ดีกรีการแข่งขันตลาด “สมาร์ทโฟน” ประเทศไทย ยังคงร้อนแรงไม่หยุด “แซดทีอี” ส่ง 2 เรือธงประชัน
“แซดทีอี” ส่ง 2 เรือธงประชัน ชูจุดเด่น สเปคดี ราคาจับต้องได้ พร้อมอัดงบการตลาดเพิ่มอีก 3 เท่าจากปีก่อน ตั้งเป้าสิ้นปี 2559 รักษาท็อป 5 ชิงส่วนแบ่งการตลาด 6% สมาร์ทโฟนไทย
นายเจเรมี จ้าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจอุปกรณ์สื่อสาร แซดทีอี คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ได้นำสมาร์ทโฟนเรือธงจำนวน 2 รุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย “แบลด วีเซเว่น ไลท์” หน้าจอ 5 นิ้ว ไฮเดฟ กล้องหน้าละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมเฟลชในตัว มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เปิดราคาที่ 5,990 บาท พิเศษช่วงเปิดตัว 4,990 บาท
นอกจากนี้ ยังจับมือกับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส บันเดิลแพคเกจพิเศษ “4 จี สมาร์ท ดีล” เดือนละ 399 บาท และ 599 รับสิทธิพิเศษซื้อ แบลด วีเซเว่น ไลท์ ได้ในราคา 1,990 บาท พร้อมเปิดตัวรุ่น “เบรด วี เซเว่น แมกซ์” จอ 5.5 นิ้ว คมชัดระดับเอชดี โดดเด่นด้วยตัวเครื่องโลหะ ดีไซน์บาง ใช้งานได้ 2 ซิม สเปคแรง มีระบบสแกนลายนิ้วมือ กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล เปิดราคาที่ 9,990 บาท กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมวงกว้างทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงวัยทำงาน
สำหรับแนวทางการตลาดของบริษัท มุ่งนำเสนอสินค้าที่ราคาจับต้องได้ ในสเปคเดียวกันจะถูกกว่าคู่แข่ง มากกว่านั้นสร้างความชัดเจนแบรนด์แซดทีอีให้ติดตลาดมากขึ้น ไม่ใช่เพียงบริษัทผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม)ให้กับรายอื่น ตลอดทั้งปีมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ไม่น้อยกว่า 7 รุ่น
โดยในปีนี้จะเพิ่มงบการตลาดจากปีก่อนหน้าอีก 3 เท่า ครอบคลุมทั้งสื่อออนไลน์ ออฟไลน์ อีเวนท์ โรดโชว์ โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมหน้าร้าน
พร้อมกันนี้ จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอีก 2 เท่าจาก 1 พันแห่งไปเป็นไม่น้อยกว่า 2 พันแห่ง รวมถึงเปิดแบรนด์ช้อปของแซดทีอีเอง 1 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกสถานที่ใด ส่วนปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มอีก 2 แห่ง รองรับการทำตลาดสินค้าใหม่ เช่น แว่นวีอาร์ และโฮมโซลูชั่นต่างๆ ส่วนบริการหลังการขาย ขณะนี้มีจุดรับเครื่อง 120 แห่งภายในปีนี้จะเพิ่มอีก 100 จุด รวมเป็น 220 จุด บริษัทตั้งเป้ารักษาอันดับท็อป 5 ตลาดสมาร์ทโฟนในไทย
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการนำสมาร์ทโฟนที่หลากหลายเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ตั้งแต่ระดับกลางจนถึงไฮเอนด์ โดยกลยุทธ์จะทำผ่านแบรนด์ซีรีส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์วี ซีรีส์เอ รวมถึงแอ็กซ์ซอน เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอดจนพัฒนาบริการหลังการขายให้ดีมากขึ้น
ปัจจุบันสัดส่วนสินค้าที่นำมาทำตลาด เป็นกลุ่มราคาจับต้องได้กว่า 90% ไฮเอนด์ 10% จุดยืนของบริษัทจะไม่เปิดตัวสินค้าใหม่จำนวนมากเหมือนคู่แข่ง แต่จะเน้นรุ่นเรือธง หรือที่ตรงกับความต้องการผู้ใช้สมาร์ทโฟนไทย ที่นิยมเครื่องแนวแฟชั่น มีการออกแบบที่ดี
ขณะเดียวกัน ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากที่มีประมาณ 2% เพิ่มเป็น 5-6% ภายในสิ้นปี 2559 พร้อมประเมินว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้มากกว่า 5% ยอดขายไม่น้อยกว่า 15 ล้านเครื่อง
สำหรับการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้น ทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายหันมาแจกเครื่องราคาถูกให้กับลูกค้า บริษัทไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร กลับกันมองว่าเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์แซดทีอี ทั้งบริษัทยังมีตลาดที่รับจ้างผลิตอยู่แล้ว
นายถกลรัตน์ แก้วกาญจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานธุรกิจอุปกรณ์สื่อสาร เอไอเอส กล่าวว่า มั่นใจว่าสมาร์ทโฟนดังกล่าวจะได้รับผลตอบรับที่ดี และดีกว่ารุ่นก่อนหน้าเบลด 6 ช่องทางการจัดจำหน่ายนอกจากเอไอเอสช้อป ยังวางขายที่เทเลวิช ทีจี เจมาร์ท และร้านค้าที่เป็นคู่ค้าของเอไอเอส





