วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นวัตกรรม' นำส่งยารักษากระดูก

แพทย์ มธ. พัฒนาวัสดุนำส่งยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อของกระดูก ปล่อยยาได้นาน ลดการผ่าตัดซ้ำซ้อน ประสิทธิภาพดี

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

แพทย์ มธ. พัฒนาวัสดุนำส่งยาปฏิชีวนะรักษาการติดเชื้อของกระดูก ปล่อยยาได้นาน ลดการผ่าตัดซ้ำซ้อน ประสิทธิภาพดีกว่าของนำเข้าในราคาที่ถูกกว่า 10 เท่า ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละกว่า 1 พันล้านบาท

อุบัติเหตุที่ส่งผลต่อกระดูก ทำให้การรักษาต้องใช้เวลานานโดยเฉพาเมื่อกระดูกติดเชื้อ รศ.ดร.บัญชา ชื่นชูจิตต์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาวัสดุนำส่งยาปฎิชีวนะสำหรับรักษาการอักเสบติดเชื้อของกระดูก

:: นวัตกรรมเพิ่มศักยภาพการรักษา

รศ.ดร.บัญชากล่าวว่า เดิม การรักษาผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อของกระดูกนั้น จะให้ยาทางน้ำเกลือ ร่วมกับยาฆ่าเชื้อซึ่งผสมในซีเมนส์กระดูก (Bone Siemens) แต่ซีเมนส์ก็คือสิ่งแปลกปลอม เมื่อปลดปล่อยยาฆ่าเชื้อหมดใน 2-4 สัปดาห์ ก็ต้องผ่าตัดเพื่อเอาซีเมนส์กระดูกออก

“ผู้ป่วยต้องผ่าตัดดังกล่าว 5-10 ครั้งจึงจะรักษาการติดเชื้อจนหายดี และทำการผ่าตัดครั้งสุดท้าย เพื่อเติมกระดูกที่โหว่ โดยใช้กระดูกเชิงกรานของตนเอง”

งานวิจัยวัสดุนำส่งยาปฎิชีวนะสำหรับรักษาการอักเสบติดเชื้อของกระดูก นักวิจัย มธ.อธิบายว่า เป็นการสังเคราะห์ไฮดรอกซีแอปาไทด์พรุนขึ้นมาควบรวมกับยาปฏิชีวนะเข้มข้น ลักษณะเป็นเม็ดกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 7 มม. มีปริมาณยาปฏิชีวนะ 10 มก.ต่อเม็ด บรรจุ 10 เม็ดต่อชุด แล้วจึงฆ่าเชื้อด้วยการอบแก๊สเอทิลีนออกไซด์

รศ.ดร.บัญชากล่าวว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น มีจุดเด่นคือ ผู้ป่วยทำการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว เพื่อฝังไฮดรอกซีแอปาไทด์พรุนที่มียาฆ่าเชื้ออยู่ภายใน รูพรุนดังกล่าวทำให้ตัวยามีปริมาณมากกว่ายาที่อยู่บนซีเมนส์กระดูก ทำให้วัสดุนำส่งยานี้ ปลดปล่อยยาฆ่าเชื้อได้นานถึง 6 สัปดาห์ และไม่ต้องผ่าตัดเพื่อเอาไฮดรอกซีแอปาไทด์พรุนออก เนื่องจากถูกออกแบบมาให้เป็นกระดูกเทียมไปในตัว

“ระบบนำส่งยานี้ สามารถเก็บปริมาณยาได้มากกว่า ปลดปล่อยยาได้นานกว่า วัสดุนำส่งสามารถกลายเป็นกระดูกได้เลย ไม่ต้องผ่าตัดหลายครั้งเพื่อใส่ยาเพิ่มหรือเติมเนื้อกระดูก” เจ้าของงานวิจัยชี้

:: องค์ความรู้ไทย ลดการนำเข้า

รศ.ดร.บัญชาเผยว่า วัสดุนำส่งยาฆ่าเชื้อนี้ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มาก ทั้งค่าผ่าตัด ค่าห้องพักฟื้น ในขณะเดียวกัน ต้นทุนเม็ดกระดูกเทียมก็ไม่สูงเนื่องจากเป็นองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นและผลิตเอง ยาฆ่าเชื้อ 1 ขวดก็สามารถใส่ในวัสดุนำส่งที่เป็นกระดูกเทียมได้หลายเม็ด

เมื่อเทียบกับซีเมนส์กระดูกที่เคลือบยาฆ่าเชื้อซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาหลักหมื่น แต่สิ่งที่นักวิจัย มธ. พัฒนาขึ้น ราคาถูกกว่า 10 เท่า และยังสามารถเลือกยาฆ่าเชื้อชนิดต่าง ๆ มาใส่ให้เหมาะกับประเภทของการติดเชื้อได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นยาปฏิชีวนะประเภท Gentamicin, Vancomycin หรือ Fosfomycin เป็นต้น

ปัจจุบัน งานวิจัยนี้ ผ่านการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ, สัตว์ทดลอง รวมถึงทดสอบทางคลินิกแล้ว ในกลุ่มอาสาสมัครที่มีอาการติดเชื้อและอักเสบของกระดูก (Osteomylitis) 32 ราย เป็นชาย 24 ราย และหญิง 8 ราย อายุเฉลี่ย 46 ปี โดยใช้เม็ดไฮดรอกซีแอปาไทด์นำส่งยาปฏิชีวนะหลายชนิดเพื่อให้ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียในบริเวณบาดแผล โดยมีระยะเวลาการศึกษาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553-กุมภาพันธ์ 2556

ซึ่งผลที่พบจากการตรวจติดตามพบว่า อาสาสมัครทั้งหมดไม่มีอากรรแพ้วัสดุและยาปฏิชีวนะที่นำไปใส่ในร่างกาย ไม่พบภาวการณ์ติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด และไม่มีอาการติดเชื้อแทรกซ้อนอื่น ๆ และจากการตรวจเอ็กซเรย์กระดูกพบว่า กระดูกมีการเชื่อมติดดี ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และนำไปใช้รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงมีการส่งต่อให้กับโรงพยาบาลที่สนใจจะนำไปใช้

“หากเทียบตามอุบัติการณ์จะเห็นว่า ประเทศไทยมีสถิติของอุบัติเหตุจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์มากมาย ซึ่งส่งผลต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อของกระดูก จนต้องนำเข้ายาฆ่าเชื้อและวัสดุนำส่งจากต่างประเทศ แต่เมื่อเราสามารถพัฒนาขึ้นมาได้เอง มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ในราคาที่ถูกกว่า จะลดการสูญเสียเม็ดเงินที่ต้องนำเข้าวัสดุทางการแพทย์จากต่างประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาท” แพทย์ มธ. ทิ้งท้าย