"ไทยทีวี-กสทช."ชี้แจงผลกระทบ2ฝ่าย ตามคำร้องคุ้มครองชั่วคราว เบรกจ่ายเงินตามแบงก์ การันตี"ไทยทีวี" อ้างกระทบธุรกิจเสียหาย
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรทัศน์ (กสทช.) ส่งหนังสือคำสั่งไปยัง บริษัทไทยทีวี จำกัด เมื่อวันที่12ก.พ.2559 เพื่อเรียกเก็บเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลือทั้งหมด5งวด จากการประมูล2ช่อง คือช่องไทยทีวีและโลก้า พร้อมค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และค่าปรับรวมมูลค่า1,748ล้านบาท เนื่องจากบริษัทไทยทีวี จำกัด ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ ตามมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่8ก.พ.2559 โดยกำหนดให้มาชำระเงินภายใน30วัน หลังจากได้รับหนังสือ
โดยบริษัทไทยทีวี จำกัด ได้รับหนังสือคำสั่ง กสทช.วันที่13ก.พ.2559จากนั้น วันที่15ก.พ. บริษัทไทยทีวี ได้ยื่นคำร้องที่ศาลปกครองกลาง ขอให้คุ้มครองชั่วคราว สั่งธนาคารกรุงเทพ“ระงับ”จ่ายเงินตามหลักทรัพย์ค้ำประกัน(แบงก์ การันตี) ให้ กสทช. มูลค่า1,748ล้านบาท หลังจาก กสทช. มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต วานนี้ (23ก.พ.) ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างบริษัทไทยทีวี จำกัด และ กสทช.นัดแรก
นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการ บริษัท ไทยทีวี จำกัด เปิดเผยว่าไทยทีวี ยืนยันไม่จ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลือทั้งหมดรวมกว่า1,700ล้านบาท ตามหนังสือคำสั่ง กสทช. เนื่องจากได้ฟ้องคดี กสทช. ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2558กรณีละเลยปฏิบัติหน้าที่การเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัลรวม11ข้อ เช่น แจกคูปองไม่ครอบคลุมครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ,การบังคับใช้ประกาศเรียงช่องไม่ครบทุกแพลตฟอร์ม ,การกำกับดูแลคุณภาพการส่งสัญญาณโครงข่าย (Mux) , ไม่ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทีวีดิจิทัล เป็นต้น ทำให้บริษัทได้รับความเสียหายทางธุรกิจ
โดยกสทช. มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไทยทีวีและโลก้า พร้อมเตรียมเรียกเก็บเงินจากแบงก์การันตี ธนาคารกรุงเทพ ในกรณีที่ไทยทีวีไม่จ่ายเงินค่าประมูลงวดที่เหลือตามกำหนด30วัน หรือภายในวันที่13มี.ค.2559การออกคำสั่งเรียกเก็บเงินจากแบงก์ การันตี ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ของบริษัท ทั้งธุรกิจนิตยสาร ธุรกิจรีสอร์ท เพราะคู่ค้าวิตกว่าธุรกิจของบริษัทเสี่ยงล้มละลาย จึงต้องการให้ศาลพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามธนาคารกรุงเทพจ่ายเงินให้กับ กสทช.
“ไทยทีวีได้ยื่นหนังสือบอกเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ทั้ง2ช่อง ตั้งแต่ครบกำหนดจ่ายเงินงวดที่2เมื่อวันที่25พ.ค.2558เราจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินประมูลงวดที่เหลือให้กับ กสทช.อีก”นางพันธุ์ทิพา กล่าว
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรมการ กสท. กล่าวว่าหาก กสทช. ไม่ออกคำสั่ง“เพิกถอน”ใบอนุญาตบริษัทไทยทีวี จำกัด และเรียกเก็บเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลือทั้งหมด จะเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากกรณีไทยทีวี ได้เข้าสู่กระบวนการ“พักใช้ใบอนุญาตชั่วคราว”มาแล้ว3ครั้ง รวม90วัน เพื่อให้เวลาปรับปรุงและแก้ไขปัญหาธุรกิจ รวมทั้งการหาผู้ร่วมทุนใหม่ แต่เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนเพิกถอนใบอนุญาต กสทช.ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยการออกคำสั่งเรียกเก็บเงินประมูลงวดที่เหลือทั้งหมดจากบริษัท ไทยทีวี จำกัด
วานนี้ ได้ให้ข้อมูลต่อศาลปกครองกลาง กรณีไทยทีวียื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราวให้ศาลสั่งธนาคารกรุงเทพ ระงับการจ่ายเงินตามแบงก์ การันตี ค่าประมูลทีวีดิจิทัลมูลค่ากว่า1,700ล้านบาท โดยชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ กสทช. กรณีมีคำสั่งคุ้มครองว่า จะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้เงินประมูลทีวีดิจิทัลที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง รวมทั้งกระทบการเรียกเก็บเงิน แบงก์ การันตี ที่เกิดจากการประมูลคลื่นความถี่ทั้งฝั่งกิจการบรอดแคสต์และโทรคมนาคมในอนาคต เพราะผู้ประมูลคลื่นฯ อาจใช้วิธีเสนอราคาประมูลในอัตราสูง เมื่อไม่สามารถประกอบกิจการต่อได้ จะฟ้องร้องไม่ให้เรียกเก็บเงินจากแบงก์ การันตี เช่นเดียวกับ กรณีไทยทีวี และกระทบต่อนโยบายกำกับดูแลกิจการทีวีดิจิทัลของ กสทช. หลังจากนี้
หลังจากทั้ง2ฝ่ายให้ข้อมูลแล้ว ต้องรอศาลพิจารณาผลกระทบของทั้ง2ฝ่ายว่าจะออกคำสั่งคุ้มครองหรือไม่ ในกรณีที่ศาลไม่ออกคำสั่งคุ้มครอง เมื่อครบกำหนดจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลของไทยทีวี ในวันที่13มี.ค.นี้ หากไม่นำเงินมาจ่าย ขั้นตอนต่อไป กสทช. จะออกคำสั่งไปยังธนาคารกรุงเทพ ภายในเดือน มี.ค.นี้ เพื่อให้จ่ายเงินตามแบงก์ การันตีของบริษัทไทยทีวี
การไต่สวนคำร้องคุ้มครองชั่วคราวกรณีดังกล่าว วานนี้ศาลยังไม่พิจารณาออกคำสั่ง เนื่องจากได้เรียกเอกสารเพิ่มเติมจากกบริษัทไทยทีวี





