ตลาดสมาร์ทโฟนอิ่มตัวส่งผลยอดอุปกรณ์ชาร์จ และเคสมือถือชะลอ อาร์ทีบีหันทำตลาดอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น
นายบรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยอีกปีหนึ่ง เพราะตลาดสมาร์ทโฟนอิ่มตัวส่งผลให้อุปกรณ์เสริม เช่น สายชาร์จ เพาเวอร์แบงก์ เคสโทรศัพท์มือถือชะลอตัวตามไปด้วย ทำให้แผนการทำตลาดครึ่งปีหลังของบริษัทต้องเน้นนำสินค้าอุปกรณ์เชื่อมต่อ (Connected Device) เข้าสู่ตลาดให้ครอบคลุมหลายเซ็กเม้นท์มากขึ้น คาดว่าภายใน 2 ปี สินค้าอุปกรณ์เชื่อมต่อจะสร้างรายได้หลัก 90% ให้บริษัท
นอกจากนั้น เร็วๆ นี้ บริษัทจะเปิดตัวโดรนหลายรุ่น ราคาตั้งแต่ 1 หมื่นบาทขึ้นไป เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น ตอบรับความนิยมในตลาด ซึ่งลูกค้าที่ซื้อโดรนกับบริษัทจะได้รับคอร์สอบรมการใช้งานด้วย ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งาน คาดว่าจะมียอดขายปีละ 5,000 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม จนถึงสิ้นปีนี้มีแผนผนึกกำลังพันธมิตรที่แข็งแกร่งในอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่เป็นเทรนด์กำลังมาแรงเข้าทำตลาดไทยรวม 13 แบรนด์ดังระดับโลก ประกอบด้วย หูฟังไร้สายจาบร้า หูฟังออดิโอ เทคนิกา โดรนซีโร่ กล้องติดรถยนต์ดีโอดี สายชาร์จเอ็นเนอร์เจีย เคสและกระเป๋ายูนีค กล้องไว-ไฟโมโตโรล่า หูฟังฟิลิปส์ แบตเตอรีโมฟี่ แท่นชาร์จเดอะคูปไอเดีย หูฟังแม็กเซ็ลล์ รวมถึงสินค้าสมาร์ทโฮมจากยาคอป เจนเซ่น และสมานอส
การแข่งขันในตลาดไลฟ์สไตล์แก็ดเจ็ทปีนี้ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากเป็นตลาดที่กำลังเติบโต ดังจะเห็นได้จากการที่มีแบรนด์ใหม่เข้ามาในตลาดมากมาย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่สู่ตลาดต่อเนื่อง แต่กลับกัน ช่วง 2 -3 ปีนี้ สภาพเศรษฐกิจยังไม่ค่อยดีนัก ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น และมีบางแบรนด์ หรือบางบริษัทต้องปิดตัวไปจากตลาดในไทย หรือตลาดโลกเช่นกัน
ส่วนปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ตลาดเติบโตมาจากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IOTs) จากการมีเครือข่าย 4จี ทำให้ผู้บริโภคทุกคนเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ง่ายดายทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้อุปกรณ์แก็ดเจ็ทต่างๆ ใช้งานง่ายขึ้น ส่งผลให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เคยใช้งานเฉพาะมืออาชีพเข้ามาทำตลาดในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปได้
ส่วนงบการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมไว้ 20 ล้านบาท โดยจะเน้นสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และรูปแบบวีดิโอมากขึ้น เนื่องจากนวัตกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่นำเข้ามาทำตลาด เริ่มซับซ้อนมากขึ้น เพราะมีแอพพลิเคชั่น หรือเซ็นเซอร์เชื่อมต่อใช้งาน
ดังนั้น จึงต้องอาศัยมีเดียเฉพาะที่สื่อสารเรื่องราว และคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วชัดเจน ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ประสบการณ์ลูกค้าผ่านการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ กับตัวแทนจำหน่ายและผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสสัมผัสกับคุณภาพและประสบการณ์ใช้งานของผลิตภัณฑ์ใหม่มากยิ่งขึ้น
ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น จะมุ่งเสริมแกร่งช่องทางการจัดจำหน่ายเดิมที่มีอยู่ทั่วประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายชั้นนำที่มีความแข็งแกร่งจำนวนกว่า 300 รายทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ควบคู่กับการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ ที่เน้นผ่านช่องทางจำหน่ายสินค้าเฉพาะทางมากขึ้น เช่น ช่องทางร้านเฟอร์นิเจอร์ โดรน ร้านประดับยนต์ และเครื่องเสียง
นอกจากนี้ยังขยายเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า กัมพูชา และลาว คาดว่ารายได้สิ้นปีนี้จะใกล้เคียงกับรายได้ปีที่แล้วซึ่งมีอยู่ที่ 400 ล้านบาท




