อะฟลาเซนส์ (AflaSense) เครื่องตรวจคัดกรองสารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนในอาหาร พร้อมถ่ายทอดถึงมือภาคธุรกิจ
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
อะฟลาเซนส์ ( AflaSense) เครื่องตรวจคัดกรองสารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนใน ถั่วลิสงป่น พริกแห้ง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และผลิตผลทางการเกษตร ผลงานพร้อมถ่ายทอดถึงมือภาคธุรกิจเอกชนจากการคิดค้นร่วมระหว่างนักวิจัยศูนย์เนคเทคกับนักวิจัยศูนย์ไบโอเทค ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารและนโยบายอาหารปลอดภัย
ไฮเทคเพื่อความสะดวก
แม้ช่วงที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมตื่นตัวที่จะตรวจวิเคราะห์หาสารอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบ แต่ก็มีปัญหาเรื่องต้นทุนการวิเคราะห์ เพราะต้องส่งตัวอย่างไปตรวจด้วยด้วยวิธีมาตรฐาน HPLC ซึ่งต้องใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ในห้องปฏิบัติการ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงจึงจะรู้ผล ในราคาตัวอย่างละประมาณ 2,000 บาท
จากสภาพปัญหานี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) โดยศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ จึงกำหนดโจทย์วิจัยคือ ชุดตรวจวัดที่ราคาถูก ใช้ง่าย ใช้เวลาวิเคราะห์สั้น แสดงผลได้เร็วและมีความจำเพาะสูงหรือความถูกต้องแม่นยำสูง
อดิสร เตือนตรานนท์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ทีมงานพยายามพัฒนาเครื่องตรวจวัดอะฟลาทอกซินให้ได้ตามโจทย์ และให้ชื่อเรียกว่า AflaSense เครื่องตรวจนี้เป็นการนำเอาเทคนิคการตรวจวัดแบบปฏิกริยาเคมีไฟฟ้าของขั้วไฟฟ้าเคมี มาใช้ในการตรวจวัดสารอะฟลาทอกซินเป็นครั้งแรก
การทำงานประกอบด้วย 2 ส่วนคือ เครื่องอ่านที่มีการออกแบบทางอุตสาหกรรมและวิศวกรรม ทำให้มีขนาดพกพาสะดวก และอุปกรณ์พร้อมชุดน้ำยา ประกอบด้วย แผ่นเซนเซอร์โดยใช้ขั้วไฟฟ้ากราฟีนแบบพิมพ์ได้ และชุดน้ำยาแลมป์เคมีไฟฟ้า ที่อาศัยหลักการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอของเชื้อราที่สร้างสารอะฟลาทอกซินอย่างจำเพาะโดยเทคนิคแลมป์ ต่อจากนั้นปริมาณของชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ถูกเพิ่มปริมาณจะถูกตรวจวัดด้วยสารอินดิเคเตอร์เกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าขึ้น
ทั้งนี้ หลักการพื้นฐานของเครื่องตรวจวัดนี้ สามารถนำไปต่อยอดทางเทคโนโลยีได้อย่างหลากหลายในอนาคต เช่น การตรวจวัดเชื้อโรคหรือสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร รวมไปถึงสินค้าทางการเกษตร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมไทย
จุดเด่นของสิ่งประดิษฐ์นี้คือ มีความจำเพาะสูง เนื่องจากตัวน้ำยาเป็นการวัดที่ดีเอ็นเอของเชื้อรา ทำให้สามารถวัดได้แม้เป็นเชื้อปริมาณน้อยที่ 1.5 ppb, ใช้เวลาเตรียมตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ให้ผลใน 45 นาทีด้วยตัวกราฟีนที่เป็นคาร์บอน 2 มิติเร่งการเกิดปฏิกิริยาไวขึ้นเพียง 20 วินาที ในราคาที่ถูกกว่าการตรวจมาตรฐาน HPLC เกือบ 10 เท่า แถมยังพกพาใช้ในภาคสนามได้
อย่างไรก็ตาม ชุดตรวจแบบเร็วนี้เหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดทั้งระยะเวลาและค่าตรวจ หากตรวจพบการปนเปื้อนในสิ่งส่งตรวจก็สามารถนำส่งตรวจด้วย HPLC ซ้ำได้
ผู้ผลิตอาหารขานรับ
“ปัจจุบันเราส่งเครื่องต้นแบบให้ภาคเอกชนทดลองใช้ อาทิ เครือซีพี เบทาโกร ซึ่งผลตอบรับดีมาก และในปี 2558 ได้รับทุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สวก. สำหรับการวิจัยในเฟส 2 เป็นการสร้างเครื่องตรวจต้นแบบ 50 เครื่อง เพื่อทดสอบร่วมกับภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกษตรกรรม ซึ่งเป็นต้นน้ำและอุตสาหกรรมอาหาร สำหรับเก็บข้อมูลเชิงพาณิชย์” อดิสรกล่าว
หลังการศึกษาในเฟส 2 ทีมวิจัยตั้งเป้าจะเก็บข้อมูลเรื่องของการใช้งาน ประสิทธิภาพ รวมถึงราคาขายที่เหมาะสม โดยมีแผนที่จะส่งต่อเทคโนโลยีให้กับเอกชนที่สนใจจะผลิต ซึ่งมี 2 บริษัทที่ติดต่อเข้ามาและอยู่ระหว่างรอข้อมูลจากการศึกษาจากเฟส 2
หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า AflaSense เป็นงานวิจัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารได้ดี ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เนคเทคมีอยู่แล้ว กับกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจและกำลังซื้อ แต่สิ่งที่ขาดคือ ผู้ผลิตและทำการตลาดนวัตกรรมนี้ไปสู่เชิงพาณิชย์นั่นเอง
เครื่องตรวจนี้ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2558 รางวัลประกาศเกียรติคุณ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ในงานวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2558 ซึ่งกำหนดมอบรางวัลในวันที่ 2 ก.พ.นี้ และร่วมออกบูธจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 2-5 ก.พ.นี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี





