว่าแรงงานสายการตลาดแบบดั้งเดิมสูงถึง 61% ในระดับหัวหน้างาน โดยสายการตลาดดิจิทัลจะเริ่มต้นที่ 48,333 บาท สายการตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ 30,000 บาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับกลางด้านการตลาดดิจิทัลจะเริ่มต้นที่ 28,188 บาท สายการตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ 20,000 บาท และระดับเจ้าหน้าที่ทั่วไป สายการตลาดดิจิทัลจะเริ่มต้นที่ 19,305 บาท สายการตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ 16,000 บาท
ดังนั้นหวังว่า นักเรียน นักศึกษา จะหันมาให้ความสำคัญกับตำแหน่งงานสายดิจิทัลกันมากขึ้นตัวเลขโครงสร้างเงินเดือนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ตำแหน่งงานทางด้านดิจิทัลเป็นที่ต้องการของตลาดเนื่องจากตลาดมีการเติบโตที่สูง และมีอัตราฐานเงินเดือนที่สูงกว่างานการตลาดแบบดั้งเดิม
แต่อย่างไรก็ตามอัตราการแข่งขันในสายการนี้เป็นระดับ 10:1 ซึ่งไม่ง่าย คนที่ต้องการก้าวเข้ามาทำงานควรมีคุณสมบัติสำคัญประกอบด้วย 1. ชอบสิ่งใหม่ๆ ไม่ตกเทรนด์ 2. เรียนรู้เร็วด้วยตัวเองและเรียนรู้จากผู้อื่น 3. เข้าใจเรื่องกระแส 4. เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก (Consumer Insights) และรู้จักนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็น 5. สามารถอ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้
“พนักงานสายดิจิทัลที่มีความสามารถควรเลือกบริษัทมีทให้โอกาสความก้าวหน้ามากกว่าคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์เบื้องต้น”
แนะเข้มพัฒนาคน
ส่วนผู้ประกอบการที่ต้องการรับบุคลากรสายงานนี้ หากต้องรักษาพนักงานสายนี้ควรมีโอกาสและความก้าวหน้าทางสายงานโดยชัดเจนและมีอัตราเงินเดือนที่เหมาะสม
หรือหากต้องการพัฒนาพนักงานสายการตลาดแบบดั้งเดิมควรส่งพนักงานตำแหน่งงานแบบการตลาดดั้งเดิมไปอบรมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถด้านนี้
นอกจากนี้ หากรับนักศึกษาจบใหม่หรือพนักงานใหม่ควรใช้วิธีทดสอบนอกเหนือจากการสัมภาษณ์โดยการให้โจทย์ทดลองทำจริงเพื่อพิสูจน์ความสามารถก่อนรับเข้าทำงาน
ขอฝากผู้บริหารสถาบันการศึกษาไทยไว้ด้วยว่า ให้เข้ามาดูว่าตลาดงานว่าต้องการอะไร พร้อมหาคนที่มีความเชี่ยวชาญจริงในสายวิชาชีพนั้นๆ ไปสอน
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบขณะนี้ทางทบวงมหาวิทยาลัยกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยเริ่มร่วมมือกับภาคธุรกิจเพื่อหารือ วางโรดแมฟสำหรับแก้ปัญหาดังกล่าว
ไอทีฮิตท็อป2ตลาดงาน
ผู้บริหารจ็อบส์ดีบีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ท็อป 5 ตำแหน่งงานที่มีความต้องการจ้างงานมากที่สุดประจำครึ่งปีแรกปีนี้ ประกอบด้วย 1.งานขาย งานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ 2.งานไอที 3.งานวิศวกรรม 4.งานการตลาด ประชาสัมพันธ์ 5.งานธุรกิจ ทรัพยากรบุคคล ตามลำดับ
ส่วนแนวโน้มการจ้างงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล 65% ใช้เว็บไซต์หางานเป็นช่องทางหลักในการหาผู้สมัครงาน อีกทางหนึ่งมีผู้หางานไม่น้อยกว่า 79% ค้นหาและสมัครงานผ่านช่องทางเว็บไซต์หางาน
ปัจจุบัน โดยสรุปใช้สื่อออนไลน์หางาน 79% ติดต่อผู้ประกอบการโดยตรง 29% บอกต่อ 26% หน่วยงานภาครัฐ 19%
สถิติการหางานที่น่าสนใจแน่นอนว่าเป็นด้เานดิจิทัล โดย 6 เดือนที่ผ่านมา ประวัติผู้หางานด้านนี้เพิ่มขึ้นกว่า 60% ช่วงเวลาเดียวกันจำนวนตำแหน่งงานเพิ่ม 8%
พร้อมกับแนะว่า วิธีการเพิ่มโอกาสได้งานผู้สมัครควรไปฝากประวัติกับเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีการไฮไลต์ประสบการณ์และความสำเร็จที่ผ่านมา ไฮไลต์ทักษะที่เหมาะสมกับงาน โชว์เกียรติประวัติ พร้อมแสดงทักษะด้านการสื่อสารผ่าประโยคสรุปรวม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะพิจารณาประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ด้วยคือ มีประสบการณ์ฝึกงาน 75% มีประสบการทำงานนอกเวลา 49% เคยทำกิจกรรมนอกหลักสูตร 41%
หลังจากนี้ เมื่อบางตำแหน่งงานเกิดภาวะขาดแคลนจะทำให้ได้เห็นการจ้างงานแบบใหม่ๆ เช่นเอาท์ซอร์ท หรือ ฟรีแลนซ์เป็นรายโปรเจ็คมากขึ้น





