"ประยุทธ์"แจงอย่ากังวลรายได้ 4 จี ระบุเข้าคลังแน่ ย้ำให้เปรียบเทียบเองรายได้ประมูลคลื่นต่างกับรัฐบาลก่อนๆ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงการประมูลคลื่น 4 จี ที่ผ่านมาว่า เป็นสิ่งที่น่าดีใจ และอย่าเพิ่งกังวลว่าจะเงินส่วนนี้ไปทำอะไร เพราะไม่ได้เงินมาเป็นก้อนเดียว แต่ได้มาเป็นงวดตามกฎหมายกว่าจะครบถ้วนก็ประมาณปีหน้าและเงินจำนวนนี้จะต้องเข้าสู่การคลังของประเทศอยู่แล้ว ซึ่งการเงินการคลังของประเทศต้องนำไปใช้กับงบฯ รายจ่ายประจำ งบฯรายจ่ายเร่งด่วน งบฯรายจ่ายแก้ปัญหาต่างๆ หรืองบประมาณกลาง จึงต้องจัดสรรการจ่ายให้ดี หลายคนบอกว่าได้เงินมา 2 แสนล้านบาท ก็ให้นำไปสร้างระบบรถไฟเลย มันไม่ใช่คิดแบบนี้คือไม่รู้สักอย่างแล้วมาพูด ทำให้สังคมเข้าใจผิด
"ผมถามหน่อย รัฐบาลไหนที่ผ่านมาไม่รู้มีการประมูลเหมือนกัน แต่ประมูล 3 จี หรือแถบสัญญาณได้เงินมา 4 หมื่นล้าน แต่นี้มีการประมูล 4 จี ได้เงินมา 2 แสนล้าน คิดดูแล้วกัน เพราะผมไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขาใครบอกว่าประมูลแล้วเอื้อยางกลุ่ม ถ้าผมจะเอื้อจริงๆ ผมไม่ให้ประมูลถึง 2 แสนล้านหรอก ไปดูที่เขาว่าเรา นั่นต้องไปขอบคุณ กสทช. และคณะกรรมการทั้งหมดของไอซีทีที่ทำให้มีการแข่งขันประมูลอย่างเสรี ก็เปรียบเทียบแล้วกันว่ารายได้ต่างกันแค่ไหนในช่วงที่ผ่านมากับช่วงนี้ หลายเรื่องเราทำให้เป็นรูปธรรม มีการแข่งขันอย่างเสรี แต่คนทุจริตยังไงก็หาทางทุจริตเจอ แต่ผมยังไม่เจอว่าตรงไหน แต่อย่าเขียนโดยไม่มีหลักฐาน เดี๋ยวเขาฟ้องร้องเอา ต้องระวัง เพราะกฎหมายก็มีอยู่ต้องไปแก้คดีกัน การสร้างการดูหมิ่นเกลียดชังในสาธารณะ ก็ฟ้องได้ ระวังหน่อย ผมยังไม่กล้าพูดถึงใครเลย" นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า ตนสนับสนุนให้มีระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายไปยังหมู่บ้านชายขอบต่างๆ หรือไวไฟ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทั่วถึง แต่ไม่จำเป็นต้องทุกตารางนิ้ว แต่ต้องไปในพื้นที่ที่มีความจำเป็นมีประชาขน มีโรงเรียนอยู่ ซึ่งตนสั่งการว่าในปี 2559 ควรจะมีให้ครบถ้วนเพื่อใช้สื่อสารผ่านดาวเทียม หรือระบบต่างๆ ให้ไปถึงยังเด็กหรือประชาชนตามแนวชายขอบ หรือโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล และศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่ยังไปไม่ถึง วันนี้โรงเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมกว่า 3 หมื่นแห่งมีการทำระบบต่างๆ เสร็จแล้ว ที่ผ่านมาทำมากี่ปีไม่รู้ แต่ไม่ครบ ทำได้แค่ 1 หมื่นแห่ง แต่รัฐบาลนี้ทำ 1 ปี ครบ 3 หมื่นแห่ง ขอให้ไปเปรียบเทียบกันแล้วกัน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนดิจิตอล อิโคโนมี นั้น มีหลายส่วน ทั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องมีข้อมูลของภาครัฐ เอกชน ประชาชน ความมั่นคงด้วยระดับหนึ่ง แต่ต้องไม่ทาบทับกันและต้องมีระบบป้องกันที่ดี เรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิส่วนบุคคล และศูนย์ข้อมูลนี้มีเพื่อบริการประชาขน ดูเรื่องอาชีพ รายได้ที่มี ข้อมูลความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อเกิดความชัดเจนขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยไม่ล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว ซึ่งอยู่ในการพิจารณา แต่ก็มีการโจมตีตนทั้งที่ยังคงเป็นเพียงแนวคิด แต่จะทำอย่างไรก็ต้องไปคิดกันมา ส่วนตนเป็นส่วนนโยบายที่เน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางทั้งสิ้น ไม่เคยคิดถึงตนเองสักอย่าง แต่จะทำอย่างไรต้องได้รับการอนุมัติก่อน





