วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กรุ๊ปปอน’ลดขนาดธุรกิจ เซ่นอีคอมเมิร์ซดุ-ลาไทย

กรุ๊ปปอน โบกมือลาเว็บเดลีดีลในไทย หลังสำนักงานใหญ่ประกาศปิดออฟฟิศพร้อมกันกว่าครึ่งโหลทั่วโลกพร้อมลดคนอีก 10% หวังลดต้นทุนรับอีคอมเมิร์ซแข่งข

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เว็บเดลีดีลและอีคอมเมิร์ซชื่อดังจากชิคาโก “กรุ๊ปปอน” ประกาศลดขนาดกิจการ เดินหน้าลดจำนวนพนักงานราว 10% พร้อมปิดการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศรวมไทย

บริษัทกรุ๊ปปอน อิงค์ ผู้บุกเบิกเว็บนำเสนอดีลรายวันประกาศวานนี้ (22 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ) ว่าเตรียมปลดพนักงานราว 1,100 ราย หรือ 10% ของพนักงานทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานขาย และแผนกบริการลูกค้า รวมถึงยุติการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลกเพื่อลดต้นทุนประกอบด้วยโมรอคโก, ปานามา, ฟิลิปปินส์, เปอโตริโก, ไต้หวัน, ไทย และอุรุกวัย จากเดิมมีอยู่กว่า 40 ประเทศ

กรุ๊ปปอน ประเทศไทยได้แจ้งอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ http://www.mygroupon.co.th ว่าบริษัทเลิกดำเนินกิจการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังเปิดทำการเมื่อปี 2555 พร้อมแจ้งให้ลูกค้าและคู่ค้ายังติดต่อกับบริษัทได้ผ่านอีเมลที่ [email protected]

“เราเชื่อว่าหากจะทำได้ดีมากขึ้นในตลาดที่เราเข้าไปทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องโฟกัสกับพละกำลังและเงินที่เรามีกับตลาดให้น้อยลง” นายริช วิลเลียมส์ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) เผยผ่านบล็อก

อย่างไรก็ตาม การลดขนาดธุรกิจดังกล่าวยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าความพยายามของกรุ๊ปปอนที่ถือว่าเกิดมาจากการเป็นเว็บเสนอขายดีลรายวันสู่สังเวียนที่ใหญ่กว่าอย่าง “อีคอมเมิร์ซ” ด้วยการนำเสนอบริการและสินค้าลดราคา ที่แม้จะเป็นเทรนด์ของตลาดโลกแต่ก็เป็นธุรกิจที่แข่งขันสูงมากด้วยเช่นกัน

โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมากรุ๊ปปอนประกาศตัวแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่างอะเมซอน, อูเบอร์, เยลพ์, อินสตาคาร์ท และอีคอมเมิร์ซอีกหลายแห่งด้วยการเข็นบริการส่งอาหารเดลิเวอรี และบริการรับส่งของออกมาสู้

ตามข้อมูลที่แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ บริษัทกรุ๊ปปอนคาดว่าการปรับโครงสร้างบริษัทจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน ก.ย.2559 และต้นทุนที่ลดลงจะทำให้บริษัทกลับมาลงทุนในธุรกิจอีกครั้งได้

“มันเป็นการปรับเปลี่ยนจากการเป็นเว็บเดลีดีลขนาดใหญ่มาสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่แท้จริงทำให้รูปแบบการทำงานของเราก็จะต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย การเปลี่ยนแปลงมันยาก แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องทำเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ” นายวิลเลียมส์ระบุ

ทั้งนี้มูลค่าหุ้นของกรุ๊ปปอนลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 4.08 ดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และยังลดลงถึง 41% ในรอบ 12 เดือน

นายโจเอล เนโอห์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กรุ๊ปปอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย กล่าวเมื่อครั้งเปิดตัวสำนักงานในไทยว่า คนไทยให้ความสนใจการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงเว็บในรูปแบบการซื้อดีลพิเศษรายวัน ซึ่งมีผู้เล่นรายใหญ่หลายรายเริ่มเข้ามาทำตลาด โดยกรุ๊ปปอนมียอดเติบโตเฉลี่ย 50-100% ทุกเดือนในช่วงปี 2555

นายภาวุธ พงษ์วิทยุภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า กรณีของกรุ๊ปปอนนับเป็นตัวอย่างของการที่ธุรกิจออนไลน์ปัจจุบันที่ต้องปรับตัว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปสู่บิสิโมเดลใหม่ๆ

ขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญในการสร้างแบรนด์ (Brand Awareness) รวมถึงเข้มข้นการทำตลาด ซึ่งปัจจุบันเว็บดีลในไทยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่ที่ครองตลาดในสัดส่วนที่สูงมากมีรายเดียว ซึ่งมีทุนค่อนข้างมาก และการเติบโตเร็วจนไม่เหลือพื้นที่ให้ผู้เล่นรายอื่น

“กรุ๊ปปอนเข้ามาในตลาดไทยช้าไป และยังไม่สามารถสร้างการรับรู้ในแบรนด์ในตลาดไทยได้ดีเท่าผู้เล่นรายใหญ่ที่อยู่ในตลาดขณะนี้ แต่กรุ๊ปปอนเองก็ยังดำเนินธุรกิจในประเทศอื่นๆ อยู่ ซึ่งจากนี้ไปเขาคงเลือกพื้นที่ในการดำเนินธุรกิจ”

นายภาวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันเว็บดีลนับเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย แต่ยังเป็นรองโซเชียล คอมเมิร์ซ ซึ่งปัจจุบันมาแรงมาก และมีเงินสะพัดมหาศาล ขณะที่เว็บดีลเองยังมีโอกาสเติบโตในตลาดไทย หากแต่ต้องมีทีม และกลยุทธ์การทำตลาดที่ดีเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่าย

“ปัจจุบันเว็บดีล คิดเป็นสัดส่วนราว 15-20% ในภาพรวมของอีคอมเมิร์ซทั้งหมดในไทย” นายภาวุธ กล่าว