"พรชัย" รมว.ไอซีที ชงงบดิจิทัลโคโนมีเฟสแรกหมื่นล. วางโครงข่ายไอซีทีใหม่ปี58
นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น เบื้องต้นเร่ง บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ส่งรายละเอียดของสินทรัพย์ที่ทั้ง 2 องค์กรถือครองอยู่ เพื่อไอซีทีจะได้นำมารวบรวมและแบ่งแยกทรัพย์สินเพื่อการลงทุนขั้นต่อไป
ทั้งนี้ ไอซีทีต้องการทราบว่าทั้งคู่มีสินทรัพย์ใดบ้าง เช่น สถานีฐาน โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ สายไฟเบอร์ออพติก และเกตเวย์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อไปต่างประเทศ ซึ่งส่วนไหน บริเวณใดที่ยังไม่มีโครงข่ายสายไปถึง จะได้ลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
คาดว่าในพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องขยายโครงข่ายเพิ่มเติมน่าจะใช้เงินลงทุนเบื้องต้นกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะแบ่งการดำเนินการเป็นเฟสๆ ไป นอกเหนือจากงบประมาณของไอซีทีที่มีอยู่ขณะนี้ราว 3,700 ล้านบาท
ขั้นตอนการของบประมาณจะรวบรวมในแผนที่ต้องเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) เศรษฐกิจดิจิทัลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนกรรมการคนอื่นๆ คาดว่าจะสรรหาเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ ส่วนกฎหมายเดือนก.พ.2558 ซึ่งการขออนุมัติเบื้องต้นอาจออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีไปก่อน
"ประเมินการลงทุนคงต้องใช้เงินมหาศาล แต่เบื้องต้นเฟสแรกราว 1 หมื่นล้านบาท เพราะต้องทำบรอดแบนด์ให้มีอัตราเข้าถึงมากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 20 ล้านคน ให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวใน 3-5 ปีตามแผนดิจิทัล อีโคโนมี" นายพรชัย กล่าว
ส่วนมูลค่าในอุตสาหกรรมไอที น่าจะเพิ่มขึ้นได้เท่าตัวเป็น 1.2 ล้านล้านบาท จากปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.2 แสนล้านบาท
ล่าสุดนี้ทีโอทีได้ส่งรายละเอียดทรัพย์สินอย่างละเอียดมาให้แล้ว โดยจะนำไปรวมกับของกสท โทรคมนาคม ทั้ง 2 องค์กรมีสายไฟเบอร์ออพติกความยาวรวมกัน 110,000 กิโลเมตร พร้อมกันนี้ ไอซีทีกำลังประสานไปยังหน่วยงานอื่นทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวงเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงข่าย Last Mile ที่เข้าถึงภาคครัวเรือนว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อให้การลงทุนในอนาคตไม่ซ้ำซ้อน
นอกจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างเครื่องมือให้เป็นดิจิทัล อีโคโนมี จำเป็นต้องดำเนินการผ่าน "ดิจิทัล กอฟเวิร์นเมนต์" ในส่วนของภาครัฐเองจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วย ซึ่งไอซีทีได้สนับสนุนสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรืออีจีเอ วางดิจิทัล อีโคโนมี่ ออแกไนเซชั่น ภายใต้การปรับปรุงวางรากฐานใหม่ควรปรับโครงสร้างบุคลากรอย่างไร รวมถึงกฎระเบียบอื่นๆ ที่จะรองรับ
"สิ่งที่ต้องเร่งมือและถือเป็นเรื่องเร่งด่วน คือ สร้างผู้บริหารที่พร้อมจะเข้ามารับผิดชอบการเปลี่ยนการบริหารรัฐเข้าสู่ยุคดิจิทัล"





