'เฟซบุ๊ค' ผนึกบ.วิจัยสำรวจประชากรเน็ตทั่วโลกพบกว่า 60% ยังเข้าไม่ถึง ชี้หากไม่มีตัวเร่งอาจกระทบคน4พันล้าน
เฟซบุ๊คร่วมมือบริษัทวิจัยแมคคินซีย์ สำรวจปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก พบว่า ประชากรมากกว่า 60% ยังคงออฟไลน์ หรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง ขณะที่บทบาทของอินเทอร์เน็ตกลับทวีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ หรือจีดีพี รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าและนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนยังมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากวิธีการสื่อสารของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป
แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าทุกประเทศจะได้รับประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตในระดับเดียวกัน แต่ยังมีอุปสรรคที่ทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายยังไม่ทั่วถึงประชากรอีกเป็นจำนวนมาก โดยผลสำรวจดังกล่าวพบว่าในรอบทศวรรษที่ผ่านมามีประชากรออนไลน์เพิ่มจำนวนขึ้นกว่า 2.7 พันล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเครือข่ายมือถือที่ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และทำให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถืออย่างแพร่หลาย ประกอบการราคามือถือที่ลดลง และแพคเกจมือถือที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการขยายตัวของประชากรอินเทอร์เน็ต
แนวโน้มดังกล่าวทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะมีจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีกราว 500-900 ล้านคนภายในปี 2560 ทำให้จำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเพิ่มเป็น 3.2-3.6 พันล้านคน
แต่จากเทรนด์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจะยังมีประชากรอีกมากถึง 4.2 พันล้านคนที่ยังไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ทั้งยังพบอัตราการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเริ่มช้าลงจากช่วงปี 2548-2551 เติบโตที่ 15.1% เหลือ 10.4% ในช่วงปี 2552-2556 ดังนั้นหากยังไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นการเติบโต หรือนโยบายที่ช่วยเร่งการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก็อาจทำให้ประชากรอินเทอร์เน็ตเติบโตช้าลงอีก
นอกจากนี้ ยังพบว่าราว 75% ของประชากรที่ยังไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตกระจุกตัวอยู่ใน 20 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ อายุมาก การศึกษาไม่สูง และจำนวนมากเป็นผู้หญิง
ทั้งยังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เห็นความจำเป็นของการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเติบโตของประชากรอินเทอร์เน็ตช้าลง ยังไม่นับรวมการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ซึ่งบางพื้นที่ยังไม่มีแม้กระทั่งระบบไฟฟ้าพื้นฐาน โดยกลุ่มประเทศที่มีอุปสรรคในการใช้งานสูงคือ แอฟริกา, เอเชีย-บังคลาเทศ, เอธิโอเปีย, ไนจีเรีย, ปากีสถาน และแทนซาเนีย ซึ่งมีจำนวนประชากรที่ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตรวมกันกว่า 550 ล้านราย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เฟซบุ๊คได้เริ่มผลักดันโครงการ Internet.org เพื่อขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แพร่หลายมากขึ้่น ซึ่งล่าสุดเฟซบุ๊คได้เตรียมจัดการประชุม “Internet.org Summit” ครั้งแรกที่กรุงนิว เดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค.นี้ โดยการประชุมดังกล่าวจะเป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้นำอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อหาทางที่จะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตในภาษาอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ
พร้อมกันนี้ นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ค จะร่วมการประชุม พร้อมมีแผนเข้าพบนายกรัฐมนตรีโมดิ เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างเฟซบุ๊ค และรัฐบาลอินเดียภายใต้โครงการดังกล่าว





