วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอซีที' ลุ้น 'TOT' ฟ้อง-ไม่ฟ้องประมูล 900MHz

"อุตตม" รมว.ไอซีที รับ ยังไม่ชัดเจนว่า จะยื่นฟ้องศาลเพื่อระงับการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz หรือไม่ มั่นใจไม่มีฟ้าผ่า

นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวในงานสัมมนา"นับถอยหลังประมูล 4G...พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล"ว่า ขณะนี้เรื่องการประมูล 4G หลายฝ่ายให้ความสนใจเพราะสำคัญมาก และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า บมจ.ทีโอที จะยื่นฟ้องศาลเพื่อระงับการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz หรือไม่ แต่กรณีที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติให้บมจ.ทีโอที อัพเกรดการใช้งานคลื่นความถี่ 2.4 GHz หรือคลื่น 2300 MHz ที่มีอายุใบอนุญาตถึงปี 68 นั้นเป็นสิทธิของทีโอทีที่จะทำได้ และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแลกกับการระงับการฟ้องการประมูลคลื่น 900 MHz

"เรื่อง 4G คนให้ความสนใจกันเพราะสำคัญมาก ตอนนี้คิดว่าไม่มีฟ้าผ่า มีแต่ฟ้าร้องว่าจะเป็นไปขั้นตอนของกสทช.ในเรื่องการดำเนินประมูล 4G" รมว.ไอซีที กล่าว

สำหรับการเข้าสู่สังคมดิจิทัลไทยแลนด์ เป็นการปฏิรูปและดันให้ประเทศไทยขึ้นมาเป็น Hub ของอาเซียน ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ต้องพิจารณาภาพรวมของประเทศ รวมทั้งระบบการดูแล ซึ่งเป็นบทบาทของภาครัฐและมีกฎเกณฑ์ผ่านหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการสร้างความเข้าใจการตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งเตรียมความพร้อมบุคคลากร

สิ่งสำคัญการพัฒนาโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์โดยปัจจุบันไทยมีไฟเบอร์ออพติคอยู่กว่า 3 แสน กม.โดยเป็นของรัฐประมาณกว่า 2 แสน กม. และอีก 1 แสน กม.เป็นของภาคเอกชน แต่ทุกวันนี้มีปัญหาการเข้าถึงทั่วประเทศจำเป็นต้องพัฒนาให้ประชาชนเข้าถึงให้ได้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมีเพียง 25%ของประชากรของประเทศ รัฐจึงมีความจำเป็นให้ทุกครัวเรือนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ ดังนั้นรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน โดยให้มีการส่งร่วมหรือ Sharing infrastructure ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันกระทรวงไอซีทีหารือกับทุกฝ่ายให้แนวทางพัฒนา National Broadband ซึ่งจะช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนทั้งรัฐและเอกชน และเป็นปัจจัยเข้าถึงการใช้ 4G และ 5G ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เป็นโอกาสที่ไทยเป็นศูนย์กลาง(Hub)ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เพราะไทยมีที่ตั้งที่เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีโอกาสมหาศาลในการค้าขายที่เชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีหรือเป็น Digital Single Market เหมือนที่สหภาพยุโรปประกาศแล้ว ซึ่งทำให้ธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว การสื่อสารในอียู เติบโตได้มาก มีมูลค่าว่า 2.1 แสนยูโร