ในอดีตการมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเป็นของคนเมือง ช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกลแล้วเรื่องราวไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
แต่การมาถึงของเทคโนโลยี 3จี และ 4จีทำให้โอกาสนั้นเปิดกว้างขึ้น
จากการจับมือกันของตำรวจตระเวนชายแดน-เอไอเอส และสวทช. เพื่อยกระดับการพัฒนาไอซีที และพลังงานทดแทนหนุนการเรียนรู้โรงเรียนชายขอบ ถือเป็นการใช้เทคโนโลยี 3จีและ4จีเพื่อชีวิตอย่างแท้จริง
ทั้งนี้เพราะศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านคีรีล้อมยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ แต่การนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาทำให้ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้มีไฟฟ้า และมีสถานีฐานรับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิต
นายสมชัย เลิศสุทธวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน ได้ร่วมกับเอไอเอส และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) บ้านคีรีล้อม หมู่ 1 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทั้งหมดร่วมกันออกแบบและติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าและระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อให้เยาวชนในชุมชนชายขอบเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาผ่านเครือข่าย 3จีของเอไอเอสผ่านพลังงานทดแทน
โดยภายใต้ความร่วมมือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เป็นผู้ออกแบบและติดตั้งระบบพลังงานทดแทนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมทั้งระบบตรวจข้อมูลสังเกตการณ์ระยะไกลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์
นอกจากนี้ได้ติดตั้งสถานีเก็บประจุกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เยาวชนนำตะเกียงไฟฟ้ามาชาร์จไฟกลับไปใช้ที่บ้าน ส่วนภาคเอกชนเป็นผู้ติดตั้งระบบสื่อสารไร้สายเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
“ความสำเร็จของโครงการคือ การติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดพลังงานทดแทนจากพลังงานน้ำ ซึ่งมาจากป่าต้นน้ำส่งน้ำผ่านท่อยาว 1.2 กิโลเมตร เพื่อมาปั่นกระแสไฟเลี้ยงอุปกรณ์สื่อสารได้ 1.6 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีพลังงานแสงอาทิตย์โซล่าเซลล์ผลิตพลังงานได้ 4.6 กิโลวัตต์จึงมีพลังงานไฟฟ้าสนับสนุนการใช้ไฟของโรงเรียน ส่วนการติดตั้งอินเทอร์เน็ตใช้วิธีการติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณบนต้นไม้ แนวทางนี้จะทำให้ชุมชนรักษ์หวงแหนและดูแลป่าต้นน้ำด้วย”
,
ตชด. เอไอเอส และสวทช. มีโครงการที่จะติดตั้งระบบเดียวกันกระจายไปตามโรงเรียนชายขอบบริเวณรอบต่อชายแดนอีก 20 โรงเรียนทั่วประเทศภายในปีนี้
รูปแบบของพลังงานทดแทนจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ว่าจะใช้ลักษณะใด โดยการยิงสัญญาณจะดึงจากเสาสถานีฐานขนาดใหญ่ในตัวเมือง ทดแทนการใช้การส่งสัญญาณจากดาวเทียมไอพีสตาร์ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมากเรื่องค่าเช่าแบนด์วิธ แต่การทำลักษณะพลังงานทดแทนใช้เงินลงทุนราว 3.5 ล้านบาท
พล.ต.ท.ดร ปิ่นเฉลียว ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เสริมว่า พื้นที่ตามแนวชานแดนชายขอบมีทั้งสิ้น 5,600 ตารางเมตร ในขณะที่ตชด.มีเพียง 20,000 คน สิ่งที่จะทำให้การดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดนประสบความสำเร็จคือความร่วมมือกันระหว่างชุมชนและ ตชด.
ดังนั้นจึงตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้น ซึ่งขณะนี้มีแล้ว 700 โรง เป็นการพ่วงเรื่องสาธารณสุข การศึกษา และการดูแลความสงบเรียบร้อย
ความร่วมมือครั้งนี้จะส่งผลให้ชุมชนกับโรงเรียน และตชด. ใกล้ชิดกันมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการเรียนรู้เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่การใช้ 3จีสำหรับคนในเมืองเท่านั้น





