"สหภาพฯทีโอที-กสท" จับมือค้านประมูลคลื่น900และ1800 เล็งยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว จี้นายกฯ สั่งเลื่อนการประมูล หวั่นวุ่นวาย
กลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (สรท.) และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรมและติดตามผลการพิจารณาทบทวนการดำเนินการของ กสทช. ที่จะนำคลื่นความถี่900 MHzของทีโอทีไปเปิดประมูลใหม่ ซึ่งทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่สหภาพ กสท. ค้านการประมูลคลื่นความถี่1800 MHzแถบความถี่25 MHz 4Gในวันที่11พฤศจิกายนนี้
โดยสหภาพฯทีโอทีได้ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์เพื่อคัดค้านการนำคลื่นความถี่900 MHzที่อยู่ในการครอบครองของ บมจ. ทีโอที ไปจัดสรรใหม่ และขอให้พิจารณาทบทวนการดำเนินการของ กสทช. ที่จะนำคลื่นความถี่900 MHzไปเปิดประมูลใหม่ ทำให้หน่วยงานของรัฐได้รับความเสียหายทั้งต่อภาครัฐและต่อภาคประชาชน โดยด้านภาครัฐ ลูกค้าที่คงค้างอยู่ในระบบจำนวน14ล้านหมายเลขบนโครงข่ายจะถูกโอนย้ายไปยังผู้ชนะการประมูลโดยระเบียบที่ กสทช. วางไว้อย่างไม่เป็นธรรม และลูกค้าที่ถูกโอนย้ายจำนวน19ล้านเลขหมาย ตรวจสอบพบว่าไม่มีเลขบัตรประชาชนยืนยัน และเป็นข้อมูลสมมติระหว่างปี2546-2558จะถูกโอนย้ายไปให้เอกชนผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่900 MHzซึ่งทำให้ได้รับความเสียหาย และในส่วนของทรัพย์สินโครงข่ายที่ได้รับมอบมูลค่า2.1หมื่นล้านบาทจะเป็นทรัพย์สินด้อยค่าทันที
เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวจะไม่สามารถนำมาใช้งานได้ ขณะเดียวกันในความเสียหายภาคประชาชน จะมีในส่วนที่ผู้ใช้บริการที่ยังคงต้องการใช้บริการvoice 2 G 900 MHzสำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่ประสงค์จะใช้อินเตอร์เน็ต จะต้องทำการเปลี่ยนเครื่องมือสื่อสารของตนเป็นรุ่นใหม่ซึ่งจะมีราคาสูง ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐจะไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้และจะไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยในการกำหนดราคาที่เป็นธรรมได้ ท้ายที่สุดประชาชนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐในการถ่วงดุลอำนาจกับบริษัทเอกชน
ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที กล่าว เรียกร้องให้กสทช.ดำเนินการทางกฎหมาย โดยจะมีการฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อดำเนินการขอคุ้มครอง ในกรณีที่เกี่ยวกับสิทธิการครอบครองคลื่น900 MHzและขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำการแก้ไขความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อภาครัฐและภาคประชาชน โดยจำต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ อีกทั้งขอเสนอให้เปิดเวทีที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวีช่องสาธารณะประกอบด้วย องค์การอิสระภาคประชาชน นักวิชาการอิสระ ผู้เสียหาย(ประชาชน) องค์กรผู้บริโภค และกสทช. เพื่อสื่อสารความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงในทุกมิติ
"เรายินดีให้นำคลื่นความถี่900ไปประมูลแต่ต้องทำตามกฎหมายเสียก่อน เพราะจากประสบการณ์และตรวจสอบพบว่าเมื่อทำไปแล้วและผิดกฎหมายถึงจะมาแก้ไขกัน มันจึงไม่เจริญเท่าที่ควร พวกพนักงานทีโอทีรวยแค่ไหนก็ซื้อหุ้นทีโอทีไม่ได้เพราะมันเป็นของประชาชน เงินจะต้องนำกลับไปพัฒนาประเทศ เราไม่ได้ขัดขวางการประมูลแต่ต้องทำให้ถูกต้องก่อนนำไปประมูลเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด"ประธานสหภาพฯทีโอที กล่าว
ด้านนายสังวรณ์พุ่มเทียน ประธานสหภาพฯ กสท. กล่าวว่า ในส่วนคลื่นความถี่1800 MHzที่จะนำไปประมูลในวันที่11พ.น.นั้น ต้องคัดค้านเนื่องจาก คดีที่กสท. ได้ยื่นฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 2128/2556 ที่ให้เพิกถอนประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน นั้น คดียังอยู่ในการพิจารณาของศาล ซึ่งศาลยังไม่มีการตัดสินใดๆ รวมทั้งยังไม่คำสั่งใดๆจากศาลดังนั้นหาก กสทช. จะนำไปคลื่น1800ไปประมูลนั้น ถือว่าเป็นการละเมิดการพิจารณาของของศาลและอาจจะมีความยุ่งยากมากขึ้นตามมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจจะทราบข้อมูลเพียงว่าการนำคลื่น1800 MHzไปประมูลนั้นมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่มีปัญหาใดๆ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือเรื่องที่จะนำไปประมูลนั้นไปอยู่ในคดีของศาล
"และอะไรจะเกิดขึ้นหากศาลพิจารณาว่าคลื่น1800 MHzสิทธิตกเป็นของบริษัท กสท โทรคมนาคม เพราะฉะนั้นจึงต้องออกมาบอกประชาชนว่า เราไม่ได้ขัดขวางการประมูลคลื่นความถี่ใดๆ เพียงแต่ว่าขอทำให้ถูกต้อง ตามหลักการข้อกฎมายจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจึงอยากให้ผู้นำประเทศเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน มีอะไรบ้าง ควรที่จะรอให้ศาลตัดสินให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ได้ยื่นหนังสือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีและอีกหลายๆที่ เพื่อให้ทราบว่า ต้องการให้ยุติการประมูลไปก่อน เพื่อที่จะทำให้ถูกกฎหมาย"ประธานสหภาพ กสท. กล่าว
"สิ่งหนึ่งที่สหภาพฯกสท.จะผลักดันในเมื่อหยุดนายกรัฐมนตรีให้ได้ คือจะให้ฝ่ายบริหารบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) จะต้องนำเรื่องส่งฟ้องศาลปกครองให้เร็วที่สุดก่อนที่จะมีการประมูล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือเลื่อนการประมูลออกก่อนและนอกจากนี้จะเสนอให้นำเอาคลื่นความถี่1800MHz นำคืนกลับคืนมาที่กสท.และไม่ให้กสทช.นำความถี่ไปประมูลเพิ่มเติมด้วยและส่วนว่านายกฯจะใช้คำสั่งมาตรา44ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับพิจารณาของนายกฯ ซึ่งจะไปบังคับให้ใช้มาตรา44เลยก็คงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายกฯก็เคยออกคำสั่งชะลอการประมูลมาแล้วครั้งหนึ่ง "นายสังวรณ์ กล่าว





