เล็งปรับสถานภาพ ‘อีจีเอ’ กำกับไอทีอินฟราฯ ภาครัฐ

เล็งปรับสถานภาพ ‘อีจีเอ’ กำกับไอทีอินฟราฯ ภาครัฐ

อีจีเอเตรียมยกระดับสู่หน่วยงานกำกับไอที อินฟราสตักเจอร์ภาครัฐ รับโครงสร้างกระทรวงใหม่ ภายในส.ค.ส่งร่าง พ.ร.บ.ตั้งหน่วยงานเข้า ครม.พิจารณา

นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรืออีจีเอ กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานไอทีของประเทศกำลังพลิกโฉม จากการที่รัฐเตรียมความพร้อมสู่ดิจิทัล อีโคโนมี สร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชนด้านการลงทุนไอที อินฟราสตรักเจอร์ มีรัฐให้การสนับสนุน ซึ่งต้องมีหน่วยงานรัฐไปกำกับดูแลการลงทุนของเอกชนให้มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ โดยการตั้งคณะกรรมการกำกับ

ทั้งนี้ อีจีเอ กำลังเปลี่ยนบทบาทไปเป็น“มือไม้”ของคณะกรรมการกำกับดูแลไอที อินฟราสตรักเจอร์ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ รวมทั้งการตรวจสอบดูแลคลาวด์ภาครัฐ โดยอาจมีกฎหมายกำกับบริการออกมา ซึ่งต่อไปการให้บริการข้อมูลภาครัฐจะโอนย้ายไปอยู่บนคลาวด์ อินฟราสตรักเจอร์

“อีจีเอ อาจเป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรตาม พ.ร.บ. ที่ทำหน้าที่เป็นมือไม้ของคณะกรรมการ ในกระทรวงดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งประมาณเดือน ก.ค. หรือส.ค. ร่างพ.ร.บ.จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.”

ล่าสุด อีจีเอ ได้เปิดตัวบริการเสริม คือ บริการระบบศูนย์สำรองข้อมูลและการกู้คืนสำหรับบริการระบบคลาวด์ภาครัฐ (ดีอาร์ ไซต์ ฟอร์ จี-คลาวด์) รองรับการให้บริการระบบโปรแกรมสารสนเทศที่สำคัญๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่ใช้บริการอยู่บนระบบจี-คลาวด์ให้ทำงานได้ต่อเนื่อง

การให้บริการครั้งนี้ เพื่อสำรองและกู้คืนข้อมูล โดยเลือกหน่วยงานที่ทำงานด้วย เพื่อเรียนรู้ร่วมกันก่อนจะถ่ายโอนการเก็บข้อมูลภาครัฐไปใช้ศูนย์ข้อมูลเอกชน หรือดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติ ที่รัฐสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุน และมีรัฐเป็นผู้เช่าใช้รายหลัก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจัดสร้างได้ต้นปี 2559 และใช้เวลาประมาณ 18 เดือนจึงจะเปิดให้บริการได้ ดังนั้น บริการนี้จึงไม่ซ้ำซ้อนกับเอกชน

บริการที่เปิดใหม่นี้มีหน่วยงานที่เข้าร่วมนำร่องกว่า 20 ระบบงานบริการ จากหน่วยงานที่ใช้บริการบนระบบจี-คลาวด์มากกว่า 600 ระบบงาน ซึ่งการใช้งานจี-คลาวด์ทำให้ประหยัดงบประมาณประเทศปี 2588 ประมาณ 5-600 ล้านบาทเฉพาะค่าเช่าเซิร์ฟเวอร์ แต่ระบบงานภาครัฐทั้งหมดมีมากกว่า 1 หมื่นระบบ ระบบงานนำร่องนี้คัดเลือกหลากหลายประเภท จากสำนักงบประมาณ ระบบงานบริการประชาชน และระบบงานภายในหน่วยงานต่างๆ เป็นต้น

สำหรับระบบที่เปิดให้บริการนี้ที่สำคัญต้องกู้คืนได้ภายใน 30 นาที - 1 ชั่วโมง จากที่ผ่านๆ มาการกู้คืนระบบงานภาครัฐบางระบบอาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนๆ

พร้อมกันนี้ นายศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อีจีเอ ไม่เคยลงทุนจัดทำดาต้า เซ็นเตอร์ มีแต่เช่าใช้จากภายนอก คือ ไอเน็ต กสท และทรู จะไม่สร้างระบบใหญ่แข่งกับเอกชน ต้องการหนุนเอกชนให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันที่สนับสนุนเอกชน และมีโจทย์ให้เตรียมความพร้อมภาครัฐสู่คลาวด์

“วันที่ 22 มิ.ย. นี้ จะจัดเวิร์คช้อปกับหน่วยงานรัฐต่างๆ เพื่อจัดทำเฟรมเวิร์คข้อมูลใดอยู่กับเอกชน อันไหนอยู่กับภาครัฐ ซึ่งที่สิงคโปร์ข้อมูลรัฐก็อยู่ในเอกชน แล้วรัฐกำกับ ซึ่งเอกชนไม่มีปัญหาที่จะดำเนินการ แต่ก่อนถึงตอนนั้น ภาครัฐต้องไปก่อน ทำให้เห็นถึงความมั่นใจในคลาวด์ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง ต่อไปจะถูกดึงข้อมูลไปอยู่ต่างประเทศหมด ถึงสู้ต่างประเทศที่ใช้งบดำเนินการจำนวนมากไม่ได้ แต่ถือว่า มีตัวเลือกบ้าง”

อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่า ข้อมูลที่จะไปใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ของเอกชนนั้น ไม่แตะงานของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการคลัง ที่ถือเป็นงานด้านความมั่นคง แต่ทั้งสองกระทรวงก็มีระบบงานบางส่วนที่ให้บริการแก่สาธารณะ ดังนั้น ต่อไปอาจต้องพิจารณาถึงระบบงาน มากกว่าสังกัดกระทรวง

นอกจากนั้น วานนี้ (11 มิ.ย.) อีจีเอ ร่วมกับสมาคมความมั่นคงปลอดภัยคลาวด์คอมพิวติ้ง ประเทศไทย (ซีเอสเอ ประเทศไทย)ได้เปิดงานการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการระดับอาเซียนด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์เตรียมพร้อมบุคลากรรับบริการบนคลาวด์