วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอร์ดกสทฯตั้ง”สรรพชัย”นั่งซีอีโอคนใหม่

“สรรพชัย” เผยวิชั่นมุ่งโมบาย-4จี


มติบอร์ดกสทฯประกาศชื่อ “สรรพชัย” นั่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ หลังเข้าสู่กระบวนการสรรหามาตั้งแต่เม.ย.ที่ผ่านมา แสดงวิสัยทัศน์ผ่านฉลุยเตรียมส่งชื่อรายงานผลต่อกระทรวงคลังต่อไป ระบุแผนธุรกิจซีอีโอคนใหม่ยังเน้นโฟกัสธุรกิจโมบายล์ไร้สาย เพิ่มเอ็มวีเอ็นโอลุย 4จีต่อหวังรายได้ปีนี้เฉียด 5.3 หมื่นล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7มิ.ย.) คณะกรรมการบมจ.กสท โทรคมนาคม ได้มีมติประกาศชื่อพ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ จะส่งผลการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ดังกล่าวไปยังคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน และส่งรายงานต่อกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยคาดว่าจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้อีก 1 เดือนต่อจากนี้ อย่างไรก็ดี กระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่การประกาศรับสมัครกรรมการผู้จัดการใหญ่ล้มเหลวถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557 แต่ไม่มีผู้สนใจลงสมัคร

ต่อมาครั้งที่ 2 มีผู้สมัครเพียงคนเดียวแต่กลับไม่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น จนในวันนี้มีการประกาศชื่อกรรมการผู้จัดการใหญ่คนล่าสุดดังกล่าว ทั้งนี้ พ.อ.สรรพชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการกสท โทรคมนาคม และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่มาตั้งแต่ที่นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่คนล่าสุดได้ยื่นหนังสือลาออกไปตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2557

สำหรับแนวทางการบริหารงานของกสทนั้น ก่อนหน้านี้พ.อ.สรรพชัย ได้แนวทางกสทฯ ในปี 2559 จะโฟกัสต่อเนื่องกับธุรกิจโมบายล์ซึ่งปีที่ผ่านมาทำรายได้กว่า 50% โดยจะเร่งเจรจาพันธมิตรเพื่อเปิดให้บริการ 4จี พร้อมกับเพิ่มผู้ให้บริการโครงข่ายเสมือนรายย่อยใหม่ (เอ็มวีเอ็นโอ) ช่วยในการขายต่อ และสร้างผู้เล่นในอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมมากขึ้น ทำให้มายมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจไร้สายยังเป็นรายได้หลักขององค์กร คาดว่าปี 2559 นี้กลุ่มธุรกิจไร้สายจะทำรายได้ 24,800 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังมาจากรายได้การขายส่งเอ็มวีเอ็นโอซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยในส่วนของขายส่งให้กับเรียลฟิวเจอร์ ขณะที่บริการมายมีแนวโน้มทำรายได้สูงขึ้น บวกกับบริการเกี่ยวเนื่องกับโครงข่ายที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง สำหรับเป้าหมายผลประกอบการในปี 2559 รายได้หลักยังคงมาจากการขายส่งความจุโครงข่าย เอชเอสพีเอในธุรกิจโมบายล์โดยคาดว่าจะมีรายได้ 52,800 ล้านบาท

นอกจากนี้ พ.อ.สรรพชัย ยังเป็นผู้รับผิดชอบโครงการแผนพัฒนาไฟเบอร์ออพติกใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (ซับมารีน เคเบิ้ล) ตามนโยบายดิจิทัล ไทยแลนด์ โดยเป็นผู้กำหนดว่าแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวนั้น กสทฯต้องการพัฒนาซับมารีน เคเบิ้ลให้มีกี่เส้นทาง เชื่อมต่อกับภูมิภาคใดบ้าง และใช้เส้นทางใดเป็นเส้นทางหนักเพื่อที่จะเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ เพราะรัฐบาลได้เล็งเห็นว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมที่จะผลักดันให้เกิดดิจิทัลอีโคโนมีได้นั้น ต้องสร้างโครงข่ายในประเทศให้มีความแข็งแกร่ง

ในแผนระยะยาวไอซีทีมองว่า ประเทศไทยควรมีศูนย์กลางเชื่อมต่อของซับมารีนเคเบิ้ล ซึ่งอาจจะมีการเสนอเป็นโครงการกิจการร่วมค้า หรือ คอนซอร์เตียมระหว่างรัฐและเอกชนที่ก็ดำเนินธุรกิจซับมารีน เคเบิ้ลด้วยกัน เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรองขอลดราคาค่าเชื่อมต่อแบรนด์วิธเวลาเชื่อมอินเทอร์เน็ตออกต่างประเทศ โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อที่ไทยทำกับสิงคโปร์ หรือมาเลเซีย เวลาเชื่อมออกไปยังทวีปยุโรปหรืออเมริกา ซึ่งภายใต้การดำเนินงานตามโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ส่วนกสทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการขยายขีดความสามารถเครือข่ายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศ และต่างประเทศ จำนวน 5,000ล้านบาท (อินเตอร์เนชั่นแนล อินเทอร์เกต์เวย์)

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กสทฯได้เตรียมความพร้อมที่จะทำการตลาดในรูปแบบของธุรกิจที่มีความหลากหลาย ด้านโครงข่ายระดับภูมิภาคที่พร้อมเป็นฮับในอินโดไชน่า สำหรับโครงข่ายหลักนั้น กสทฯมีระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเชื่อมโยงในกลุ่มประเทศอาเซียนถึง 4 ระบบ รวมไปถึงการพัฒนาโครงข่ายภาคพื้นดินตามเขตแนวชายแดนกับลาว กัมพูชา พม่า และมาเลเซีย อีกทั้งการสร้างศักยภาพในกลุ่มประเทศอินโดจีนระหว่างรัฐบาล (จีทูจี) ทั้งลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และจีน

ขณะนี้ กสทฯ ได้ลงทุนในระบบเคเบิลใต้น้ำระบบใหม่ คือ ระบบเอเชีย แปซิฟิกเกตเวย์ (เอพีจี) ซึ่งจะเสร็จในปี 2558 แต่ปัจจุบันประสบปัญหาเรื่องจุดขึ้นบกที่ประเทศจีน ทำให้ต้องเลื่อนการเปิดบริการเป็นต้นปี 2559 โครงการดังกล่าวนับเป็นการลงทุนเริ่มต้นที่มีมูลค่าสูงราว 1,500 ล้านบาท แต่จะสร้างรายได้ในระยะยาวโดยจะรองรับความต้องการในอาเซียน และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ระบบนี้รองรับความจุกว่า 55 เทราบิต