อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจ จะเปลี่ยนตัวเองอีกครั้งจากผู้นำเข้าและจำหน่ายผนังสามมิติ
ขอเวลาอีก 2 ปีสร้างการรับรู้ในเรื่องผนังตกแต่งสามมิติให้กับตลาดเป้าหมาย "เศรษฐพงศ์ กตัญญูคุณานนท์" อดีตมนุษย์เงินเดือนที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจ จะเปลี่ยนตัวเองอีกครั้งจากผู้นำเข้าและจำหน่ายผนังสามมิติมาเป็นผู้สร้างแบรนด์สัญชาติไทย พร้อมๆ กับการขยายพื้นที่ตลาดจากในประเทศสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากลูกจ้างสู่เจ้าของธุรกิจ
ประสบการณ์จากการเห็นโลกธุรกิจจากองค์กรขนาดใหญ่ ขณะที่รากเหง้าความเป็นพ่อค้าแฝงอยู่ในตัว สร้างความได้เปรียบให้กับ "เศรษฐพงศ์" ในการสร้างธุรกิจและโอกาสให้ตัวเองก้าวไปเป็นนักธุรกิจด้านการนำเข้าส่งออกสินค้าประเภทวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงสินค้าตกแต่งภายใน หลังจากการสำรวจตลาดพบว่า ยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับนักธุรกิจมือใหม่ เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว เขาจึงตัดสินใจทันทีที่จะเดินตามรอยความฝัน เริ่มต้นจากการจำหน่ายสินค้าประเภทกล่องเครื่องมือช่าง STOREMAX
สินค้ามีหลากหลายรูปแบบและขนาดต่างๆ เน้นวัสดุที่มีคุณภาพ ทนทานและการออกแบบที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองการขยายตลาดด้าน ดี.ไอ.วาย. ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่างและผู้ให้บริการที่ต้องการใช้กล่องเครื่องมือที่ดูดี เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของตน หลังจากนั้นไม่นานบริษัทก็ได้เริ่มดำเนินธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างในกลุ่มมือจับ บานพับ อุปกรณ์ล็อคและอื่นๆ
"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ได้รับเลือกเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับประตูและหน้าต่าง ที่รองรับทั้งรูปแบบของพีวีซีและอะลูมิเนียม ที่มีสินค้าครบวงจร แต่ก็มีคู่แข่งจำนวนมาก ราคาถูกบีบกำไรน้อยลงเรื่อยๆ จึงต้องหาสินค้าใหม่ที่สร้างกำไรดีกว่าเข้ามาเสริม ในรูปแบบของการเป็นพาร์ทเนอร์กับเจ้าของแบรนด์ในต่างประเทศ"เศรษฐพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เวิลด์ เอ็กเซลเลนท์ อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าว
จากแนวคิดดังกล่าวทำให้ เศรษฐพงศ์ ตกลงใจที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผนังภายในสามมิติ (3D Board) ซึ่งมีลวดลายเป็นสามมิติ มีความกว้าง ยาวและลึกของลวดลาย ทำให้เมื่อทำการติดตั้งบนผนังแล้วมีความเป็นสามมิติเพิ่มลูกเล่นและมุมมองใหม่ๆ ให้กับผนัง เกิดความสวยงามอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับผนังสองมิติ อีกทั้งสินค้ามีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งจะไม่ปล่อยมลพิษในขั้นตอนการผลิตสินค้า
ทางลัดในการทำตลาดใหม่
"ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจค่อยข้างนิ่ง วัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว จึงต้องหาสินค้าตกแต่งบ้านเก่ามาจำหน่าย จึงเป็นที่มาของการนำผนังตกแต่งสามมิติ ที่ใช้ทดแทนวอลเปเปอร์ โดยมีให้เลือก 2 แบบคือภายในกับภายนอก สินค้าใช้ภายในอาคารมีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ไม่ติดไฟ ส่วนที่ใช้กลางแจ้งมีคุณสมบัติกันน้ำได้" เขากล่าว
ผนังสามมิติมีน้ำหนักเบา อายุการใช้งาน 10-20 ปี สามารถเช็ดถูทำความสะอาดได้ง่าย ที่สำคัญคือติดตั้งสะดวก เพียงทากาวตะปูบนผิวสัมผัสด้านหลังก็ติดได้แล้ว ได้รับความสนใจจากอินทีเรียดีไซเนอร์ สถาปนิก ดีไซเนอร์ตลอดจนเจ้าของบ้านที่กำลังสร้างใหม่และกลุ่มที่กำลังปรับปรุงบ้าน โดยสัดส่วนผู้ใช้บริการหลัก 60% เป็นบ้านสร้างใหม่ ส่วนที่เหลือ 40%เป็นบ้านเก่าที่ต้องการนวัตกรรมช่วยแก้ปัญหาสีหลุดร่อนและผนังมีเชื้อรา
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลัก 70% ยังคงเป็นสินค้าอุปกรณ์สำหรับประตูหน้าต่าง เช่น มือจับ บานพับ อุปกรณ์ล็อค ส่วนที่เหลือ 30% มาจากผนังสามมิติและกล่องเครื่องมือช่าง คาดว่าสัดส่วนผนังสามมิติจะเพิ่มเป็น 50% ภายใน 2 ปี
เขาบอกว่า เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะมีแบรนด์ผนังสามมิติเป็นของตนเอง พร้อมกับเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับ 3D Board ในตลาดเอเเชียตะวันออกเฉียงใต้
"แทนที่เราจะต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์ไม่ต่ำกว่า 10 ปี หรือการเร่งให้แบรนด์เกิดอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ถือเป็นอันตรายที่จะทำให้ธุรกิจล้มเหลว สู้เราจับมือกับพันธมิตร ทำให้เรียนรู้ตลาดและความต้องการของลูกค้า ก่อนที่ตัดสินใจลงทุนน่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนต้องทดสอบและวางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้อย่างรอบคอบรัดกุม" เศรษฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย





