มองไอทีมุม‘ระเฑียร ศรีมงคล’ เบื้องหลังกลยุทธ์เคทีซี

มองไอทีมุม‘ระเฑียร ศรีมงคล’ เบื้องหลังกลยุทธ์เคทีซี

มองไอทีมุม‘ระเฑียร ศรีมงคล’ เบื้องหลังกลยุทธ์เคทีซี

บ่ายต้นๆ ของวันที่ฟ้าครึ้มๆ ฝนโปรยจางๆ “กรุงเทพไอที” ได้มีโอกาสสนทนากับ “นายระเฑียร ศรีมงคล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) ถึงประเด็นงานไอทีที่นำมาหนุนธุรกิจของบริษัทบัตรเครดิตแห่งนี้ ที่ผู้บริหารสูงสุดคนนี้บอกว่า องค์กรไม่ได้มีขนาดใหญ่ จึงคล่องตัวด้านการบริการ การดำเนินงาน การปรับเปลี่ยนต่างๆ ให้เท่าทัน หรือ“ล้ำ”กว่า


ชื่อของ“ระเทียร” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของแวดวงไอซีที เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมอย่าง บมจ.ทีโอที และสนใจในเทคโนโลยี มองเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของสังคมยุคใหม่ ที่สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนหันมาใช้ออนไลน์กันมากขึ้น จากผลศึกษาของแม็คคินซีพบการใช้งานพีซีและโน้ตบุ๊คปี 2554 - 2557 เติบโต 2.8 เท่า ส่วนโมบายเติบโต 5.6 เท่า


ดังนั้น สถาบันการเงิน รวมทั้งนอนแบงก์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องหนีไม่พ้นต้องทำบริการออนไลน์มากขึ้น ส่วนของบริษัทเปลี่ยนระบบงานหลัก (คอร์ ซิสเต็มส์) เมื่อ 2 ปีที่แล้ว รองรับความเปลี่ยนแปลงที่ธุรกิจต้องแข่งขันกัน อยู่ที่ใครจะเคลื่อนที่ไปอย่างเหมาะสมโดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย

“เราทำมาเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่ได้บอกกล่าวแก่คนข้างนอก เช่น ClickKTC บริการออนไลน์บนพีซีโน้ตบุ๊ค ใช้เช็คยอดธุรกรรม ยอดวงเงิน โอนคะแนนสะสม แลกคะเนน และมี TapKTC ใช้บนโมบาย โดยเริ่มที่ไอแพด ไอโอเอสก่อน แต่ไม่ได้ใช้เฉพาะไอโอเอส ปัจจุบันใช้บนแอนดรอยด์ด้วย รุ่นคิทแคท ทำให้ยอดการใช้งานเพิ่มขึ้นมาเร็วมาก ปีนี้จะแซงพีซี รวมเดสก์ท็อป และโน้ตบุ๊ค จากสัดส่วนการใช้พีซีต่อโมบายเป็น 10:7 แต่ปีนี้โมบายจะแซง"

เขา อธิบายว่า การเลือกให้บริการบนระบบใดคำนึงถึงระบบความปลอดภัยเป็นสำคัญ รุ่นแรกๆ ของแอนดรอยด์มีปัญหา แต่มาถึงรุ่นคิทแคทเกิดความนิ่งระดับหนึ่งจึงเปิดให้บริการ และมีเวอร์ชั่นใหม่ (Lollipop) ซึ่งมีผู้ใช้งานมากขึ้น บริษัทคาดว่าจะต้องใช้ด้วย

แผนดิจิทัล เพย์เมนท์
แผนงานของบริษัทปีนี้จะทำดิจิทัล เพย์เมนท์ แพลตฟอร์ม และดิจิทัล เพย์เมนท์ โปรดักส์ ออกมา ซึ่งเรื่องเทคโนโลยีไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่คอมเมอร์เชียลจะเป็นตัวผลักดันออกไป เมื่อมีเทคโนโลยีแล้วจะทำอย่างไรให้คนมาใช้ ด้านดิจิทัล เพย์เมนท์ ทุกคนทำหมด ทั้งแบงก์ เทเลคอม โอเปอเรเตอร์ ต่างก็ออกบริการประเภทนี้

“จะมั่นใจได้อย่างไรว่า เทคโนโลยีที่ออกมาจะมีคนใช้ และบอกว่าเป็นจุดแข็งอย่างไร ขึ้นกับกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์มากกว่า ซึ่งเรื่องการลงทุนไอทีเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การโรล เอ้าท์ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยพยายามทำให้แพลตฟอร์มเป็นกลางใช้ได้กับทุกคน ต้องกลับไปดูที่วิชั่นของบริษัท ซึ่งเป็นเมมเบอร์ชิพ คอมปะนี ต้องมีสมาชิก และดูแลสมาชิก ผลิตภัณฑ์ที่ออกมา ไม่ได้ดีทุกตัว แต่บางตัวดีมาก บางอย่างไม่ดีเท่า แต่ต้องพัฒนาและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน"

เขาระบุว่า จะต้องหาทางประสานสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเขาเชื่อในเรื่องซินเนอร์จี จะทำให้หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสาม ไม่ใช่ออกมาแข่งขัน แต่จะทำให้องค์กรอยู่ได้ระยะยาว สิ่งที่บริษัททำอาจไม่ได้เป็นรายแรก แต่เป็นที่ 2 หรือที่ 3 เมื่อมาช้า หรือทีหลังคนอื่น แต่เมื่อออกมาให้บริการต้องดีกว่ารายแรกๆ ที่ออกมา และ“หนี”คนอื่นได้ตลอดเวลา ต้องมั่นใจว่าดีที่สุดหรือดีเท่ากับคนอื่น

เขา ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การจะทำให้ดีกว่าคนอื่นได้ ก็โดยใช้ความได้เปรียบที่มี จากความคล่องตัวของการเป็นบริษัทเล็ก จึงยืดหยุ่นได้สูง
การทำเพย์เมนท์ 10 อันดับของโลก เป็นของบริษัทบัตรเครดิตประมาณ 40% เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด บริษัทที่ไม่อยู่ในธุรกิจบัตรเครดิตอีก 60% เช่น แอ๊ปเปิ้ล กูเกิล อาลีบาบา ซึ่งทุกรายต่างมีโรดแมพของการให้บริการ

ในฐานะของผู้มาใหม่ การทำระบบรองรับดิจิทัล เพย์เมนท์ จะไมเกรทจากพีซีและโน้ตบุ๊คมาสู่อุปกรณ์โมบาย เช่น ไอแพด โทรศัพท์มือถือ โดยมองไอทีเป็น “enable” อยู่เบื้องหลัง “Strategy” ซึ่งกลยุทธ์ต้องวางและชัดเจนจะไปทางไหน บิสิเนส โมเดลจะไปอย่างไร ใช้ในรูปแบบไหน

ไอทีแค่เริ่มก็เป็นคอสต์
ส่วนแนวคิดของคนทั่วไปที่คิดจะนำไอทีมาช่วยลดค่าใช้จ่ายนั้น ซีอีโอ เคทีซี ยืนยันหนักแน่นว่า ไอที แค่เริ่มก็เป็น“คอสต์” แล้ว แต่ไอทีเป็นเอ็นนาเบิลช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย ถ้าออกแบบดีๆ เช่น เซลฟ์ เซอร์วิส ก็มีไอทีคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ธุรกิจบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล โดยตัวเองจะเป็นดิจิทัล เพย์เมนท์อยู่แล้ว แต่เป็นเวอร์ชั่นต้นๆ

ในอดีตออฟไลน์กับออนไลน์แยกจากกัน แต่ปัจจุบันไอทีจะช่วยเชื่อมออฟไลน์ และออนไลน์ เป็น “seemless” ไร้รอยต่อระหว่างออฟไลน์กับออนไลน์ นอกจากนี้ การให้บริการเทคโนโลยีมีทั้งโทษและคุณ ต้องควบคุมการฉ้อโกง หรือกลลวง (fraud) ผ่านบัตรเครดิตให้ดี

“ไอทีช่วยมากด้านสปีด ทุกวันนี้แข่งความเร็ว และความน่าเชื่อถือ (reliability) ซึ่งเรายึดซิเคียวริตี้เป็นหลัก ย้อนอดีตไปวินาทีที่รู้ว่า แถบแม่เหล็กถูกสกิม ผมสั่งเปลี่ยนแถบแม่เหล็กเป็นชิพหมด และเชื่อว่า สปีดเราเร็วไม่น้อยหน้าคนอื่น หรืออาจมากกว่าคนอื่น เมื่อเทียบกับคนเร็วที่สุด เราปลอดภัยกว่า”

พร้อมกันนี้ เขาเพิ่มเติมรายละเอียดว่า สำคัญอยู่ที่การออกแบบและการให้ความสำคัญ ถึงเป็นเทคโนโลยีเดียวกันแต่ออกแบบดี มีคนที่เข้าใจทั้งธุรกิจและไอที นำมาประกอบรวมกัน แต่ถ้าเร็วมากจะมีประเด็นเรื่องความแม่นยำตามมา เมื่อทำได้ในแบบเขาและดีกว่า ก็ชนะ ในแง่มาตรฐานความปลอดภัยที่มีอยู่ จนกว่าจะมีใครมาเซ็ตมาตรฐานใหม่ก็ต้องทำใหม่ และให้ดีกว่ามาตรฐานเล็กน้อย เพราะถ้าดีกว่ามากจะมาพร้อมต้นทุนมหาศาล

ซีอีโอ ผู้เท่าทันเทคโนโลยี บอกด้วยว่าองค์กรเล็กๆ คนต้องถูกบีบให้เข้าใจธุรกิจและไอทีไปด้วยกัน ดูแลไอที, บิสิเนส, ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง, ซีอาร์เอ็ม และบิ๊กดาต้าไปด้วยกัน เมื่อโลกเริ่มเปลี่ยนให้เคลื่อนที่เร็วขึ้น บีบให้คนต้องพัฒนาและปรับตัวเอง ถ้าพัฒนาไม่ทันจะหลุดจากวงจร
ปีนี้ตั้งงบประมาณด้านไอทีไว้ประมาณ 500 ล้านบาท ขณะนี้ใช้ไปเกินครึ่งแล้ว แม้การลงทุนไอทีไม่ได้ลดคอสต์ตั้งแต่ต้น แต่เมื่อเข้าระบบแล้วคอสต์จะลดลงมหาศาล ทั้งนี้ ต้องอิมพลีเมนต์ให้ถูกเทคโนโลยี ซึ่งเทคโนโลยีมีอยู่ในตลาดอยู่แล้ว แต่จะนำมาทำงานให้เป็นเนื้อเดียวกันกับธุรกิจนั้นเป็นเรื่องยาก และเป็นศิลป ทุกสิ่งมีจุดอ่อน ต้องมั่นใจว่าแก้ไขได้

แผนงานด้านไอทีของบริษัทรับผิดชอบโดยนายวุฒิชัย เจริญผล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Information Technology Strategic & Governance งานด้านไอทีแยกเป็น Plan - Build - Run ซึ่งการวางแผนเกิดจากภายใน ส่วน Build และ Run บางทีว่าจ้างคนนอก

“บางอย่างตามได้ บางอย่างต้องนำ ไม่เคยเคลมว่าเทคโนโลยีของเราดีที่สุด เราศึกษาทุกเทคโนโลยี แต่เอาธุรกิจนำเทคโนโลยี สำหรับเราไอทีเป็นเอ็นนาเบิล เป็นเครื่องมือ และไม่ทำให้ต้นทุนเราลดลง แต่มาช่วยซัพพอร์ตกลยุทธ์เรา เราไม่จำเป็นต้องเป็นรายแรกที่ทำ แต่ถ้าเป็นรายที่ 2 หรือ 3 ต้องมั่นใจว่าดีกว่าราย 1 หรือ 2 ไม่ adopt เทคโนโลยีใหม่ๆ ทันที ค่อยๆ ดู และเห็นคุณค่าของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ต้องแน่ใจว่่าจะได้อะไรกลับมา”

กำไรโตกว่าอุตฯ 

เมื่อเดินกลยุทธ์ถูกทาง ระดับกำไรก็ขยับขึ้น อัตราการเติบโตของเคทีซีมากกว่าอุตสาหกรรมในช่วง 6 เดือน แต่ต้องปรับปรุงภาพออกสู่ภายนอก แม้ผู้ใช้บัตรจะติดและแนะนำเพื่อนให้มาใช้เพิ่ม ลักษณะปากต่อปากแต่ยังไม่พอ ต้องเพิ่มการรับรู้ต่อลูกค้าให้มากขึ้นถึงความพิเศษที่เคทีซีมี 

ปัจจุบันลูกค้าบัตรเคทีซีมี 1.8 ล้าน ใกล้ๆ 109 ล้านบัตร จากผู้ถือประมาณ 1.4 ล้านคน ยอดใช้เฉลี่ยประมาณ 8.2 พันบาทต่อคนต่อเดือน หรือ 6,500 บาทต่อบัตรต่อเดือน รายได้ไตรมาสที่ 1/2558 มี 3,705 ล้านบาท กำไร 574 ล้านบาท รายได้ทั้งปี 2557 รวม 14,337 ล้านบาท เติบโต 10% กำไร 1,755 ล้านบาท