ยังเป็นปัญหายืดเยื้อสำหรับกรณีแบตเตอรี่ร้อนจนระเบิดใน “โน้ต7” ที่กลายเป็นฝันร้ายทั้งที่ตื่นของยักษ์ไอทีเกาหลีใต้
และยิ่งเพิ่มดีกรีความระทมมากขึ้นอีก เมื่อสายการบินต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงนานาสายการบินของไทยประกาศขอความร่วมมือห้ามใช้ชาร์จ หรือโหลดโน้ต7 ลงใต้เครื่อง เพื่อความปลอดภัย ตอกย้ำบาดแผลของซัมซุงในครั้งนี้ให้ร้าวลึก
นายจาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า กรณีโน้ต7 ที่เกิดขึ้นเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะที่สร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล แทนที่จะเป็นช่วงเวลาที่ซังซุงควรได้เพลิดเพลินจากยอดขาย 2 เดือนก่อนคู่แข่งอย่างไอโฟนเข้าสู่ตลาด
นอกจากนี้ ถ้าดูคุณสมบัติของโน้ต7 ไม่นับปัญหาแบตเตอรี่จัดเป็นกาแล็กซี่โน้ตที่ดีที่สุด มีนวัตกรรมนำหน้าคู่แข่งและยิ่งเทียบกับไอโฟนใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.ออกยิ่งทำให้โน้ต7 เป็นสมาร์ทโฟนพรีเมียมที่ครบเครื่องมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ประเมินเบื้องต้นเชื่อว่า จะไม่กระทบต่อการซื้อขายมือถือในตลาดไทยไตรมาส 4 มากนัก เนื่องจากเชื่อว่า ซัมซุงน่าจะจัดการปัญหาและเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว
อีกทั้งมือถือยังเป็นสินค้าที่คนรอไม่ได้ ถ้าเกิดความต้องการซื้อจะต้องได้เครื่องเลย ซึ่งหากไม่ใช่โน้ต7 ส่วนหนึ่งก็อาจเลือกไอโฟน หรือแบรนด์อื่น ทำให้ยอดขายโดยรวมในตลาดไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ส่วนการดันรุ่นอื่นในระดับพรีเมียม เช่น ซัมซุงเอส7 ออกมาแทนเชื่อว่าก็เป็นทางเดียวที่ซัมซุงทำได้ เพราะเป็นรุ่นดีที่สุดตอนนี้ แต่เนื่องจากเปิดตัวมาก่อนหน้าระยะหนึ่งแล้ว คนที่ต้องการรุ่นนี้ก็คงจะซื้อไปหมดแล้ว ดังนั้นการดันเอส7มาแทนคงช่วยอะไรไม่ได้มาก
จองพื้นที่งานโมบายเท่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวการเปิดตัวในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่จะมีกำหนดจัด 29 ก.ย.-2 ต.ค.นี้ เบื้องต้นผู้จัดเผยว่า ซัมซุงยังคงแผนเดิม แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าโน้ต7 ล็อตใหม่จะเข้ามาทันหรือไม่
แต่บริษัทก็ยังคงใช้พื้นที่และสเกลงานใหญ่ภายในงานดังกล่าว ที่อาจดันสินค้ารุ่นใกล้เคียงคือ เอส7 มาเป็นไฮไลท์กระตุ้นยอดปลายปีแทน
“ปลายปีส่วนใหญ่เป็นงานระบายของอยู่แล้ว และส่วนตัวมองว่าเปอร์เซ็นต์ที่โน้ต7 จะเข้ามาไม่ทันช่วงงานมีมาก เป็นไปได้ที่ซัมซุงจะใช้เอส7ทำตลาดไปก่อน"
ยังไม่ฟันธงไอโฟนส้มหล่น
อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นใช่ว่าจะส่งผลดีต่อไอโฟน ที่เป็นแบรนด์คู่ปรับตลอดกาลของซัมซุง เพราะจากการตรวจสอบกระแสแฟนคลับบางส่วนมองว่า ยังเลือกที่จะรอ และไม่หันไปหาไอโฟนเนื่องจากความยุ่งยากในการใช้งาน โดยเฉพาะการปรับดีไซน์ ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. กลายเป็นประเด็นสำคัญ ที่ทำให้ลูกค้าลังเลที่จะย้ายค่าย แม้แอ๊ปเปิ้ลจะมีทางเลือกให้ลูกค้าชาร์จแบตเตอรี่พร้อมฟังเพลงไปด้วยได้โดยใช้อุปกรณ์ต่อเพิ่มหรือใช้ “แอร์พอดส์” หูฟังไร้สายอัจฉริยะแต่ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 6,900 บาท
กระแสโซเชียลแรง
ขณะที่ กระแสโน้ต7 ตามโซเชียลต่างๆ เป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง โดยเฉพาะความปลอดภัยในการใช้งาน และความสับสนของข้อมูลที่ซัมซุงแจ้งลูกค้าได้ไม่ทั่วถึง ทั้งยังมีการนำภาพมาตัดต่อล้อเลียน ในลักษณะเป็นอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างได้เหมือนระเบิด
หลังซัมซุงแถลงความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ ล่าสุด (10 ก.ย.) พบว่ามีเสียงตอบรับผ่านโซเชียลด้านหนึ่ง เลือกที่จะรอสินค้าล็อตใหม่ที่คาดว่าจะเข้ามาในเดือน ต.ค. ส่วนคนที่รอไม่ได้ก็หันไปซื้อเอส7 แทน โดยรู้สึกดีที่ซัมซุงเลือกที่จะชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาในความผิดพลาด แต่บางส่วนก็ร้องเรียนที่บริษัทมีปฏิกิริยาล่าช้า จนทำให้ตัดสินใจยกเลิกการจอง
ซัมซุงนอกเผยโลโก้ล็อตใหม่
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากต่างประเทศหลายแห่งถึงความเคลื่อนไหวของซัมซุงกับสินค้าล็อตใหม่ที่จะแจ้งให้ลูกค้าตรวจสอบได้จากโลโก้ “s” สีน้ำเงินเหนือบาร์โค๊ดสินค้าที่แสดงความหมายว่า เป็นเครื่องที่ผลิตใหม่และปลอดภัยในการใช้งาน
ประเทศกลุ่มแรกที่เปิดให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ เช่น สหรัฐหลังจากโน้ต7หมดแล้วจะเปลี่ยนเป็น เอส7 หรือ เอส7เอดจ์ แทน ส่วนในเกาหลีใต้จะเริ่มจัดส่งเครื่องใหม่ให้ลูกค้าตั้งแต่ 17 ก.ย. ส่วนในไทยคาดว่าจะเริ่มจัดส่งโน้ต7 ได้หลังจากการเรียกคืนและเปลี่ยนเครื่องให้ลูกค้าล็อตแรกเสร็จเรียบร้อย ซึ่งคาดว่าเร็วที่สุดคือปลาย ก.ย.
แต่ก็ยังมีคำถามที่ต้องการให้ซัมซุงชี้แจงให้ชัดเจนมากขึ้นว่า เครื่องที่เรียกคืนไปแล้วจะนำมาเป็นเครื่องรีเฟอร์บิด หรือแยกส่วนมาขายใหม่ หรือทำลายทิ้ง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ไม่มั่นใจต่อแบรนด์ซัมซุง
ผู้ใช้มีทั้งรอและเปลี่ยนแบรนด์
รายงานข่าวกล่าวว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ“เสียงแตก”มีทั้งเห็นว่าเหตุผิดพลาดของการผลิตมีทุกยี่ห้อ แต่เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หากต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ก็ยังจะซื้อซัมซุง เพราะชอบคุณสมบัติความเป็นแอนดรอยด์ ทั้งราคายังต่ำกว่าไอโฟน
ขณะที่ อีกฟากหนึ่งระบุขาดความมั่นใจต่อการซื้อซัมซุง และเป็นไปได้ที่จะเลือกไอโฟน
ผู้ใช้อีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ต้องดูว่า ระดับของการระเบิดอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายเพียงใด แต่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อแน่นอน ยกเว้นจะมีมาตรการจูงใจอย่างมากออกมา เช่น จัดอาสาสมัครทดลองใช้งานฟรี 6 เดือน หรือลดราคา 50% แต่เชื่อว่า ผู้ผลิตต้องเรียกคืนรุ่นที่มีปัญหาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ผู้ใช้รายต่อมา กล่าวว่า ผู้ใช้วัยทำงานแล้วอาจชะลอการตัดสินใจ แต่ถ้าซัมซุงหันไปเน้นวัยรุ่น วัยกำลังศึกษา อาจได้ผลตอบรับที่ดี เพราะหากบุตรหลานต้องการ ผู้ปกครองก็ต้องซื้อให้





