"กสทช." กางโรดแมพ 5 ปีประมูลคลื่น 2.6 จำนวน 70 เมก เร่งประมูลความถี่ล่วงหน้า 6 เดือนก่อนสัมปทานหมด พร้อมดันไทยเป็นฮับด้านไอซีทีในอาเซียน
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงการเตรียมการจัดสรรคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมว่า ผลจากประมูลคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจถึง 1.3 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี
อย่างไรก็ดี ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทำให้จำเป็นต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้เพียงพอกับการใช้งาน
โดย กสทช. ได้วางแผนคลื่นความถี่ช่วง 5 ปีจากนี้ ลำดับแรกคลื่นความถี่ 2.6 กิกะเฮิรตซ์ที่อยู่ในครอบครองของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ อยู่ระหว่างการเจรจาเรียกคืนคลื่นทั้งหมด 190 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และคาดว่าจะเสร็จเดือนก.ย.จะเปิดโอกาสให้มีการจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ถือครองคลื่นความถี่
ทั้งนี้ ในจำนวนคลื่นทั้งหมด 190 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นจำนวน 70 เมกะเฮิรตซ์จะถูกนำมาจัดสรรให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในปี 2560 โดย กสทช. คาดว่าจะออกใบอนุญาตได้ 3-4 ใบๆ ละ 20-25 เมกะเฮิรตซ์เพื่อให้บริการเทคโนโลยี 4จี เป็นอย่างต่ำ
นายฐากร กล่าวอีกว่า สำหรับคลื่น 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 และ 10 เมกะเฮิรตซ์ตามลำดับ จะคงอยู่ในสัญญาสัมปทานจนกว่าจะหมดอายุสัมปทานปี 2561 โดย กสทช. มีแผนนำคลื่นนี้มาจัดสรรล่วงหน้าใหม่อย่างน้อย 6 เดือนก่อนสัญญาสัมปทานหมดอายุ หรือประมาณไตรมาสแรกของปี 2561 จะเริ่มเตรียมการประมูลตั้งแต่เดือนเม.ย. 2561 โดยจัดสรรคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ออกเป็น 3 ใบอนุญาต และคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ 1 ใบอนุญาต
ส่วนคลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประชุมระดับโลกว่าด้วยวิทยุโทรคมนาคมได้เห็นชอบแนวนโยบายที่ประเทศไทยจะนำคลื่นส่วนนี้มาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดย กสทช. วางแผนจัดสรรคลื่นความถี่ย่านนี้ที่มี 45 เมกะเฮิรตซ์ ออกเป็น 3 ใบอนุญาต คาดว่าจะประมูลได้อย่างเร็วที่สุดปี 2563
ทั้งนี้การประมูลคลื่นความถี่ทั้ง 5 ย่านข้างต้นถึงเป็นภารกิจที่ท้าทาย กสทช. ในการสนับสนุนเครือข่ายโทรคมนาคมไทยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า หลังการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ประเทศไทยได้ถูกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีโมบาย บรอดแบรด์อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นกสทช.จึงมีเป้าหมายว่าประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่อันดับที่ 2 ของอาเซียน ในการพัฒนาด้านไอซีที ภายในปี 2560 และจะต้องเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียนภายในปี 2563
ซึ่งขณะนี้ บอร์ดกทค.กำลังดำเนินการผลักดันให้ใบอนุญาตการประกอบกิจการดาต้า เซ็นเตอร์ และอินเทอร์เน็ต เกตเวย์ แก่บริษัทภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเมกะ โปรเจ็ค ระดับหมื่นล้านขึ้นไป
ขณะนี้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมดังกล่าว ได้เริ่มดำเนินการลงทุนแล้ว ซึ่งเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลและยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮับด้านไอซีทีในอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม





