ไอซีทีถกไมโครซอฟท์-อินเทลร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์ภาครัฐ ยกเครื่องเป็น อี-กอฟเวิร์นเมนต์เต็มตัว
ไอซีทีเจรจาสภาอุตฯ หวังเป็นตัวกลางประสานบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์-อินเทล ร่วมผลิตซอฟต์แวร์ไทยไว้ใช้งานภาครัฐยกเครื่องเป็น อี-กอฟเวิร์นเมนต์เต็มตัวช่วยลดรายจ่ายค่าไลเซ่นส์แต่ละปี ขณะที่หัวเว่ยเข้าพบคุยโนว์ฮาวทำแทบเล็ตสัญชาติไทย ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพสูงทั้งเทคโนโลยี-ดีไวซ์
นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า หลังจากตัวแทนบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเทล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เข้ามาหารือเกี่ยวกับความร่วมมือต่างๆ ที่อาจจะมีร่วมกันในอนาคตเบื้องต้น ไมโครซอฟท์และอินเทลยืนยันจะให้การสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ของรัฐบาลอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ ไอซีทีต้องการให้ทั้ง 2 บริษัทช่วยพัฒนาเรื่ององค์ความรู้ พัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะให้ของไทยเองไว้ใช้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (อี-กอฟเวิร์นเมนต์) และลดภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานรัฐเอง ซึ่งแต่ละปีต้องเสียค่าไลเซ่นส์โดยเฉพาะของไมโครซอฟท์ปีละหลายสิบล้านบาท
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นในกรอบการหารือร่วมกับไมโครซอฟท์และอินเทลนั้น ได้ร่วมวางกรอบการพัฒนาผลิตซอฟต์แวร์ไทยที่ใช้งานภาครัฐซึ่งได้นัดหารือในรายละเอียดกับทั้ง 2 บริษัทในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนธ.ค.เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทยเอง
"เราเจรจา กับ ไมโครซอฟท์และอินเทล มาตั้งแต่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่ก็มอบหมายให้นางทรงพร โกมลสุรเดช รองปลัดกระทรวงไอซีทีไปหารือกับไมโครซอฟท์และอินเทลอีกครั้งหนึ่ง และให้กรอบเวลา ว่าความชัดเจนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้" นายพรชัยกล่าว
นอกจากนี้ ล่าสุดวานนี้ (10 พ.ย.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีแผนงาน จัดทำโครงการสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ให้ใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือก เพื่อเพิ่มบทบาทความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็กที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเบื้องต้นวางแผนสนับสนุนซอฟต์แวร์ ของผู้ประกอบการโอเพ่นซอร์ส ที่เหมาะสมกับการทำงานของภาครัฐเพื่อให้เป็นดิจิทัลอีโคโนมีด้วย
ส่วนความคืบหน้าเตรียมออกแทบเล็ตแบรนด์ไทย ภายใต้นโยบายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น นายพรชัย กล่าวว่า เบื้องต้นต้องเป็นในลักษณะอีโอเอ็ม โดยการหาพันธมิตรมาร่วมผลิตซึ่งต้องดูความเหมาะสมให้ตรงกับการใช้งานและต้องดูว่าจะเลือกสเปคแบบใดและต้องพิจารณา เทคโนโลยีที่จะใช้
ขณะเดียวกัน กรณีของบริษัท หัวเว่ย ของจีนถือเป็นหนึ่งในตัวเลือก เพราะได้เข้ามาคุยกับไอซีทีบ้างแล้วเบื้องต้น แต่จะตัดสินใจให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตแทบเล็ตหรือไม่คงต้องพิจารณาอีกที





