"วันนี้เราพร้อมเกินกว่า100%สำหรับการเข้าประมูล4จี เอไอเอสหวังจะให้บริการลูกค้าด้านเครือข่ายที่ดีที่สุดด้วย3+4"
การเปิดประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4จีตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ยืนยันว่าแม้มีร่างกฎหมายฉบับใหม่มาแก้ไขพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 ที่ให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้กำหนดนโยบายเรื่องการจัดสรรคลื่น แต่การจัดประมูลนั้นยังอยู่ในความรับผิดชอบของ กทค. ตามเดิม
ถือเป็นสัญญาณที่ดีแก่ผู้ประกอบการเอกชนที่ไม่ต้องการให้การประมูลคลื่น 4จีล่าช้าไปจากเดิมอีกแล้ว
"กรุงเทพธุรกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ "สมประสงค์ บุญยะชัย" ประธานกรรมการบริหาร อินทัช กรุ๊ป โฮลดิ้งคัมพะนีของ เอไอเอส ไทยคม และซีเอส ล็อกซอินโฟ เกี่ยวกับความพร้อมของการเข้าร่วมประมูล รวมทั้งทิศทางของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมปี 2558
อำนาจเปลี่ยนไม่กระทบประมูล
นายสมประสงค์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่อาจจะไม่ให้สิทธิ์ของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดสรรคลื่นสำหรับการประมูล 4จีว่า เท่าที่เข้าใจยังมองว่าอำนาจของรัฐบาลและองค์กรอิสระอย่าง กสทช.ก็เพียงแค่การเปลี่ยนหน้าที่ หรืออำนาจจัดสรรคลื่น
เขามองว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดที่ตัดการประมูลก็ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ขอให้เปิดประมูล 4จีให้ได้จริงๆ เสียที เนื่องจากขณะนี้ไทยถือว่าตามหลังประเทศเพื่อนบ้านไปบ้างแล้ว
ส่วนของภาคเอกชนขอเพียงความชัดเจนเท่านั้น จะได้วางแผนการดำเนินการได้ถูกต้อง แต่้ขามั่นใจเต็มที่ว่า การประมูล 4จีจะเกิดขึ้นปีนี้แน่นอน เพราะจากที่ได้ฟังคำสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศด้วยดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือมาช่วย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม และการสื่อสารผ่านเน็ตเวิร์คที่รวดเร็วมากขึ้นผ่านระบบ 4จีรองรับบิ๊กดาต้า และคลาวด์ คอมพิวติ้ง
เขา เผยถึงความพร้อมในการเข้าประมูลว่า เอไอเอส บริษัทในเครืออินทัชพร้อมเกิน 100% ทั้งด้านเงินลงทุนสำหรับใช้ประมูลใบอนุญาต และขยายโครงข่าย โดยใช้แหล่งเงินลงทุนจากกระแสเงินสดในมือ รายได้จาการโอเปอเรชั่น และเครดิตเงินกู้ นอกจากนี้ ยังพร้อมด้านบุคลากร และโนว์ฮาว รอเพียงความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์การประมูลและช่วงเวลาที่แน่ชัดเท่านั้น
อย่างไรก็ดี หากเกิดปัญหาสะดุดไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้ประมูล 4จีไม่ได้ ผู้ประกอบการเอกชนคงไม่กระทบเท่าไรนัก ก็ทำธุรกิจด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือก็เท่านั้น แต่หากมองในแง่ภาพรวมของการพัฒนาประเทศ หากยังไม่จัดการประมูล โอกาสของประเทศก็จะสูญเสียไปได้ เพราะการก้าวไปให้ทันประเทศเพื่อนบ้านที่เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีตลอดเวลานั้น การมีเครื่องมือมาใช้เป็นตัวเสริมก็จะทำได้ง่ายมากขึ้น
ท็อปปิระมิดลูกค้าต้องการ"4จี"
ประธานกรรมการบริหาร อินทัชฯ อธิบายว่า 4จี ไม่ใช่เพียงการให้บริการที่ระดับความเร็วเพิ่มขึ้น จาก 2จีและ3จี แต่ในฐานลูกค้าของเอไอเอสทั้งหมดบนยอดบนของฐานที่เป็นท๊อปของปิระมิด ซึ่งเป็นส่วนของบริการที่ต้องการคุณภาพการใช้งานที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ตอบสนองความต้องการของการใช้งานที่อยู่ในแบบดาต้า ทรานมิชชั่น การเชื่อมต่อโครงข่ายกับอุปกรณ์อื่นที่มีความเป็นโมบิลิตี้ในการใช้งาน รองรับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ และบิ๊กดาต้า ดังนั้น เอไอเอสจึงต้องการคลื่นความถี่ที่มี 3จีบวก4จีควบคู่กันไปในการให้บริการแก่ลูกค้าแบบไร้รอยต่อของสัญญาณ
"วันนี้เราพร้อมเกินกว่า100%สำหรับการเข้าประมูล4จี เอไอเอสหวังจะให้บริการลูกค้าด้านเครือข่ายที่ดีที่สุดด้วย 3+4 คือ 3จีควบคู่กับ 4จี ดีกว่าที่เราจะมีแค่ 2จีบวกกับ3จี"
นอกจากนี้ การมีการลงทุนใหม่ๆ อย่างการขยายโครงข่าย 4จีจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีสภาพคล่องมากขึ้น ซึ่งประเด็นในภาคเอกชนเองมองว่ามีความสำคัญมากเพราะจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระดับมหภาคลงลึกไปถึงรายย่อย เพราะแม้เศรษฐกิจของประเทศจะสวิงแค่ไหน แต่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมกลับมีเสถียรภาพมาก
ต้องอินเวสท์-ไดเวสท์-เมนเทน
เขา ฉายภาพของอินทัชอีก 3-5 ปีข้างหน้าว่า จะมีอยู่ 3 ส่วนที่ต้องดำเนินการคือ 1.อินเวสท์ บริษัทจำเป็นต้องมองหาโอกาสใหม่เพื่อการลงทุน ตามศักยภาพของบริษัทที่ทำได้ซึ่งมองทั้งธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุน และไม่ใช้เงินลงทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาหาธุรกิจใหม่ในลักษณะดังกล่าว 2.ไดเวสท์ เมื่อธุรกิจที่เป็นโฮลดิ้งประสบความสำเร็จสูงสุดแล้ว หากสามารถขายกิจการ หรือต่อยอดไปทำธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องได้ก็พร้อมจะลองพิจารณา ซึ่งการไดเวสท์นี้คงเป็นโมเดลท้ายที่สุดที่จะดำเนินการ
และ 3. การเมนเทน ธุรกิจปัจจุบันที่มีอยู่ให้อยู่ในระดับดีเยี่ยม บริการแก่ลูกค้า คู่ค้าให้ดีที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ทำมาตลอด แต่ยังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและทำอยู่เสมอ หยุดไม่ได้
ยึดมั่น"Breakthrough"9ข้อ
"Breakthrough" คือการก้าวข้ามข้อจำกัดทุกอย่าง ด้วยการวางแผนงานให้บริษัทที่ถือหุ้น มีทั้งหมด 9 ข้อโดย เอไอเอสมีภารกิจที่ต้องทำ 4 ข้อ คือ 1. การมี 3จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 2.การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน 4จี
3. ฟิกซ์ บรอดแบนด์ และ 4.คอนเวอร์เจนซ์ด้วยการรวมคลื่นความถี่ 3จี-4จี และฟิกซ์ บรอดแบนด์มาผสมผสานกัน ส่วนไทยคม มีภารกิจคือการปล่อยดาวเทียมดวงใหม่ๆ ส่วนซีเอส ล็อกซอินโฟ ที่ได้รับมอบหมายทำภารกิจคลาวด์ คอมพิวติ้ง เพื่อรองรับการใช้งานทั้งบริษัทและลูกค้าทั่วไป โดยแผนทั้ง 9 ข้อได้ดำเนินการไปแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนที่ต่างกัน ซึ่งจะดำเนินการไปจนถึง 5 ปีข้างหน้า
เป้าหมาสูงสุดคือธุรกิจของกลุ่มอินทัชเติบโตอย่างยั่งยืน โดยฐานรายได้จะกระจายจากหลายธุรกิจดังกล่าวในอีก 3- 5 ปีข้างหน้า ฐานรายได้จากเอไอเอสก็จะมีสัดส่วนลดลงมาเหลือที่ 75% ของรายได้รวม





