วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ค้าหวังไตรมาส4มือถือฟื้น ชูเรือธงชิงดำ 'โมบายเอ็กซ์โป'

“เอ็มวิชั่น” คาดไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โปเงินสะพัด 1,320 ล้านบาท คนเดิน 5.5 แสนคน ชี้กำลังซื้อเริ่มฟื้น

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป กล่าวว่า กำลังซื้อไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มเป็นบวกชัดเจน เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจเริ่มฟื้น และยังไม่มีปัจจัยลบใดๆ เข้ามากระทบ

สำหรับงานครั้งล่าสุดมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 2-5 ต.ค. 2557 ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตมือถือและค้าปลีกชั้นนำกว่า 40 ราย โดยไฮไลต์มีทั้งที่ผู้ผลิตทุกแบรนด์ขนสินค้าเรือธงเข้ามาเปิดตลาด รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายแข่งลดราคาสินค้าเพื่อล้างสต็อก เตรียมจำหน่ายสินค้ารุ่นใหม่

เขากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ไม่มีปัจจัยลบภายนอกเข้ามาฉุดยอดขาย บริษัทตั้งเป้าว่ามีเงินสะพัดราว 1,320 ล้านบาท คนเดิน 5.5 แสนคน หรือเติบโตจากงานครั้งกลางปีที่มีเม็ดเงินสะพัด 1,200 ล้านบาท อีก 10-15% แต่ทั้งนี้ประเมินจากช่วงเช้าของงานวันแรก มีคนสนใจเข้ามากกว่าทุกครั้ง เป็นไปได้ที่จะปรับเป้าไปเป็นเติบโต 20%

“สถานการณ์มีแนวโน้มเป็นบวกมากขึ้นตามลำดับ จากครึ่งปีแรกที่ภาพรวมตลาดตกลงราว 20% ครึ่งปีหลังน่าจะชดเชยจนเสมอตัวได้”

ประเด็นที่น่าจับตามองคือการต่อสู้ระหว่างเจ้าตลาดเดิมและแบรนด์ที่มาจากประเทศจีน ซึ่งมาแรงทั้งการใช้งบลงทุนทางการตลาดรวมถึงช่องทางจำหน่าย คาดว่าปัจจุบันสินค้าแบรนด์จีนมีส่วนแบ่งประมาณ 20% ปี 2558 มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มไปถึง 30-40%

สงครามสินค้าเรือธง

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายไตรมาสที่ 4 มีแนวโน้มเป็นบวกและอาจดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเดิม 2 ไตรมาสแรกตลาดรวมค่อนข้างทรงตัว ไตรมาสที่ 3 เทียบกับปีที่ผ่านมาตกลงประมาณ 5-10%

ปัจจุบันสมาร์ทโฟนมีสัดส่วน 60% ฟีเจอร์โฟน 40% อีก 2-3 ปีจากนี้แนวโน้มจะเปลี่ยนเป็น 80% และ 20% ตามลำดับ

ทั้งนี้มาจากผู้บริโภครอสินค้าใหม่ ด้านซัมซุงเปิดจองและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เรือธง “กาแลคซี่ โน้ต 4” ภายในงานนี้เป็นครั้งแรก โดยไทยเป็นกลุ่มแรกของโลกที่ได้รับสิทธิก่อนเปิดขายจริงเป็นทางการทั่วโลก 10 ต.ค. โดยล็อตแรกเข้ามาหลักหลายร้อยเครื่อง แนวทางการตลาดของซัมซุงหลักๆ ใช้นวัตกรรม คอนเทนท์ และฟีเจอร์เสริมต่างๆ เป็นตัวกระตุ้น

พร้อมระบุว่า ภาคธุรกิจมีความพร้อมเต็มที่ หากมีเงินอัดฉีดจากรัฐบาลเข้ามาเพิ่มยิ่งเป็นเรื่องดี แต่ทั้งนี้โดยรวมเชื่อว่าโค้งสุดท้ายนี้น่าจะเป็นบวกแน่นอน

นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ ไมโครซอฟท์ ดีไวซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ผลิตทุกแบรนด์ตั้งความหวังไว้กับไตรมาสสุดท้ายสูงมาก ภายในงานนี้บริษัทเปิดจำหน่ายสินค้าเรือธง “โนเกีย ลูเมีย 830” ราคา 13,990 บาท และ “โนเกีย ลูเมีย 730” ราคา 8,790 บาท

จุดแข็งของบริษัทมาพร้อมสินค้าที่มีคุณภาพ บริการหลังการขายที่ดี และราคาที่แข่งขันได้ โดยภาพรวมมีตั้งแต่ 3,990-18,900 บาท ก่อนสิ้นปีเตรียมนำรุ่นล่างราคาต่ำกว่า 3,000 เข้ามาเพิ่ม

เขาชี้ว่า กลุ่มสินค้าที่เติบโตสูงสุดคือ 2,000-4,000 บาท ขณะนี้ภาพรวมตลาดค่อนข้างทรงตัว แต่ละเดือนมียอดขายประมาณ 1.5 ล้านเครื่อง

ไอโมบายยอดพุ่ง

นายสุภสิทธิ์ รักกสิกร หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเข้ามาของแบรนด์จีน ยุโรป รวมทั้งที่โอเปอร์เรเตอร์ผลิตเฮาส์แบรนด์ของตัวเองดันให้การแข่งขันตลาดสมาร์ทโฟนไทยดุเดือด จากนี้จะมีทั้งโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม และสงครามราคา

บริษัทวิจัยจีเอฟเคประเมินว่า ภาพรวมโทรศัพท์มือถือไทยปี 2557 จะมียอดขาย 19 ล้านเครื่อง เติบโตจากปีก่อนหน้าซึ่งมียอดขาย 18.7 ล้านเครื่อง ราว 2% เฉพาะสมาร์ทโฟนเติบโตมากถึง 33% ยอดขาย 12 ล้านเครื่อง

สำหรับสามารถไอ-โมบาย ในปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 40 รุ่น โดยไตรมาสสุดท้ายมีอีก 3-4 รุ่น จากเดิมตั้งเป้ายอดขายทั้งปีไว้ 4 ล้านเครื่อง ด้วย 3 ไตรมาสแรกทำได้ทะลุเป้าไปแล้ว จึงปรับขึ้นไปเป็น 4.5 ล้านเครื่อง สัดส่วนจากภายในประเทศ 4 ล้านเครื่อง ต่างประเทศ 5 แสนเครื่อง ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดมี 20% ครองอันดับ 2 มือถือไทย โดยตลอดทั้งปีใช้งบการตลาด 500 ล้านบาท เน้นลงทุนพัฒนาบริการหลังการขาย ช่องทางจัดจำหน่าย โดยหันไปยังห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าของวันแรก โดยเฉพาะคิวซื้อโน้ต 4 ราคาพิเศษ โดยผู้มาต่อแถวเป็นรายแรกมาตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น.ก่อนวันเริ่มงาน (1 ต.ค.) บูธส่วนใหญ่ที่ได้รับความสนใจคือแบรนด์ที่นำรุ่นใหม่หรือเรือธงมาจำหน่าย