วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลอโนโวผนึก 2 พันธมิตร โหมดาต้าเซ็นเตอร์

ตั้งเป้า 2 ปี ปั้นสัดส่วนรายได้ 30% ของรายได้รวม

“เลอโนโว” กรุยทางขึ้นแท่นผู้นำตลาดเอ็นเตอร์ไพรซ์ ผนึก 2 บิ๊กไอที ลุยโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ ล่าสุดส่งสินค้าใหม่ ไฮเปอร์คอนเวอร์จ เจาะองค์กรขนาดใหญ่ถึงเอสเอ็มอี ชูจุดต่างลงทุนได้ยืดหยุ่น ครบในเครื่องเดียว วางตัวจักรดันโต

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า ร่วมมือกับพันธมิตร 2 รายประกอบด้วย นูทานิกซ์ และอินเทล ทำตลาดผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ หรือไฮเปอร์คอนเวอร์จรุ่นใหม่

โดยจากนี้จะร่วมกันลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างฐานตลาด และจำหน่ายสินค้า ความโดดเด่นจะได้เห็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และเวอร์ชวลไลเซชั่นซอฟต์แวร์ไว้ในเครื่องเดียวกัน

“ในระดับโลกเราใช้งบการลงทุนไปจำนวนมากเพื่อจัดตั้งตัวแทนจำหน่าย ต่อไปเลอโนโว และนูทานิกซ์ยังมีแผนร่วมกันสร้างและพัฒนาแพลตฟอร์ม พร้อมวางแผนเชิงกลยุทธ์ทางการตลาดร่วมกัน”

นับเป็นทางเลือกที่จะช่วยฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริการทำงานได้งานขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำคัญมาพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์คุณภาพสูง เอื้อต่อการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์บนระบบไพรเวทคลาวด์ ทว่าใช้เงินลงทุนน้อยลง

ส่วนการนำไปใช้งานครอบคลุมเอ็นเตอร์ไพรซ์แอพพลิเคชั่น ดาต้าเบส เวอร์ชวลไลซ์เดสท็อป และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า กลุ่มเป้าหมายหลักเฟสแรกมุ่งเจาะดาต้าเซ็นเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ในองค์กรขนาดใหญ่ จากนั้นอีก 2 เดือนไปต่อที่องค์กรขนาดกลางและเอสเอ็มอี โดยจะใช้งบการลงทุนเริ่มต้นราว 1 ล้านบาท

ข้อมูลระบุว่า ปี 2558 ตลาดไฮเปอร์คอนเวอร์จทั่วโลกมีมูลค่าราว 800 ล้านดอลลาร์ แนวโน้มจะเติบโตได้ 5 เท่า มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2562 ดังนั้นเลอโนโวมองว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นตลาดที่มีอนาคต

อย่างไรก็ดี ปีนี้เลอโนโวได้ปรับโครงสร้างการทำตลาดใหม่จากเดิมอยู่ภายใต้เอ็นเตอร์ไพรซ์บิสิเนสกรุ๊ป ไปเป็นดาต้าเซ็นเตอร์กรุ๊ป เพราะต้องการเป็นผู้นำทั้งด้านผลิตภัณฑ์และเซอร์วิสโพรไวเดอร์

หลังจากนี้มีแผนนำสินค้าใหม่เข้ามาเปิดตลาดมากขึ้นและต่อเนื่อง เพื่อปูทางไปเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเอ็นเตอร์ไพรซ์ในอนาคต เชื่อด้วยว่าความร่วมมือกับคู่ค้าข้างต้นจะยิ่งช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตได้เร็วขึ้น
บริษัทวางธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์กรุ๊ปเป็นตัวจักรขับเคลื่อนการเติบโต ตั้งเป้าในปี 1-2 ปีจะทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มไปถึงถึง 20-30% จากปัจจุบันราว 10%

พร้อมประเมินว่า ครึ่งปีแรกการลงทุนไอทียังขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มโทรคมนาคม รับอานิสงส์ 4 จี และการใช้สมาร์ทดีไวซ์ กลุ่มการเงินการธนาคารรองรับการใช้งานธุรกรรมบนโลกออนไลน์ ธุรกิจส่งออกค่อยๆ ขยับตัวดีขึ้น ส่วนที่ยังรอดูคือภาครัฐซึ่งขณะนี้ยังคงช้าอยู่ แต่ในภาพรวมนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการลงทุนไอทีทุกภาคส่วน

นายสนธิญา หนูจีนเส้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า อินเทลในฐานะบริษัทผู้พัฒนาชิพ พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์สำหรับคลาวด์ รวมถึงดีไวซ์ที่เชื่อมต่อบนคลาวด์กว่าพันล้านเครื่อง

การได้มีโอกาสร่วมมือกับพันธมิตรทั้งด้านฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์เช่นนี้น่าจะส่งผลให้ตลาดเติบโตมากขึ้น ลูกค้าใช้งานได้สะดวกขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการประจำประเทศไทย นูทานิกซ์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไฮเปอร์คอนเวอร์จจะกลายเป็นเมนสตรีมอินฟราสตรักเจอร์ที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้าจากนี้

สำหรับบริษัทแนวทางการทำตลาดพร้อมเปิดทางให้ลูกค้าลงทุนอย่างยืดหยุ่น มุ่งเข้าไปช่วยลดความซับซ้อนการบริหารจัดการระบบ พร้อมนำความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ไฮเปอร์คอนเวอร์จและระบบอินทริเกรทมาใช้

ปัจจุบัน นูทานิกซ์ครองอันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ไฮเปอร์คอนเวอร์จระดับโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 52%

ที่ผ่านมาในประเทศไทย ตลาดดังกล่าวเติบโตได้ระดับ 50% ต่อไตรมาส ที่สนใจเข้ามามีทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่กลุ่มที่ปรับตัวมาใช้งานเร็วที่สุดคือโทรคมนาคม การผลิต และเฮลธ์แคร์