บนเวที “หัวเว่ย คอนเน็ค 2016” ภายใต้ธีม “Shape the Cloud” ณ นครเซี่ยงไฮ้ งานประชุมครั้งใหญ่ที่สุดของหัวเว่ย
ปีนี้มีประเด็นหลักเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศด้านไอซีที มีเหล่าผู้นำและผู้เชี่ยวชาญวงการอุตสาหกรรมไอซีทีกว่า 20,000 คน จาก 120 ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วม
ภายในงานนี้ หัวเว่ยเผยกลยุทธ์และแนวความคิดผ่าน 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ คลาวด์, บิ๊กดาต้า, เครือข่าย Software Defined Networking (เอสดีเอ็น) และอินเทอร์เน็ต ออฟธิงค์ (ไอโอที) รวมทั้งเปิดตัว 8 โซลูชั่นเรือธงสำหรับสตอเรจคลาวด์ บริการคลาวด์ และคอนโทรเลอร์เครือข่ายเอสดีเอ็น เจาะกลุ่มลูกค้าภาครัฐ การเงิน โทรคมนาคม พลังงาน และสื่อ
เตรียมรับมือ“คลาวด์2.0”
นายเคน หู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด กล่าวสุนทรพจน์ในงาน ระบุว่า วันนี้กลยุทธ์หัวเว่ยได้ช่วยขับเคลื่อนโลกธุรกิจด้วยเทคโนโลยีระบบคลาวด์ ซึ่งใช้งานอย่างกว้างขวาง ครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกที่หัวเว่ยแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์ให้ครอบคลุมรอบด้าน
"หัวเว่ยมีเป้าหมายก้าวสู่ผู้ขับเคลื่อนและผลักดันโลกอัจฉริยะ ยึดการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที และให้บริการเทคโนโลยีระบบคลาวด์ที่คิดค้นใหม่"
หัวเว่ยเชื่อว่า ในปี 2568 หรือราวอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคคลาวด์ 2.0 ซึ่งเป็นจุดรุ่งเรืองของเทคโนโลยีคลาวด์เชิงอุตสาหกรรม และคาดการณ์ว่าโชลูชั่นไอทีสำหรับองค์กรทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นเทคโนโลยีคลาวด์ และมากกว่า 85% ของแอพลิเคชั่นสำหรับองค์กรจะใช้คลาวด์เป็นพื้นฐาน ทุกบริษัทจะผสานธุรกิจของตัวเองเข้ากับคลาวด์
“สิ่งที่จะเห็นคือบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องหาโซลูชั่นคลาวด์ที่เหมาะสมกับองค์กรของตนมากที่สุด” นายหู กล่าว
คลาวด์เพื่ออุตสาหกรรม
นายเหยียน ลี่ต้า ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า หัวเว่ยทำงานร่วมกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาโซลูชั่นไอซีทีใหม่ๆ และช่วยลูกค้าทั่วโลกเพื่อก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงยุคดิจิทัล เน้นพัฒนาโซลูชั่นตามความต้องการลูกค้า และผนึกร่วมพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
ผู้บริหารหัวเว่ย ระบุว่า คลาวด์ อุตสาหกรรม คือ การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลที่คอยขับเคลื่อนธุรกิจ และนอกเหนือจากการผสมผสานระหว่างคลาวด์กับอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจด้วย องค์กรที่ปรับสู่ระบบดิจิทัลจะเกี่ยวข้องกับด้านการผลิต การถ่ายโอน และการวิเคราะห์ข้อมูล
สิ่งที่ตามมา คือ บริษัทเหล่านี้ย่อมต้องการโครงสร้างพื้นฐานไอซีที ที่ผสาน Cloud-Pipe-Device และแพลตฟอร์มแบบเปิด ยืดหยุ่นได้ คล่องตัว และปลอดภัย เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรที่แน่นแฟ้น ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่คุณสมบัติครบ สร้างระบบนิเวศ ให้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เป็นแรงผลักดันสำคัญให้องค์กรก้าวสู่ยุคดิจิทัล
คลาวด์-ไอโอทีชี้เทรนด์
นายลี่ต้า ระบุด้วยว่า คลาวด์ คือ อนาคต ระบบนิเวศธุรกิจช่วยเอื้อการเปลี่ยนโฉมสู่เทคโนโลยีคลาวด์
ทั้งนี้ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล รายงานว่าในปี 2563 เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ เชิงอุตสาหกรรมระดับโลกหรือ IIoT (Industrial IoT) จะมีมูลค่าราว 1.51 แสนล้านดอลลาร์โดยเทคโนโลยี IIoT ได้แก่ เครื่องจักรกลโรงงานและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ลิฟต์ และบันไดเลื่อนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
หัวเว่ยยังได้ประกาศความร่วมมือกับกลุ่มบริษัท Schindler ผู้ผลิตลิฟท์โดยสารระดับโลก สร้างโซลูชั่นลิฟต์แบบเชื่อมต่อ โดยเทคโนโลยีไอโอทีจะส่งผ่านข้อมูลปฏิบัติการจากลิฟต์ต่างๆ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกิดการจำลองข้อมูลของลิฟต์ ช่วยเรื่องการบำรุงรักษา ความปลอดภัย ผ่านการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าที่มีคลาวด์เป็นพื้นฐาน ลิฟต์จะมีความปลอดภัยสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนดำเนินการของลิฟต์จะลดน้อยลง





