จากหลักการของตัวต่อเลโก้ต่อยอดไอเดียมาเป็น นวัตกรรมบ้านกึ่งสำเร็จรูปหรือบ้านพรีแฟบ
จากหลักการของตัวต่อเลโก้ต่อยอดไอเดียมาเป็น นวัตกรรมบ้านกึ่งสำเร็จรูปหรือบ้านพรีแฟบ (Prefab House) เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ตามความต้องการ ทั้งรูปแบบบ้าน ชนิดไม้ โทนสี สไตล์ตกแต่งภายในและที่สำคัญคือ สร้างเสร็จภายใน 3 วัน
บ้านพรีแฟบคือผลผลิตจากแนวคิดที่ต้องการปลดล็อกปัญหาการสร้างบ้านไม้ของบริษัท ไพร์ซ ออฟ วู้ด อินดรัสทรีส์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจค้าไม้มากว่า 30 ปีและเป็นเบอร์หนึ่งในการปลุกปั้นนวัตกรรมบ้านไม้ยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ราคาที่ถูกลง ความทนทาน ไม้ไม่บิดงอ ติดตั้งง่ายด้วยระบบน็อคดาวน์ วัสดุไม้จากป่าปลูกจึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
พลิกโฉมวงการบ้านไม้
"เราไม่ได้สร้างบ้านให้ลูกค้าเลือกเป็นหลังๆ เรามีชิ้นส่วนที่ทำเก็บไว้ในระบบ ซึ่งสามารถนำไปบวกเป็นความยาวได้ทุกขนาดตามความต้องการของลูกค้าในรูปแบบพรี เอนจิเนียร์ เมื่อลูกค้าดีไซน์เสร็จ ไม่ต้องให้วิศวกรคำนวณใหม่ สามารถคำนวณราคาและก่อสร้างได้ตามมาตรฐานการก่อสร้างบ้าน นี่คือนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก” คมวิทย์ บุญธำรงกิจ กรรมการผู้จัดการไพร์ซ ออฟ วู้ด อินดรัสทรีส์ กล่าว
ทุกครั้งที่โมเดลบ้านถูกปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขจึงไม่ยุ่งยาก จากปกติในการสร้างบ้านต้องมีสถาปนิกดีไซน์และเสนอราคาก่อนการก่อสร้าง แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแบบก็ต้องออกแบบใหม่ วิศวกรต้องคำนวณใหม่ แต่นวัตกรรมบ้านกึ่งสำเร็จรูปดังกล่าว ลูกค้าออกแบบได้โดยไม่ต้องมีสถาปนิกและวิศวกร เลือกแบบเสร็จสามารถคำนวณราคาและผ่านมาตรฐานการก่อสร้างเรียบร้อย สามารถนำไปก่อสร้างได้ทันที
ระบบดังกล่าวนี้มาจากการคิดแบบบูรณาการ จึงมีความยืดยุ่น ตอบสนองความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ ที่มีความต้องการและพื้นที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ลูกค้ารีสอร์ทบนเกาะได้ดีกว่าการสร้างบ้านคอนกรีต เพราะสะดวกเรื่องการขนส่งเคลื่อนย้าย สำหรับตลาดเป้าหมายคือ ผู้ที่ต้องการสร้างบ้านหลังที่สองในรูปแบบของบ้านพักตากอากาศ รวมทั้งธุรกิจก่อสร้างรีสอร์ท
“ปกติการทำธุรกิจรีสอร์ทต้องมีเงินทุน 100 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 2 ปี แต่ถ้าใช้ระบบของเราจะสามารถทยอยเปิดให้บริการได้ก่อน ลดความเสี่ยงในการลงทุน อาทิ ทดลองเปิดให้บริการก่อน 5 หลังภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถดีไซน์ได้ถึง 100 แบบ" คมวิทย์ กล่าว
หลังจากเปิดตัวนวัตกรรมมาได้ปีกว่า ไพร์ซ ออฟ วู้ด อินดรัสทรีส์ มีรายได้จากส่วนนี้เดือนละ 10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 15 % ส่วนที่เหลือ 85% มาจากการจำหน่ายวัตถุดิบไม้ คาดว่าภายใน 5 ปีจะคืนทุน 20 ล้านบาทจากการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีในโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่า
เกศวรงค์ หงส์ลดารมภ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า iTAP ได้ดำเนินโครงการ “ นวัตกรรมการพัฒนาที่พักอาศัยกึ่งสำเร็จรูป” ตั้งแต่ปี 2553-2557 โดยสนับสนุนผู้ประกอบการ 14 บริษัทในการดำเนินโครงการ 17 โครงการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้หลักการการก่อสร้างบ้านพรีแฟบ โดยมี อาจารย์กัลยา โกวิทวิสิทธิ์ ประจำภาควิชาออกแบบสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญโครงการหรือพี่เลี้ยงนักเทคโนโลยี ขณะที่ iTAP เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่างๆ ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จากภาควิชาการสู่ภาคการผลิต
เป้าหมายเพื่อส่งเสริมผู้ผลิตในระดับเอสเอ็มอี ให้ก้าวข้ามผ่านกรอบความคิดเดิมเข้าสู่ธุรกิจที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ iTAP มีโครงการต่อเนื่องที่จะแบ่งปันประสบการณ์และแนวโน้มด้านเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสำหรับธุรกิจที่พักอาศัย โดยเตรียมจะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการใหม่ "นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางสถาปัตยกรรมระบบประกอบอาคารและเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน" เพื่อให้ความรู้และสนับสนุนในประเด็นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพของการอยู่อาศัย การรักษาสิ่งแวดล้อม ที่พักอาศัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทดแทน





