วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อแก้กม.สอบใช้เงินกสทช.

"วิษณุ"ยอมรับไร้อำนาจตรวจสอบจริง เหตุกฎหมายปิดช่องเพื่อความเป็นอิสระ เล็งรื้อกฎหมายเปิดทาง

วานนี้ (21 พ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาวาระกระทู้ถามเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการตั้ง สนช.เป็นต้นมา

โดยกระทู้แรกเป็นเรื่องการตรวจสอบการใช้งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ของ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนายกฯ

"วัลลภ" อัดกสทช.ใช้งบบาน

นายวัลลภ ถามว่า ค่าใช้จ่ายของกรรมการ กสทช. 11 คน ปี 2556 จำนวน 36 ล้านบาท งบดูงานต่างประเทศจำนวน 61 ล้านบาท จำนวน 105 ครั้ง ใช้เวลา 632 วัน ขณะที่เงินประจำตำแหน่งมีรายจ่าย 11 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน กสทช.ประมาณ 118 ล้านบาท มีการตั้งที่ปรึกษา 31 คน เลขานุการ 10 คน ผู้ช่วยเลขานุการ 20 คน พนักงานประจำสำนักงาน กสทช. 40 คน พนักงานขับรถ 9 คน รวม 110 คน ทั้งหมดได้รับเงินเดือน โบนัส เบี้ยประชุม ค่ารักษาพยาบาล และงบดูงานในและต่างประเทศ

รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายตั้งอนุกรรมการและคณะทำงานจำนวน 102 คณะ แบ่งเป็นอนุกรรมการ 65 คณะ มีรายจ่าย 46 ล้านบาท คณะทำงาน 37 คณะ รายจ่าย 3 ล้านบาท

"ตัวเลขน่าคิดว่าการดูงานต่างประเทศทำไมมีจำนวนมหาศาล เพราะช่วงการสรรหากรรมการ กสทช.ก็มาชี้แจงว่าเก่ง มีความรู้มาก แต่พอได้ดำรงตำแหน่งแล้วกลับต้องไปดูงานต่างประเทศ รัฐบาลจะมีแนวทางปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณ กสทช.ให้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากรัฐสภาได้อย่างไร โดยให้หน่วยงานด้านต่างๆ ตรวจสอบให้ความเห็นได้อย่างไร รวมทั้งจะมีมาตรการแก้ปัญหาเร่งด่วนหรือไม่" สมาชิก สนช.ระบุ

นายวัลลภ กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรกำกับให้ กสทช.ปฏิบัติตามระเบียบ กสทช. โดยการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณให้สาธารณชนทราบ เพื่อให้มีการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้ไม่เคยมีการเปิดเผย และอยากให้มีการควบรวม บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือกสท. กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน และให้ยกเลิก กสทช. โดยให้องค์กรที่มีการยุบรวมจาก กสท.และ ทีโอที ทำหน้าที่ให้บริการแทน หากไม่มีการยุบ กสทช. อาจทำให้ กสท.และทีโอที ล้มละลายก็ได้

วิษณุเล็งแก้กม.สอบใช้เงิน

ด้านนายวิษณุ ชี้แจงว่า กสทช.เป็นองค์กรตามกฎหมายพิเศษ ไม่มีฐานะเป็นส่วนราชการ ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชา ไม่อยู่ใต้การควบคุมใดๆ ของรัฐบาล ซึ่งเป็นความตั้งใจของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมฯ เพื่อให้เป็นอิสระ เอกเทศ รวมทั้งเรื่องงบประมาณ ซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรก จึงทำให้รัฐบาลไม่มีอำนาจตรวจสอบการจัดทำงบประมาณ กสทช.ได้

นอกจากนั้น ตั้งแต่มี กสทช. หน่วยงานนี้ก็หางบประมาณของตัวเองได้เพียงพอ ไม่ได้ของบประมาณจากรัฐ และไม่ได้ตั้งงบประมาณเข้าสู่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่ง กสทช.คงรู้ว่ามีปฏิกิริยาจากสังคมว่าทำไมงบประมาณ กสทช.ไม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม ได้เคยหารือกับสำนักงบประมาณว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณกสทช. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อตรวจสอบได้ แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบ หรือเชิญมาสอบถามก็ไม่มีผล แต่เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบงบประมาณ กสทช. และรายงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแล้ว และในอนาคตอาจจะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบและความโปร่งใส

"ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และกรรมการ กสทช.ก็ไม่สบายใจ และอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายการจัดสรรรายได้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้" นายวิษณุ ระบุ

ยังไม่ยุบ กสทช

ส่วนกรณีนายวัลลภขอให้พิจารณายุบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (บอร์ด กสท.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (บอร์ด กทค.) เป็นหนึ่งเดียว หรือยุบ กสทช. ให้บมจ.กสทโทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที ทำหน้าที่จัดประมูลแทนนั้น

นายวิษณุ กล่าวว่า การยุบ กสทช.เวลาคงมีไม่มากพอที่จะทำในเรื่องนี้ และจะเป็นการไม่รอบคอบ เพราะเมื่อมีสภานิติบัญญัติอยู่แล้ว ก็สามารถมาพิจารณาในนี้ได้ รวมถึงเรื่องการปฏิรูปสื่อก็ตามจะต้องมาพิจารณาร่วมกันอย่างรอบคอบด้วย

ส่วนเงินทั้งหลายที่เป็นรายได้ ของกสทช.หามาจะวิธีใดก็ตาม ก็เป็นไปตามกฎหมายที่ได้ให้อำนาจในการจัดเก็บงบประมาณ และที่ผ่านมา กสทช.เองได้ส่งเงินเข้าคลังทุกปีอยู่แล้วหลักพันล้านบาท บางปี 800 ล้านบาท และมา 500-600 ล้านบาท จะสามารถส่งเงินเข้ารัฐได้มากถึงหลักหลายพันล้าน จนถึงกว่าหมื่นล้านบาทได้ ตามผลประกอบการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“ถ้ายุบกสทช. สุดท้ายก็ต้องมีอะไรอยู่ดี ไม่ให้ประสบปัญหาเดิม ถ้าไม่มีการวางระบบให้รอบคอบเป็นอย่างดีไว้ ทั้งนี้ถึงเวลาปฏิรูปใหญ่ของรัฐบาลแล้วเพราะฉะนั้นจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหารวมทั้งข้อกฎหมายในภาพรวมต่อไป” นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ รายได้จาก กสทช. มาจาก 1. ค่าธรรมเนียมต่างๆ 2. ค่าเลขหมายโทรศัพท์หรือบริการอื่นๆ ซึ่งต่อปีนั้นรายได้มีมากบางปีรายได้ไปถึงตั้งแต่ 3,000-6,000 ล้านบาทต่อปีก็จะมีมากกว่านี้ได้ในอนาคต และเมื่อรายได้เข้ามา กสทช. จะจัดสรรไปเป็นรายจ่าย 1.เข้ากองทุนพัฒนากิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. นำรายได้มาเป็นรายจ่ายตั้งงบประมาณเองในกสทช.

สำหรับงบประมาณรายจ่ายของกสทช. แบ่งเป็น 3 ประเภทดังนี้ 1.งบด้านบุคลากร ซึ่งกสทช.มีอยู่ 1,300 คน ต่อปี มีรายจ่ายประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยประมาณ รวมค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าจ้าง เงินเดือน โบนัส 2.งบลงทุน แบ่งเป็นค่าอบรม สัมมนา ซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ระหว่าง 3,000-4,000 ล้านบาท 3. งบบริหารจัดการองค์กร แบ่งเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ รวมงบฯดูงานต่างประเทศ

"ฐากร" พร้อมให้ตรวจสอบ

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.กล่าวว่า สำหรับการตั้งกระทู้ถามจากสนช.เรื่องการใช้งบประมาณของกสทช.นั้นขออธิบายว่า ที่ผ่านมาที่ประชุม กสทช. ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วงเงินทั้งสิ้น 5,294.476 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าวงเงินงบประมาณปี 2557 ที่ได้รับ 5,457 ล้านบาท โดยปีนี้เป็นปีแรกที่สำนักงาน กสทช. จัดทำงบประมาณแบบเกินดุล ซึ่งสำหรับปี 2558 ประมาณการรายรับจะอยู่ที่ 7,479.062 ล้านบาท โดยเงินที่เหลือจากหักเป็นรายจ่ายก็จะนำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

โดยสาเหตุที่กทช.ตั้งงบประมาณเกินดุลเพื่อเหลือเงินส่งเข้ากองทุนนั้น เป็นเพราะได้ขอความร่วมมือกับคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ทุกคนให้ลดภาระกิจการศึกษาดูงานในต่างประเทศ และลดจำนวนผู้ที่เดินทางในแต่ละครั้งเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร

ทั้งนี้ ในปี 2558 ตั้งเป้าว่าจะลดงบประมาณการเดินทางไปดูงานต่างประเทศไม่น้อยกว่า 50% จากปัจจุบันที่แต่ละปีมีรายจ่ายค่าเดินทางราว 120-150 ล้านบาทต่อปี ส่วนข้อครหาเกี่ยวกับการใช้จ่ายกสทช.พร้อมที่จะส่งเอกสารรายละเอียดการใช้จ่าย