พฤกษา เรียลเอสเตท เปลี่ยนปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้เป็นโจทย์ของการค้นหานวัตกรรม
พฤกษา เรียลเอสเตท เปลี่ยนปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้เป็นโจทย์ของการค้นหานวัตกรรมและเป็นจุดเริ่มต้นของ "พฤกษา อินโนเวชัน เซนเตอร์" ทำหน้าที่ค้นหานวัตกรรมทั้งในด้านกระบวนการ วัสดุและวิธีการเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้บ้านซึ่งถือเป็น 1 ในปัจจัย 4 มีคุณภาพและครอบคลุมถึงการมีชุมชนที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี
“พฤกษา ให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพบ้านเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า จึงมุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องกันมา โดยในปี 2545 เริ่มนำเทคโนโลยีพฤกษา พรีคาสต์ มาใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบ ต่อมาปี 2555 ได้คิดค้นนวัตกรรมการสร้างบ้านคุณภาพในรูปแบบเหมือนแบบอุตสาหกรรม และต่อมาปี 2557 จึงได้นำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้ในโครงการคอนโดมิเนียม" ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดประเด็นเส้นทางนวัตกรรมของพฤกษา
โรบอตทดแทนแรงงาน
ก่อนหน้านี้พฤกษาฯ นำหุ่นยนต์มาใช้ในการประกอบแบบข้าง (Shuttering) รวมถึงมีการนำระบบการผลิตตะแกรงเหล็กอัตโนมัติ มาใช้แทนระบบเดิมที่ใช้แรงงาน สามารถลดแรงงานจาก 100 คนเหลือเพียง 6 คน และลดการสูญเสียวัสดุเหล็กจาก 25-30% เหลือเพียง 0.1% ทั้งยังทำให้เกิดความแม่นยำในกระบวนการผลิต ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสูง และสามารถควบคุมเวลาการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย
ทองมา กล่าวว่า เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง จึงพัฒนาคุณภาพการก่อสร้างบ้านให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการลงทุน 2,300 ล้านบาทสร้างโรงงานพรีคาสท์ที่นวนคร รองรับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน พร้อมทั้งนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบด้วย 1) หุ่นยนต์วางแบบข้างและช่องเปิด 2) เครื่องผลิตและวางเหล็กเสริม อัตโนมัติ 3) เครื่องเทคอนกรีตอัตโนมัติ 4) เครื่องขัดผิวหน้าคอนกรีตอัตโนมัติ 5) ระบบบ่มคอนกรีตอัตโนมัติ 6) หุ่น ยนต์ถอดแบบข้างอัตโนมัติ 7) ระบบจัดเก็บชิ้นงานอัตโนมัติ 8) ระบบการนำน้ำทิ้งและเศษคอนกรีตกลับมาใช้ใหม่
"เราสามารถลดแรงงานได้มากกว่า 35% เมื่อเทียบกับโรงงานเดิมที่ลำลูกกา ลดการสูญเสียเศษเหล็ก ได้ถึง 25-30% อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีการนำเศษคอนกรีตและน้ำปูนที่เหลือทิ้งกลับไปใช้ใหม่ คาดว่าจุดคุ้มทุนของโรงงานใหม่จะอยู่ที่ 5 ปี"
สิ่งที่จะได้รับจากการลงทุนในโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ ลำลูกกา (5 โรงงาน) มีกำลังการผลิต 640 หลังต่อเดือน และโรงงานพฤกษา พรีคาสท์ แห่งใหม่ที่นวนคร ( 2 โรงงาน) มีกำลังการผลิต 480 หลังต่อเดือน รวมทั้งหมดมีกำลังการผลิตรวม 1,120 หลังต่อเดือน กำลังการผลิตดังกล่าวจะรองรับการเจริญเติบโตของบริษัทไปอีก 1-2 ปี สามารถลดระยะเวลาการส่งมอบบ้าน โดยช่วยให้สร้างบ้านเสร็จเร็วขึ้นจากเฉลี่ย 6-8 เดือน เหลือเพียง 3-4 เดือน
"วงการก่อสร้างไทยยังไม่ค่อยมีการใช้หุ่นยนต์เมื่อเทียบกับในต่างประเทศ พฤกษาฯถือเป็นผู้นำในการนำระบบหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงานแห่งใหม่นี้ ที่มีระบบขัดหน้าอัตโนมัติและระบบจัดเก็บชิ้นงานอัตโนมัติ ซึ่ง 2 ระบบนี้เป็นนวัตกรรมที่ร่วมกันคิดค้นระหว่างทีมงานพฤกษากับผู้ผลิตเครื่องจักรจากเยอรมนี"
โรงงานเขียวสร้างโลกสวย
ซีอีโอพฤกษาวางแผนที่จะพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้กับโครงการคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น ซึ่งเปิดตัวเทคโนโลยีเมื่อปีที่ผ่านมา และมีแผนจะนำมาใช้กับโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวในอนาคต การนำห้องน้ำสำเร็จรูปมาใช้จะช่วยลดปัญหาการรั่วซึมรวมถึงง่ายต่อการดูแลรักษา
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการปูกระเบื้องด้วยหุ่นยนต์ เนื่องจากการปูกระเบื้องต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือ ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน ตลอดจนสนใจที่จะนำ "กรีน เทคโนโลยี" เข้ามาใช้งานเพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะทั้งภายในโรงงานและสาธารณะ
โรงงานพฤกษา พรีคาสท์ แห่งใหม่ที่นวนครเป็น "กรีน แฟคทอรี่" แห่งแรกของไทย ที่ช่วยลดมลภาวะเรื่องเสียง ฝุ่นและน้ำเสีย คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิต ทั้งยังนำระบบรีไซเคิลคอนกรีตมาใช้ เพื่อนำน้ำทิ้งและเศษคอนกรีตจากการทำงานกลับมาใช้ในขบวนการผลิตอีกครั้ง ทำให้ไม่มีเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการผลิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปต่างๆ ที่ช่วยลดของเสียจากกระบวนการผลิต การพัฒนาวัสดุที่มีความเป็นฉนวน การใช้เครื่องมือช่วยติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อลดการใช้แรงงานอีกด้วย
ความก้าวหน้าทั้งหมดนี้เพื่อมอบบ้านที่มีคุณภาพให้กับลูกค้า และเป็นจุดยืนที่ชัดเจนตลอด 21 ปีของพฤกษา เรียลเอสเตท





