ภาพลายเส้นยุกยิกๆของหมาเก๋ายืนเด่นเป็นสง่าคู่กับเด็กหญิงน้ำน้อย วัย 5 ขวบ
เรื่อง - สาลินีย์ ทับพิลา
ภาพลายเส้นยุกยิกๆของหมาเก๋ายืนเด่นเป็นสง่าคู่กับเด็กหญิงน้ำน้อย วัย 5 ขวบ เวอร์ชั่นผมกะลาครอบ นุ่งกางเกงชั้นในตัวเดียวเป็นซิกเนเจอร์ของ “น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง”แบรนด์สินค้าเครื่องเขียน สินค้าที่ระลึกและของขวัญ เริ่มต้นจากงานอดิเรกคลายเครียดในช่วงวิกฤติน้ำท่วม ขยับขยายสู่เส้นทางธุรกิจและเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกพร้อมที่จะโกอินเตอร์
“ลายเส้นคือจุดเริ่มของเราและจะยังคงเป็นหัวใจของแบรนด์ แม้ในช่วงแรกจะเปิดตัวกับคาร์แรกเตอร์ของสุนัข แมว แต่เทรนด์เหล่านี้อาจจะอยู่แค่ช่วงเวลาหนึ่ง สิ่งที่เราต้องทำคือ สร้างคาร์แรกเตอร์อื่นๆ ให้แข็งแกร่งและตอบโจทย์ลูกค้า” น้ำน้อย-ปรียศรี พรหมจินดา กล่าว
ความหวังสูงสุดของเธอคือ สร้างแบรนด์ให้เป็นเหมือนซานริโอที่ทุกคนนึกถึง พูดถึงและเป็นสากลแต่จำเป็นต้องพัฒนาให้ดีไซน์เป็นสากลและเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่
แบรนด์ดีไซน์ลายเส้น
น้ำน้อยเริ่มวาดภาพเพื่อบรรเทาอาการจิตตกท่ามกลางวิกฤติน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 รูปแรกที่วาดเป็นรูปเรือเป็ดที่มีตัวเองกับสุนัขคู่ใจนั่งอยู่ จากนั้นก็วาดมาเรื่อยๆ กระทั่งถูกขอให้ช่วยวาดภาพให้กำลังใจผู้ที่กำลังประสบภัย เน้นนำเสนอออกมาในมุมบวกสนุกๆ ให้เห็นอีกด้านของน้ำท่วม
จากนั้นก็เริ่มมีผู้นิยมชมชอบในลายเส้น เธอจึงเริ่มทำสินค้าเล็กๆ อย่างเสื้อยืด แก้วน้ำ ขณะเดียวกันก็มีแบรนด์ใหญ่มาจ้างให้ออกแบบเป็นคอลเลคชั่นพิเศษของแบรนด์นั้นๆ โดยยังคงซิกเนเจอร์ของน้ำน้อยก็คือ ลายเส้นสนุกๆ โดยมีน้ำน้อยเป็นหัวหน้าแก๊ง และมี “หมาเก๋า” เป็นสุนัขคู่ใจร่วมกับหมาพันธุ์อื่นๆ อาทิ หมาปั๊ก หมาพันธุ์อื่นๆ และแมว
ปี 2555 เริ่มทำแบรนด์จริงจังเน้นตลาดออนไลน์เนื่องจากยังไม่มีฐานลูกค้าที่ชัดเจน แต่สร้างลูกค้าใหม่จากการบอกต่อแบบปากต่อปากและแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดย 60% เป็นลูกค้าในประเทศ อีก 40% เป็นลูกค้าต่างประเทศใน ฮ่องกง ไต้หวัน สเปนและอิตาลี ที่สนใจในลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ กระทั่งกลางปี 2557 จึงเปิดช่องทางใหม่เป็นหน้าร้าน ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้สัมผัสสินค้าจริง จากเดิมที่เห็นแต่รูปในโลกออนไลน์ ซึ่งหลายคนยังนึกถึง Mood&Tone ของสินค้าไม่ออก
“ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่เราทดลองโมเดลธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อหาโมเดลที่เหมาะสุด ก่อนจะพบว่าควรขยับไปอยู่ในกลุ่มของขวัญของฝาก จากการออกบูธแสดงสินค้าในงานอีเวนท์และงานแฟร์ต่างๆ”ปรียศรีกล่าว
บุกตลาดต่างประเทศ
ปี 2558 น้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง จะเปิดเกมรุกตลาดมากที่สุด โดยมีแผนการจะเพิ่มระบบอีคอมเมิร์ซ เพื่อรองรับกำลังซื้อจากต่างประเทศ ทั้งจะเปิดหน้าร้านเพิ่มอีก 1 แห่งในแนว Shop&Studio พร้อมกับมีแผนจะออกงานแฟร์ต่างประเทศ โดยจะเริ่มนำร่องในงาน BIG&BIH ศึกษาพฤติกรรมของบายเออร์ประเทศต่างๆ
“ปีนี้ตั้งเป้าโตถึง 200% จากการทำตลาดเชิงรุกที่กล่าวข้างต้น รวมถึงงานบริการที่เป็นงานออกแบบและวาดภาพประกอบให้กับสินค้าต่างๆ รวมถึงตลาดต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี สเปน สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ”
ปรียศรีกล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกับทางสเปนที่ทำออนไลน์แพลตฟอร์ม ซึ่งมีความสนใจในแบรนด์ โดยกำลังตัดสินใจว่าจะนำสินค้าที่มีอยู่ไปวางขายหรือทำดีไซน์พิเศษให้แบรนด์นั้นๆ เลย ทั้งยังมีธุรกิจกระดาษของอิตาลีที่จะนำดีไซน์ของน้ำน้อย แอนด์ เดอะ แก๊ง ไปลงในสินค้ากระดาษรูปแบบต่างๆ
เจ้าของแบรนด์ยังมีแผนจะเพิ่มไลน์สินค้ากลุ่มตกแต่ง เช่น โคมไฟ จากเดิมเป็นกลุ่มเครื่องเขียน คาดว่าไตรมาส 3 ของปีนี้จะเริ่มศึกษาว่า สินค้าอะไร วัสดุแบบไหน ที่จะตอบโจทย์ รวมถึงจะเพิ่มคาร์แรกเตอร์ใหม่ๆ ให้เรื่องราวของ น้ำน้อยแอนด์ เดอะ แก๊ง ครอบคลุมชีวิตประจำวันมากขึ้น





