สำนักงาน กสทช.เข้ม กำหนด 1 ก.พ. - 31 ก.ค.นี้ การเติมเงินซิมต้องลงทะเบียน ฝ่าฝืนเจอปัญหาซิมดับ
ยันต้องแสดงตัวเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน จากนำไปใช้หลอกหลวงประชาชน ก่อการร้าย ทั้งเห็นชอบให้คิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาทีอยู่ในร่างประกาศการกระทำผิดที่เอาเปรียบผู้บริโภค
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา กสทช. ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กลุ่มทรู บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม เรื่องการลงทะเบียนยืนยันตัวตนของการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน (พรีเพด)
ทั้งนี้ ทุกฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกันว่า สำนักงาน กสทช. จะออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม เพื่อบังคับให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายต้องลงทะเบียนยืนยันการใช้งานของลูกค้าในระบบเติมเงินให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 31 ก.ค.นี้ หลังวันดังกล่าวหากยังพบว่ามีลูกค้าไม่ลงทะเบียนซิมการ์ด ต้องระงับการใช้งานของลูกค้ารายนั้นๆ ทันที
“การที่เราต้องบังคับให้ลงทะเบียน ก็เพราะเป็นเรื่องของการสร้างความปลอดภัยในเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน เพราะต้องยอมรับว่า มีคนเอาเลขหมายที่ไม่ลงทะเบียนไปใช้งานหลอกลวง ข่มขู่ ไปจนถึงการใช้จุดระเบิดทำร้ายผู้อื่นได้ ซึ่งหากลงทะเบียนก็จะตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้”
ปัจจุบัน เลขหมายโทรศัพท์ในระบบเติมเงินทั้งตลาดมีอยู่ 90 ล้านเลขหมาย แต่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนแล้ว 1.6 ล้านเลขหมายเท่านั้น
นายอเนก อนันต์วัฒนพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหาร ด้านผลิตภัณฑ์ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสเห็นด้วยกับการดำเนินการของ กสทช. ที่ผ่านมาดำเนินการตามคำสั่งลงทะเบียนซิมการ์ดมาโดยตลอด เพียงแต่เอไอเอสไม่มีอำนาจทางกฎหมายไปบังคับให้ลูกค้าดำเนินการ เพราะอาจถูกฟ้องได้
นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ ดีแทค กล่าวว่า เดิมดีแทคพยายามดำเนินการมาตลอด แต่ที่ไม่สำเร็จ เนื่องจาก กสทช. ไม่มีผลบังคับใช้กับประชาชน แต่ครั้งนี้เชื่อว่าจะดำเนินการได้ และพร้อมดำเนินการเนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง แต่จะลงทะเบียนให้ลูกค้าทั้งหมดทันวันที่ 31 ก.ค. หรือไม่ ปัญหาใหญ่น่าจะอยู่ที่การทำประชาสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน
นอกจากนี้ วันที่ 21 ม.ค. บอร์ดมีมติให้นำร่างประกาศ เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่าย หรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ. .... ไปประกาศรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
ร่างประกาศฉบับนี้จะเป็นมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค อาทิ การคิดค่าโทรศัพท์ที่ไม่เป็นจริงตามการใช้งาน ซึ่งเพิ่มเติมการคิดค่าโทรตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีด้วย โดยให้ กสทช. มีอำนาจสั่งระงับการดำเนินการดังกล่าวของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมได้ และให้มีอำนาจสั่งปรับทางปกครองได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับ 100,000 บาทต่อวัน ตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อมีประกาศออกมาบังคับใช้
ทั้งนี้ หลังจากได้ทำประชาพิจารณ์และเสนอต่อกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว จะมีผลบังคับให้ค่ายมือถือ ต้องคิดค่าโทรเป็นจริงตามการใช้งาน แต่ระหว่างรอประกาศบังคับใช้ต้องให้ค่ายมือถือออกโปรโมชั่นทางเลือกคิดค่าโทรเป็นวินาที หรือได้ข้อสรุปถึงรูปแบบการคิดค่าโทรเป็นวินาทีก่อน ซึ่งคาดว่า 14 ก.พ.2558 ต้องมีข่าวดีแน่นอน
ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติให้ปรับลดจำนวนคณะอนุกรรมการฯ และคณะทำงานฯ และจำนวนองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 10 คนต่อคณะ จากปัจจุบันที่มีมากกว่าคณะละ 20 คน และกสทช. มีคณะอนุฯมากกว่า 60 คณะ ตามที่สำนักงานเสนอ แล้วให้นำกลับมาเสนอต่อที่ประชุม กสทช. ครั้งต่อไป





