วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โทโยบุกไอโอทีเจาะกลุ่มญี่ปุ่น

“โทโย” ปักธงเทคโนโลยีไอโอที ร่วมมือ “แพทไลท์” นำผลิตภัณฑ์ใหม่ระบบตรวจสอบสถานะเครื่องจักร ลงสนามประเทศไทยเป็นทางการ

นายมาซาทากะ โอตะ รองผู้จัดการฝ่าย ฝ่ายโซลูชั่น 2 บริษัท โทโย บิสซิเนส เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการติดตั้งและวางระบบอีอาร์พี จากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือไอโอที เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการและดูแลเครื่องจักรภายในโรงงานอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วยลดต้นทุน เพิ่มความคล่องตัวการบริหารจัดการ แต่ที่ผ่านมาการนำไปใช้จริงมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เริ่มต้นประมาณ 7 ล้านบาท ทั้งยังยุ่งยาก ต้องรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรทั้งโรงงาน ซึ่งมาจากหลากหลายผู้ผลิต หลายระบบงานเข้ามา

บริษัทพบด้วยว่า ความเข้าใจของผู้ประกอบการยังไม่ดีพอ แม้บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นมีคำสั่งให้นำไอโอทีมาใช้ ทว่าผู้ประกอบการไทยไม่ทราบว่าควรเริ่มจากตรงไหน อีกทางหนึ่งไอโอทีมีหลายรูปแบบทำให้สับสนว่าควรนำแบบมาใช้บ้าง

ดังนั้น ล่าสุดร่วมมือกับบริษัท แพทไลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟแสดงสัญญาณสำหรับอุตสาหกรรม จากญี่ปุ่น นำสินค้าใหม่ แผงควบคุมไอโอที “แมคเฟลม ซิกแนล เชน (MCFrame SIGNAL CHAIN)” เข้ามาเปิดตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ โดยหวังเข้าไปช่วยลูกค้าตรวจสอบสถานะการทำงานพร้อมประเมินประสิทธิภาพของเครื่องจักรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จุดเด่น มาพร้อมระบบการสื่อสารแบบไร้สายที่เก็บข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้สายไฟ พร้อมมีแอพพลิเคชั่นที่บันทึกข้อมูลปัญหาเครื่องจักร และที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ ปรับการแสดงผลได้หลากหลาย เอื้อให้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของเครื่องจักรได้ถูกต้อง แม่นยำขึ้น การใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะทั้งหมดผ่านเว็บเบราเซอร์ได้แบบเรียลไทม์ ส่วนของการลงทุนเฉลี่ยราคาเริ่มต้นใช้ 5 แสนบาทต่อปี

“ระบบนี้จะมีส่วนสำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุง การดูแลรักษา ปรับปรุงระบบงานให้ดีขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับอัตราการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพงานของบริษัท เบื้องต้นประโยชน์ที่เกิดแน่นอนคือ บันทึกข้อมูลได้ถูกต้อง​”

สำหรับเป้าหมาย ระยะเริ่มต้นบริษัทมุ่งเจาะองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นและโรงงานที่ใช้สินค้าของแพทไลท์อยู่ก่อนแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายทำผ่านคู่ค้าที่ทำตลาดอีอาร์พีเดิมของบริษัท

พร้อมระบุว่า การเข้ามาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาเติมเต็มธุรกิจหลักให้คำปรึกษาสร้างโรงงาน โดยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ นอกเหนือไปจากระบบอีอาร์พีที่เป็นตลาดเติบโตแล้ว และแต่ละปีเติบโตไม่มาก อีกทางหนึ่งช่วยลูกค้ารับมือกับการเปลี่ยนแปลง การมาของยุคใหม่อุตสาหกรรม สำคัญประเทศไทยเองจำต้องยกระดับภาคการผลิตเพื่อรักษาฐานตลาด แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายฮิโรโทชิ ยามาดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพทไลท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงงาน 14,000 แห่ง ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีอยู่ราว 20% หรือ ราว 2,800 แห่ง และจากจำนวนดังกล่าวเป็นบริษัทจากญี่ปุ่นกว่า 50%

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยสร้างรายได้สัดส่วนกว่า 50% ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นบริษัทวางเป็นตลาดสำคัญ มีศักยภาพการเติบโตสูง ล่าสุดจึงเข้ามาตั้งสำนักงานขายในไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ทำตลาดผ่านฮับของภูมิภาคประเทศสิงคโปร์