สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพิ่มมูลค่าเครื่องหนังไทย ด้วยวัสดุหนังสัตว์หายากหนังตะกวด งู ปลากระเบน
สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพิ่มมูลค่าเครื่องหนังไทย ด้วยวัสดุหนังสัตว์หายาก(Exotic Skin) ทั้งหนังงู หนังปลากระเบน หนังจระเข้ หนังนกกระจอกเทศ หนังตะกวด หนังปลานิล หนังกระต่าย หนังปลาฉลาม เจาะตลาดเฉพาะที่มีกำลังซื้อสูงในต่างประเทศ
เครื่องหนังเอ็กซอติก เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะตลาดแถบทวีปอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากหนังจระเข้ และหนังปลากระเบน ซึ่งเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ เพราะมีคุณภาพสูง มีความสวยงามตามธรรมชาติ และให้ความรู้สึกหรูหรา จัดอยู่ในสินค้าระดับบน
หนังปลากระเบนขึ้นบก
เยาวรัตน์ พลานุสนธิ์ เจ้าของแบรนด์ SEA STAR เดิมทำธุรกิจเครื่องหนังจากจระเข้ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้มองเห็นโอกาสทางการตลาดของเครื่องหนังปลากระเบน จึงทำการศึกษาพัฒนากระทั่งได้เทคนิคการฟอกหนังที่แตกต่างจากคู่แข่งในต่างประเทศ จากนั้นพยายามสร้างเอกลักษณ์ของชิ้นงานให้แตกต่างด้วยการดีไซน์กระเป๋าตามเทรนด์จากผู้นำด้านแฟชั่นอย่างฝรั่งเศส อิตาลี ผสมผสานความเป็นไทยลงในผลิตภัณฑ์ โดยใช้ผ้าไหมมาเป็นซัพพอร์ตกระเป๋าด้านใน พร้อมทั้งพัฒนาเทคนิคการตัดเย็บไร้รอยต่อ ตกแต่งให้มีสีสันสดใสเป็น 3 มิติ โดยพื้นผิวของกระเป๋าจะนูนสูงเพื่อประโยชน์ในการใช้งานทั้งด้านการหยิบจับ
ทางแบรนด์ได้ยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไว้แล้ว นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงผิวสัมผัสของหนังปลากระเบนให้เรียบเนียนขึ้น สามารถนำไปใช้ทำเครื่องประดับ ถือเป็นการสร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"ในแต่ละปี เราต้องออกแบบคอลเลคชั่นให้ทันกับเทรนด์แฟชั่นอย่างน้อยปีละครั้ง ถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น เพราะตลาดหนังประเภทเอ็กซอติก ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มนิช มาร์เก็ต ไม่หวือหวา แต่เราต้องการเป็นผู้นำกระแส แทนที่จะตามกระแสเหมือนในอดีต จึงยอมที่เหนื่อยวันนี้ เพื่อสบายวันหน้า"
จากประสบการณ์ในการทำเครื่องหนังพบว่า ตลาดหนังหายากถือว่ามีศักยภาพสูง ไม่แพ้กับตลาดหนังวัว ราคาแพง ที่สำคัญเป็นตลาดใหม่ที่มีคู่แข่งน้อย โอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดนี้ไม่ยาก หากได้รับความสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากประเทศไทยไทยมีศักยภาพเพราะมีความหลากหลายในการผลิต เช่น หนังจระเข้ ที่เกษตรกรเริ่มหันมาเลี้ยงมากขึ้นส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายย่อยที่ผลิตเครื่องหนังจากจระเข้เติบโตต่อเนื่องตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งเมื่อนำไปผลิตกระเป๋าหรือรองเท้าแล้วราคาจะสูงกว่าใช้หนังวัว
ลุ้นแจ้งเกิดหนังตะกวด-งูน้ำ
จากข้อมูลภาพรวมของการส่งออกหนังไปต่างประเทศมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท เฉพาะตลาดหนังหายากมีมูลค่า 5,000 ล้านบาทมีอัตราเติบโต 100%แนวโน้มตลาดยุโรป เช่น อิตาลี มีความต้องการเครื่องหนังหายากมากขึ้น โดยเฉพาะหนังตะกวดค่อนข้างสูง แต่ประเทศไทยเองยังติดปัญหาว่า ตะกวดถือเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตามอนุสัญญาไซเตส (CITES) ทั้งที่จริงแล้ว เป็นสัตว์ที่มีการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ จึงไม่เข้าข่ายเสี่ยงสูญพันธุ์ ทางกลุ่มได้ยื่นเรื่องไปให้ทางกรมป่าไม้พิจารณายกเลิกกำหนดตะกวดเป็นสัตว์คุ้มครองประเภทที่ 1 คาดว่าจะได้รับการพิจารณาทบทวนอีกครั้งในเร็วนี้
อย่างไรก็ตาม หากการพิจารณาล่าช้าในฐานะผู้ประกอบการคงต้องช่วยเหลือตนเอง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์หนังหายากประเภทอื่น อาทิ หนังงูน้ำ ที่มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์ออกมาแทน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้านอกเหนือจากหนังปลากระเบน
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากตลาดต่างประเทศ 80% ในแถบเอเชียโดยเฉพาะจีน ซึ่งเน้นเรื่องความเชื่อ โชคลาง ขณะที่ตลาดยุโรป อาทิ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศสและอิตาลี ให้ความสำคัญเรื่องของแฟชั่น ในอนาคตบริษัทจะแตกแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดแฟชั่นโดยเฉพาะ
"ทุกวันนี้เราพยายามที่สร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ก่อนที่กลับเข้ามาทำตลาดในประเทศ เนื่องจากคนไทยนิยมแบรนด์ต่างประเทศ เรื่องแบบนี้คงต้องใช้เวลาในการสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นพอสมควร แต่ในอนาคตคาดว่าจะสามารถขยายตลาดได้อีกจำนวนมาก ช่องทางจำหน่ายในประเทศมีร้านแถวประตูน้ำ ออกงานแสดงสินค้าของทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ และกำลังวางแผนที่จะขยายตลาดสินค้าประเทศอิตาลี" เจ้าของแบรนด์ SEA STAR กล่าว





