ทียูเอฟ ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทจับมือคณะวิทย์มหิดล เปิดศูนย์นวัตกรรม GII เน้นวิจัยเชิงลึกด้านปลาทูน่า
เรื่อง สาลินีย์ ทับพิลา
เมื่อมือหนึ่งทูน่ากระป๋อง “ทียูเอฟ” ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทจับมือมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดศูนย์นวัตกรรม GII (Global Innovation Incubator) เน้นวิจัยเชิงลึกด้านปลาทูน่าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งเป้าสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเติมช่องว่างตลาดในและนอกประเทศ หวังเพิ่มรายได้ 2.6 แสนล้านภายใน 6 ปี
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือทียูเอฟ เจ้าของแบรนด์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง มองโอกาสสร้างผลิตภัณฑ์ฐานนวัตกรรม หลังจากพบว่านวัตกรรมมีบทบาทสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่าง
“ทียูเอฟมีทีมวิจัยกว่า 100 รายทั่วโลก สิ่งที่เราทำนั้นคือ การวิจัยในเรื่องของการปรับปรุงรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ แต่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ละเอียดลึกซึ้งจะทำให้ธุรกิจพัฒนาก้าวไปอีกขั้นอย่างต่อเนื่อง”
ศูนย์นวัตกรรม GII มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเครือทั่วโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตและหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงทางวิทยาการโภชนาการสมัยใหม่เข้ากับนวัตกรรมการผลิต ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมอาหารโลก
ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความร่วมมือระดับโลกของทียูเอฟ กับนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ของทียูเอฟเองอีกด้วย คณะนักวิจัยในศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ ประกอบไปด้วยทีมนักวิจัยกว่า 60 คน ได้แก่ คณะที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ (Scientist Advisory Board -SAB) 5 คน คณะนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิ 16 คน และมีผู้ช่วยนักวิจัย 24 คน รวมถึงทีมนักวิจัยของทียูเอฟอีก 20 คน
โครงสร้างของศูนย์นวัตกรรมทียูเอฟ ประกอบไปด้วย 6 ฐานปฏิบัติการหลัก ได้แก่ การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของปลาทูน่า, การศึกษาปลาทูน่าเพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพและอนามัย, การศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการผลิตและแปรรูปปลาทูน่า, การศึกษาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากการผลิตผลิตภัณฑ์ทูน่า, การศึกษาคุณสมบัติทางด้านประสาทสัมผัสและความต้องการของผู้บริโภคของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า และการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าใหม่ๆ
ศูนย์นวัตกรรมนี้จะเริ่มงานวิจัยได้ในเดือนมกราคมปี 2558 โดยตั้งเป้าหมายภายในระยะเวลา 1-2 ปี จะมีนวัตกรรมออกมาให้เห็น นำร่องที่การพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากปลาทูน่าซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของทียูเอฟ
“มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งจะมีผลอย่างมากทั้งต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงด้านอาหาร การสร้างงาน เศรษฐกิจ สังคม และต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ศ.ศกรณ์ มงคลสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าว
เขาเสริมว่า ส่วนหนึ่งคือการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาค้นคว้าแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ระหว่างนักวิจัยในทุกระดับทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาด้านต่างๆ ของทุกภาคส่วน
ที่สำคัญ ความร่วมมือนี้ถือเป็นการตอบรับนโยบายบีโอไอในการสนับสนุนด้านงานวิจัยของภาคเอกชนไทย และยังเป็นการนำร่องให้กับโครงการ Talent Mobility ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยจากภาครัฐทำงานร่วมกับภาคเอกชนอีกด้วย





