วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มือถือระบบ4จีกับศก.บนฐานDigital Economy

มือถือระบบ 4 จีกับเศรษฐกิจบนฐาน Digital Economy แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความกระจ่าง

เห็นรัฐบาล คสช.ประกาศก้องจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ "Digital Economy"เศรษฐกิจ บนฐานดิจิตอล เพื่อให้ประชาชนในทุกภาคส่วนและภาคธุรกิจได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโน โลยีสารสนเทศและเข้าถึงอินเตอร์เน็ตให้ได้ภายในระยะ 1 ปีนี้

โดย "หม่อมอุ๋ย-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล"รองนายกฯได้จุดพลุเรื่องนี้ขึ้นในหลายเวทีโดยระบุว่าจะช่วย ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs)ได้เข้าถึงการใช้บริการในราคาถูกและต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมยกตัว อย่างประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยนำเอาฐานข้อมูลดิจิตอลเข้าไปแทรก อยู่ในทุกอณูของระบบเศรษฐกิจ จนสามารถพัฒนาภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการที่ก้าวล้ำนำหน้าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ไปหมดแล้ว

เราเองจึงต้องก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้ ....

ที่จริงเรื่องของของเศรษฐกิจบนฐานดิจิตอลหรือ Digital Economy ที่ว่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยจุดพลุการพัฒนาประเทศบนฐานความรู้ที่เป็น Knowledge-based Economy เช่นเดียวกับรัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ชูนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Creative Economy ในรัฐบาลตนเองมาแล้ว ทั้ง 2 คำต่างมีความหมายเดียวกับ"เศรษฐกิจบนฐานดิจิตอล"นั่นเอง!

การที่ "หม่อมอุ๋ย"จุดพลุแนวคิดการวางรากฐานเศรษฐกิจไปสู่ "ดิจิตอล อีโคโนมี" ถือเป็นเรื่องที่ น่ายินดีและควรสนับสนุน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนการเปลี่ยนแปลงที่กำลัง ย่างกายเข้ามา

แต่....ก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น รัฐบาลควรตอบคำถามตัวเองก่อนว่าจะเอายังไงกับ "มือถือระบบ 4 จี" บนคลื่นความถี่ 900 MHz และ1800 MHz ที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้คณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชะลอการประมูลเพื่อออกใบอนุญาตออกไปอย่างน้อย 1 ปี ตามคำสั่ง คสช.ที่ 94/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ที่อ้างว่าเพื่อคุ้มคองผลประโยชน์สาธารณะและเพื่อให้ กสทช.ได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส่ตรวจสอบได้

แม้จะเข้าใจได้ว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลชุดก่อน มาสู่รัฐบาล คสช.ชุดใหม่และเพื่อให้ กสทช.ได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ แต่มันต้องใช้เวลาโม่แป้งกันเป็นปี หรือข้ามปีกันเชียวหรือ? และถึงกับจะต้องยอมให้ประเทศไทยถูก "สัพยอก"ว่าจ่อจะล้าหลังเพื่อนบ้านกันเชียวหรือ?

​และแม้ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมายืนยันจะเดินหน้าเปิดประมูลระบบ 4 จีในปีหน้าแน่ ....แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกิดความกระจ่าง รัฐบาลคสช.จะประวิงเวลาไปเพื่อการใด?

คำสั่ง "กระตุกเบรก" การประมูล 4 จีข้างต้นดังกล่าวปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่เพียงจะเป็นเรื่องที่สวนทิศกับนโยบายรัฐบาลคสช.ที่ได้แถลงนโยบาย ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โดย 1 ในนโยบาย 11 ด้านที่รัฐบาลจะดำเนินการนั้นในข้อ 6 การเพิ่มศักยภาพ ทางเศรษฐกิจของประเทศโดยส่งเสริมภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล ให้เริ่มขับ เคลื่อนได้อย่างจริงจังจะทำให้ทุกภาคเศรษฐกิจก้าวหน้าไปได้ทันโลกและสามารถแข่งขันในโลกสมัยใหม่ได้

แต่ไหงกลับจะมาตกม้าตายเอากับมือถือ 4 ที่"บิ๊กตู่"ในฐานะหัวหน้าคสช.กระตุกเบรก เอาไว้ก่อนหน้าซะงั้น!

ทั้งยังก่อให้เกิดความได้เปรียบ- เสียเปรียบระหว่าง Operators ผู้ให้บริการมือถือด้วยกันเอง สวนนโย บายที่รัฐป่าวประกาศปาวๆ อยู่เวลานี้ รวมทั้งยังทำให้ประเทศไทยส่อจะต้องตกขบวน 4 จีซ้ำรอย มือถือระบบ 3 จีบนคลื่น 2100 MHz ที่กว่าพี่ไทยเราจะประมูลออกใบอนุญาตได้ก็ต้องไล่ตามเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว กัมพูชาและเวียดนามกันหืดจับไปหลายปี ขณะที่เพื่อนบ้านเหล่านี้ต่างอนุมัติให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ของตนให้บริการมือถือระบบ 4 จีนี้ไปกันแล้ว แม้กระทั่งเพื่อนบ้านอย่างพม่าที่เพิ่งอนุมัติให้กลุ่มเทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากนอร์เวย์เป็นผู้ให้บริการมือถือระบบ 4 จีในพม่าไปเมื่อต้นปี 57 ที่ผ่านมา นี่เอง

ยิ่งเมื่อมีกระแสข่าวโจษขานกันอื้ออึง เบื้องหน้า-เบื้องหลังคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ ให้กสทช.ระงับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อออกใบอนุญาตมือถือระบบ 4 จีครั้งนี้ มี "มือที่มองไม่เห็น-Invisible Hand"ชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อยืมมือคสช.ชะลอการประมูลมือถือระบบดังกล่าวเอาไว้ก่อน หลังจากที่บริษัท ตกอยู่ในสภาพหืดจับชักหน้าไม่ถึงหลังเสบียงกรังที่ตุนไว้แข่งขันร่อยหรอไม่อาจจะต่อกรกับคู่แข่งได้จึงต้องขอ เวลานอกจากคสช.โดยยึดเอาประชาชนผู้ใช้บริการเป็น “ตัวประกัน”

จริงหรือไม่ อย่างไร? แต่ก็ทำให้สังคมพากัน "กังขา"รัฐบาลคสช.เพราะอย่างที่ทุกฝ่ายรู้อยู่ เต็มอก การเลื่อนประมูลเพื่อออกใบอนุญาตมือถือระบบ 4 จีได้ทำให้ประเทศสูญเสีย โอกาสในการ พลิกฟื้นเศรษฐกิจในภาพรวมที่ทุกฝ่ายกำลังเพรียกหาอีกด้วย !!!

ในภาวะที่รัฐบาลกำลังสาละวนอยู่กับการควานหามาตรการและแนวทางการพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่กำลังจมปรัก ภาคธุรกิจยังมองไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ใดๆ หลังภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2557 ไม่เป็นไปตาม เป้าหมายอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เคยคาดการณ์กันเอาไว้อย่างดิบดีก่อนหน้าน้ันวันนี้ ดูจะขยายตัว ในระดับ1-1.5% เท่านั้น (บางสำนักดูจะปรับลดอัตราการขยายตัวลงไปต่ำกว่า 1%) ด้วยซ้ำ!

ขณะที่ความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 58 ที่ตั้งเอาไว้สวยหรูถึง 4-4.5% นั้นก็ดูจะฝากความ หวังเอาไว้ที่โครงการลงทุนเมกะโปรเจคของรัฐ 3 ล้านล้านของกระทรวงคมนาคมซึ่งก็ยังต้องลุ้นกันอีกหลาย เฮือกว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะแม้แต่ "หม่อมอุ๋ย"เองยังออกมายอมรับ หนทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2558 อาจจะเผชิญความยุ่งยาก จากการเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะติดระเบียบ ราชการและขั้นตอน การอนุมัติเบิกจ่ายต่าง ๆ

ดังนั้น การประมูลเพื่อออกใบอนุญาต 4 จีบนคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ตส์(MHz) และ1800 เมกกะ เฮิร์ตส์(MHz )นั้น จึงกล่าวได้ว่าคือ "คำตอบสุดท้าย" ที่ทุกฝ่ายเพรียกหาและเป็นหนทางคืน ความสุขให้พี่น้อง ประชาชนอย่างแท้จริง! เพราะจากข้อมูลที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาทคม (กทค.) ในกสทช.ระบุก่อนหน้านี้ ผลพวงจากการประมูลคลื่น 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาตมือถือ 3 จีที่ กสทช.ดำเนินการไปเมื่อปลายปี 2555 นั้น เห็นได้ชัดว่าภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีนับจากวันที่กสทช.ออกใบอนุญาต 3 จีนั้นข้อมูล ณ สิ้นเดือนมีนาคมคม 2557 ประเทศไทยเรามีผู้ใช้บริการมือถือบนเครือข่าย 2.1 GHz สูงถึง 43.5 ล้านเลขหมายไปแล้ว จากจำนวน ผู้ใช้บริการมือถือทั้งระบบ 94 ล้านเลขหมาย

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย และสำนักพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สวทช.)ธปท.และ Frost & Sullivan ได้วิเคราะห์ถึงมูลค่าเพิ่มของธุรกิจโทรคมนาคมจากการเปิดให้บริการมือถือระบบ 3 จีว่า ทำให้รัฐมีราย ได้จากค่าธรรมเนียมเข้ารัฐและกระทรวงการคลังถึง 41,625 ล้านบาท ไม่รวมผลทางอ้อม ที่ทำให้เกิดการลงทุน ในอุปกรณ์โครงข่ายในช่วงระยะ 3-5 ปีนี้อีกกว่า 60,000-70,000 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตลาดสมาร์ทโฟน 60,000 ล้านบาทและมีมูลค่าในการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในรอบปี 56 ที่ผ่านมาอีกไม่ต่ำกว่า 700,000 ล้านบาท

ขณะที่การประมูล 4 จีบนคลื่น 1800 MHz นั้นก็คาดว่าจะทำให้รัฐมีรายได้่จากค่าธรรมเนียมที่เป็น Entrance Fee เข้ารัฐโดยตรงไม่ต่ำกว่า 23,000 ล้านบาท และ 4 จีบนคลื่น 900 MHz อีกไม่น้อยกว่า 19,700 ล้านบาท รวม 2 คลื่นความถี่กว่า 42,900 ล้านบาทมากกว่าคลื่น 3 จีเสียอีก ยังไม่รวมไปถึงการลงทุนที่จะเกิดตามมาจากการที่ บริษัทที่ประมูลได้ใบอนุญาตไปต้องสร้างโครงข่าย ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนอีกจำนวนมาก และน่าจะมากกว่าโครงข่ายระบบ 3 จีที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันด้วยซ้ำ

ภาครัฐเองจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นทั้งภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สามารถนำรายได้ส่วนนี้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคเพื่อเป็นการส่งเสริมสวัสดิการสังคมถ้าประชาชน เข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้กว้างขวางขึ้นจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในหลายด้านจากผลการศึกษา ของสหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ หรือ ITU (International Telecommunication Union ) และ World Bank บ่งชี้ว่า การเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของประชากรทุกร้อยละ 10 จะทำให้ระบบเศรษฐกิจโตขึ้นร้อยละ 1.38 สำหรับประเทศไทยตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านบาท ถ้าเปิดประมูลช้ามูลค่าความสูญเสียจะยิ่งสูงขึ้น!

ล่าสุด"ฐากร ตัณฑสิทธิ์" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมากล่าวถึงแนวทางในการดำเนินการทางด้านโทรคมนาคม กับ ภารกิจของ Digital Economy ว่า “หลังจากที่รัฐบาลมีการผลักดันใน Digital Economy เป็นวาระแห่งชาตินั้น ในส่วนของ กสทช. ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องดำเนินการสนับสนุนในโครงการนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

โดยสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ Digital Economy เดินได้อย่างดีคือ การเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4 จี ที่ขณะนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการประมูลออกไป 1 ปี โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2558 แต่ขณะนี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)ได้ให้คณะทำงานได้เตรียมแผนงานการประมูลไว้แล้ว ทั้งการ่างทีโออาร์ เตรียมการรับฟังความเห็นสาธารณะ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุป ในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2558 และจะนำเข้าที่ประชุมกทค. เพื่อพิจารณา

โดยหลักเกณฑ์และวิธีการประมูล อาจไม่เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูลใหม่ เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมเป็นหลักเกณฑ์ที่ยอมรับในสากล แต่อาจจะปรับปรุงในส่วนของราคาเริ่มต้นการประมูลใหม่ เนื่องจากต้องคำนึงถึงหลักทางเศรษฐศาสตร์ที่นำมาคำนวณใหม่ ซึ่งอาจทำให้ปรับราคาเริ่มต้นการประมูลเพิ่มขึ้นจากเดิม ส่วนการประมูลคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม 2558 ซึ่งการเปิดประมูลนั้นจะเปิดประมูลทั้งคลื่น 1800 และ 900 แต่จะไม่ประมูลพร้อมกัน

นายฐากร กล่าวอีกว่า ในการประมูล 4 จีนั้น เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยคาดว่าในการประมูล 4 ใบอนุญาต มูลค่าขั้นต่ำที่จะได้ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท ยังใม่รวมถึงการลงทุนของผู้ประกอบการทั้ง 4 ใบอนุญาตที่คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณรายละ 4-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อคิดรวมแล้ว จะคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเบื้องต้นประมาณ 3 แสนล้านบาท “เมื่อเปิดให้บริการ 4 จีได้ มูลค่าทางเศรษฐกิจของธุรกิจด้านโทรคมนาคม จะมีมูลค่าเกินล้านล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีผู้ให้บริการใหม่ๆ เข้ามา มีแอพลิเคชั่นใหม่ ระบบใหม่ๆต่างๆ จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Internet TV หรือ TV on Mobile ที่จะมีการออกอากาศโทรทัศน์บนอินเตอร์เน็ต รวมทั้งการซื้อขายสินค้าผ่านมือถือน่าจะยิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยในอนาคตเติบโตมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

เสียงสะท้อนของนักลงทุนต่างประเทศด้านโทรคมนาคม ที่ดูจะแสดงความเป็นกังวลจากการที่ รัฐบาล คสช.ยังคงไม่มีท่าทีที่ชัดเจนต่อทิศทางการดำเนินนโยบายโทรคมนาคม 4 จีในไทย น้ัน

ล่าสุด นายจอน เฟรดริกบัคสาส ประธานและประธานกรรมการบริหารบริษัท เทเลนอร์กรุ๊ป กลุ่มโทรคมนาคมสื่อสารของประเทศนอร์เวย์ที่เพิ่งเดินทางเข้าพบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 8 ต.ค.57 ที่ผ่านมา ระบุว่า ทางเทเลนอร์ ยังคงมองโอกาสการลงทุนในไทย ยังมี เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง พร้อมแสดงความเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินการประมูลโครงการ 4G เพื่อตอบสนอง ความต้องการใช้บรอดแบรนด์อินเตอร์เน็ตในไทย รวมทั้งตอบสนองต่อนโยบายของรัฐเองที่ต้องการผลักดัน ให้เศรษฐกิจไทยเดินไปสู่ Digital Economy

เช่นเดียวกับนายอีริค ชมิดท์ ประธานกรรมการบริหารกูเกิล อิงค์ ที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทย เมื่อครั้งที่เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปลายปี 2556 โดยระบุว่าประเทศไทย ควรเร่งจัด ประมูล 4จีให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยสูญเสียโอกาส สามารถสร้างธุรกิจบนโลกออนไลน์ และใช้ประโยชน์ ากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้สูงสุด และต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา ทำให้มั่นใจว่ามีความพร้อม ในการสร้างบุคลากรทั้งด้านซอฟต์แวร์โปรแกรมเมอร์และวิศวกรรม อย่างไรก็ดี ไทยเป็นประเทศกำลังเติบโต ทั้งมีโอกาสรออยู่อีกมหาศาล ที่ต้องทำคือบริหารจัดการ ทำให้เกิดการเข้าถึง มีการเชื่อมโยง และกลายเป็น แพลตฟอร์มที่เป็นมาตรฐาน สำคัญรู้จักดึงพลังของอินเทอร์เน็ตและข้อมูลไปใช้

เสียงสะท้อนจากกูรูด้านโทรคมนาคมห็นโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย โอกาสในการพัฒนาโทรคมนาคมไทยข้างต้นนั้น น่าจะเป็นเครื่องสะท้อนที่คงจะเข้าถึงโสตประสาทของผู้นำรัฐบาล คสช.อีกครั้ง

หนทางคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่การลดความขัดแย้งหรือขอให้สื่องดสเนอข่าว "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" แต่อยู่ที่รัฐบาลคสช.จะกล้าใช้ความกล้าหาญคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ต่างหาก

เพราะหากรัฐยังมะงุมมะงาหรานำพาให้ประเทศไทยต้อง“ตกขบวน” มือถือ 4 จีหรือเอาแต่ ปกป้องผลประโยชน์ของเครือข่ายบางค่ายอย่างออกหน้าออกตาจนสังคมพากันกังขากันไปท่ัวบ้านท่ัวเมืองแบบนี้ ก็ป่วยการที่จะมาเพรียกหา "เศรษฐกิจบนฐานดิจิตอล"หรือ Digital Economy" ครับ!!!