ชวนส่องเทคโนโลยีใหม่ในงาน“คอมพิวเท็กซ์ 2016” งานแสดงสินค้าไอซีทีครั้งใหญ่แห่งเอเชีย
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหนีไม่พ้นการขยับตัวของ“อินเทล คอร์ปอเรชั่น” ยักษ์ชิพผู้อยู่เบื้องหลังทุกตลาดที่ปีนี้ขนทัพสินค้าใหม่ออกมาให้ยลโฉม เตรียมความพร้อมสู่การพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลกด้วยคลาวด์ และอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
ตั้งแต่วันแรกของการเปิดงานอย่างเป็นทางการ อินเทลส่ง 2 ผู้บริหาร “ไดแอน ไบรอันท์” รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และ“นาวิน เชนอย” รองประธานบริษัทและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มอุปกรณ์ประมวลผล ขึ้นเวที ประกาศย้ำถึงจุดยืนของบริษัทที่ไม่ได้มีดีแค่ในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ทว่าให้ความสำคัญกับทั้งคลาวด์และอุปกรณ์เชื่อมต่อนับพันล้านชิ้น
ก้าวข้ามขีดจำกัด
อินเทลบอกว่ามุ่งวิจัยและพัฒนา รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตไปทั้งอีโคซิสเต็มส์
ปัจจุบันวิชวล คลาวด์ (Visual Cloud) และแมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) กำลังมีส่วนสำคัญเข้ามาปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ โดยกว่า 80% ของข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตขณะนี้อยู่ในรูปแบบของวีดิโอ
ดังนั้น การส่งผ่านคอนเทนท์ภาพและเสียงให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญในลำดับต้นๆ ของผู้ให้บริการ
ส่วนของอินเทล มุ่งเข้าไปช่วยทำให้การส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบวีดิโอรวดเร็วขึ้น คุ้มค่าต่อการลงทุน รวมทั้งทำให้การส่งแอพพลิเคชั่นด้านกราฟฟิกหนักๆ ทางไกลได้อย่างปลอดภัย โดยเสนอผลิตภัณฑ์ในตระกูลอินเทลซีออน “อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ อี3-1500 วี5” (Intel Xeon processor E3-1500 v5) ซึ่งเป็นการนำประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ในตระกูลอินเทลซีออนมาผสานกับสมรรถนะด้านกราฟฟิก อินเทล ไอริส โปร ไว้อย่างลงตัว
ผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้บริการส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบวีดิโอได้มากขึ้น ในขณะที่ใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวนเท่ากัน เป็นการช่วยลดขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์และลดการใช้พลังงาน
ยักษ์ชิพระบุด้วยว่า ทุกประสบการณ์และความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นมาจากการประมวลผลข้อมูลขนาดมหึมา ขณะนี้วิวัฒนาการของแมชชีน เลิร์นนิ่ง กำลังขยายตัวครอบคลุมในทุกรูปแบบของการประมวลผล นับตั้งแต่ยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ ไปจนถึงสื่อประเภทต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมด้านสุขภาพ
ในโอกาสนี้อินเทลได้นำเสนอรายการผลิตภัณฑ์ทางด้านแมชชีน เลิร์นนิ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ในตระกูลซีนอน “Intel Xenon Phi” ที่มีความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภค ทั้งได้ริเริ่มทดลองระบบนำร่องสำหรับการใช้แอพพลิเคชั่นแมชชีน เลิร์นนิ่งอีกด้วย
เร่งเครื่องตลาดเกม
เชนอย เผยว่า อินเทลให้ความสำคัญกับการผลักดันนวัตกรรมพีซีต่อเนื่อง ขณะเดียวกันต้องการรักษาความเป็นผู้นำด้วยการนำเสนอนวัตกรรมด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลผ่านอุปกรณ์ 2อิน1 รูปแบบต่างๆ เกม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใหม่ๆ
ขณะนี้ เทรนด์ที่น่าสนใจพบว่าวงการกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ซึ่งเป็นยุคแห่งประสบการณ์เสมือนจริง เทคโนโลยีเวอร์ชวลเรียลริตี้ (วีอาร์) การเล่นเกมแบบไฮเอนด์ และการสร้างสรรค์คอนเทนท์
ล่าสุด เปิดตัวโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ ไอ7 เอ็กซ์ตรีม เอดิชั่น (Intel Core i7 processor Extreme Edition) หน่วยประมวลผลสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาของอินเทล
โปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการในการทำงานแบบหนักหน่วงของเหล่าเกมเมอร์และนักสร้างสรรค์คอนเทนท์ เป็นหน่วยประมวลผลแบบ 10 คอร์ ขณะเดียวกันรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม เช่น การ์ดจอ และหน่วยความจำแบบเอสเอสดี
นอกจากนี้ มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีอินเทล เทอร์โบ บูต แม็กซ์ เทคโนโลยี 3.0 ที่รองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้แบบควอดชาแนลสามารถโอเวอร์คล็อก (overclock) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ในงานเดียวกันนี้ อินเทลยังเผยถึงนวัตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้สำหรับพีซี ด้วยโปรเซสเซอร์อินเทลเจเนอเรชั่น 7 โค้ดเนมคาบี้เลค (Kaby Lake) ที่จะมาพร้อมการพัฒนาในแง่ของประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และสมรรถนะการทำงานด้านกราฟฟิก และสื่อ เหมาะสำหรับอุปกรณ์ระดับพรีเมียมในแผนเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงครึ่งหลังของปี 2559
ลุยโซลูชั่นไอโอที
ผู้บริหารอินเทลชี้ว่า “สิ่งต่างๆ” รอบตัวฉลาดมากขึ้น และเชื่อมต่อกันมากขึ้น ทุกวันนี้อุปกรณ์และสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ในรถยนต์ ที่ทำงาน หรือที่ใดก็ตาม ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในธุรกิจพีซี อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ และบนคลาวด์
ในงานคอมพิวเท็กซ์ อินเทลเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการใหม่ๆ อีกหลายรุ่น โดยเป็นเจเนอเรชันที่ 5 สำหรับโฮม เกตเวย์ (home gateways) ซึ่งโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้โฮมเกตเวย์ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ด้วยสมรรถนะของอินเทลแพลตฟอร์มยังเอื้อต่อการส่งผ่านข้อมูลโดยตรงหรือผ่านคลาวด์ การสร้างสรรค์สื่อและการแบ่งปันคอนเทนท์สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ นับตั้งแต่อุปกรณ์ความคมชัดสูงระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ
สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ในบ้าน ธุรกิจขนาดเล็ก ผู้รับจ้างผลิตด้านโฮม เกตเวย์ และจุดเชื่อมต่อสัญญาญไวไฟสำหรับผู้บริโภคในตลาดค้าปลีก มากกว่านั้นอินเทลได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน เพื่อลุยโซลูชั่นสำหรับกลุ่มธุรกิจขนส่ง รูปแบบการเชื่อมต่อบริการโทรสนเทศที่มีราคาย่อมเยา อุปกรณ์นี้จะช่วยให้ออกแบบประกันภัยเฉพาะบุคคลสำหรับผู้ขับขี่ได้
พร้อมระบุว่าอินเทลยังขยายขอบเขตการใช้งานซีพียูอินเทล อะตอม เอ็กซ์3 ไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบพอยต์ ออฟ เซล แทบเล็ตในโรงพยาบาล และอุปกรณ์เฉพาะอุตสาหกรรม
ปูพรม5จี
ไบรอันท์วิเคราะห์ว่า ขณะที่ 4จีเป็นเรื่องของการส่งผ่านข้อมูลให้เร็วขึ้น เทคโนโลยี 5จีจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสู่สังคมที่มีความอัจฉริยะ และเชื่อมต่อกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างผู้คนอุปกรณ์และคลาวด์ผ่านระบบไร้สายที่ทรงพลัง
โดยเทคโนโลยี 5จีจะเข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการดำเนินชีวิต สร้างสังคมที่มีความอัจฉริยะ และเชื่อมต่อกันดังที่เห็น เช่นการพัฒนาสู่สมาร์ทซิตี้ รถยนต์ไร้คนขับ ยกระดับขีดความสามารถการทำงานในอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีเครือข่ายที่ทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น คล่องตัวมากพอ สำคัญสามารถรองรับปริมาณและความซับซ้อนของการส่งผ่านข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนรวมทั้งเปิดทางให้เกิดการบริการดิจิทัลใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ดังนั้นบทบาทของอินเทล มุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านในระบบเครือข่าย ช่วยปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานด้านการสื่อสารให้ทันสมัย พร้อมรองรับเทคโนโลยี 5จี ในงานคอมพิวเท๊กซ์ปีนี้ได้ประกาศความร่วมมือกับฟ๊อกซ์คอนน์ (FoxConn) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเครือข่าย
ด้านเป้าหมาย ที่สำคัญหวังกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพ เพิ่มบริหารจัดการได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น จากนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมมือเพื่อกำหนดรูปแบบและเริ่มทดลองโครงการนำร่องสำหรับเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งบนโมบาย คลาวด์ และเวอร์ชวลไลเซชั่น





