วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผย55ล้านเลขฯ ไม่ลงทะเบียนซิมเติมเงิน หวั่นโทรออกไม่ได้

รองเลขาธิการ กสทช. ลงพื้นที่กรุงเก่า ชวนคนลงทะเบียนซิมเติมเงิน ก่อน31ก.ค.นี้ เผย อีก 55 ล้านเลขหมาย อาจจะโทรออกไม่ได้

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมด้วย น.ส.จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผ.อ.สำนักบริหารและจัดการเลขหมายโทรคมนาคม เดินทางมาร่วมกิจกรรม เชิญชวนให้ประชาชนลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน ด้วยการใช้แอพพิเคชั่น 2 แชะ รองรับการลงทะเบียนซิมเก่าและซิมใหม่ โดยมีตัวแทนร้านค้าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจากทุกค่ายมาร่วมออกบูทรณรงค์ และมีประชาชนพากันมาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง


นายก่อกิจ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกสทช.ได้สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ ชื่อแอพ 2 แชะ เพื่อใช้ในการลงทะเบยนโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงิน ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในเรื่องของการรักษาข้อมูลส่วนตัว โดยสามารถติดต่อขอลงทะเบียนที่ร้านโทรศัพท์มือถือที่มีสัญญลักษณ์ 2 แชะ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ทาง กสทช.ยังได้ทำข้อตกลงความร่วมมือเรื่องการจัดเก็บข้อมูลของการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินกรณีซิมใหม่ กับร้านประเภทโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง ที่สำคัญสามารถนำไปลงทะเบียนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ฝ่ายทะเบียนราษฎร์ปกครองทุกแห่ง ที่ว่าการอำเภอและศาลากลางจังหวัดฯทุกแห่ง สามารถรับลงทะเบียนซิมได้


ซึ่งประชาชนที่ซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่จะต้องลงทันที โดยขั้นตอนนำเพียงบัตรประชาชนและซิมการ์ดไปดำเนินการ โดยทั่วประเทศมีการนำซิมโทรศัพท์แบบเติมเงินไป จาก 90 ล้านเลขหมาย มีการนำไปลงทะเบียนแล้วกว่า 35 ล้านเลขหมาย และยังเหลืออยู่ประมาณ 55 ล้านเลขหมาย ซึ่งหากถึงวันที่ 31 กค นี้ โทรศัพท์ที่ใช้ซิมแบบเติมเงิน แล้วยังไม่ได้ลงทะเบียนจะโทรออกไม่ได้ จะรับสายได้อย่างเดียวเท่านั้น จนกว่าจะไปลงทะเบียน โดยการออกตรวจสอบจุดให้บริการและเชิญชวนขณะนี้มีเป้าหมาย 5 จว.ได้แก่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี ภูเก็ต ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา


นายก่อกิจ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กสทช.ต้องการที่จะให้ผู้ใช้โทรศัพท์ได้รับความเป็นธรรมในการใช้บริการ สามารถตรวจสอบการใช้ ข้อร้องเรียนในเรื่องสัญญานได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความปลอดภัยจากการใช้โทรศัพท์ด้วย ภายใต้แนวคิด สังคมปลอดภัย ร่วมใจลงทะเบียน รักษาสิทธิเป็นเจ้าของเลขหมาย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ซึ่งจะได้มีการรณรงค์เชิญชวนในพื้นที่อื่นๆต่อไป