ธอมัสไอเดียชี้แอ๊ปเปิ้ลจุดพลุ 'สมาร์ทดีไวซ์'ดัน 'โฮม-เฮลธ์'

ธอมัสไอเดียชี้แอ๊ปเปิ้ลจุดพลุ 'สมาร์ทดีไวซ์'ดัน 'โฮม-เฮลธ์'

ความแรงหลังแอ๊ปเปิ้ลเปิดตัว“ไอโฟน6-สมาร์ท วอทช์”ย้ำกระแส “สมาร์ทดีไวซ์”พร้อมดันนวัตกรรมกลุ่ม “โฮม-เฮลธ์"ฮิต

โดยเฉพาะ “แอ๊ปเปิ้ล วอทช์“ ที่เป็นมากกว่าอุปกรณ์ติดตัวด้วยการทำงานร่วมอุปกรณ์อื่น ดึงผู้บริโภคเข้าใกล้เทคโนโลยี ดันเกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นจุดแข็งของแอ๊ปเปิ้ลที่ใช้กลยุทธ์ “อีโค่ซิสเต็ม” สร้างพันธมิตร ดึงนักพัฒนา ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ร่วมใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน

ธอมัสไอเดีย แนะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ นักการตลาด เจ้าของแบรนด์สินค้าไทยควรเตรียมพร้อมใช้กลยุทธ์ดิจิทัลผ่านช่องทางสมาร์ทดีไวซ์เข้าถึงผู้บริโภคยุค “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์”

นางสาวอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ผู้ก่อตั้งและซีอีโอธอมัสไอเดีย ดิจิทัลเอเยนซี่เครือดับบลิวพีพี กล่าวว่า หลังการประกาศจำนวนยอดจองไอโฟน 6 ที่ล้นหลาม เป็นการตอกย้ำจุดเด่นที่แอ๊ปเปิ้ลท้าทายนักธุรกิจทั่วโลก คือ การที่แอ๊ปเปิ้ลสามารถสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ให้ใช้งานได้ง่ายและทันสมัย การออกแบบที่สวยและมีสไตล์ เป็นแฟชั่น ดึงดูดให้สินค้าแอ๊ปเปิ้ลเป็นเทรนด์ที่ขาดไม่ได้ของคนทั่วโลก

"การที่แอ๊ปเปิ้ลเปิดตัวไอโฟน 6 และแอ๊ปเปิ้ล วอทช์ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างนวัตกรรมที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องเฮลธ์ และโฮม"

เทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่

หลังจากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาที่แอ๊ปเปิ้ลได้เปิดตัวเฮลธ์ คิต และโฮม คิตสำหรับนักพัฒนาทั่วโลกได้ศึกษาและพัฒนาแอพพลิเคชั่นหลากหลายรูปแบบต่อยอดไอโอเอสและดีไวซ์ที่มีอยู่ รวมถึงไอโฟน 6 และแอ๊ปเปิ้ลวอทช์ในวันนี้ ที่แอพและข้อมูลในแอ๊ปเปิ้ลวอทช์สามารถทำงานได้ควบคู่ไปกับไอโฟน 6

ความง่ายที่เกิดขึ้นแม้แต่การป้อนคำสั่งของแอ๊ปเปิ้ลวอทช์ ด้วยการกดและสัมผัสบนหน้าจอ เป็นสิ่งที่นักพัฒนาต่างทึ่งในความคิดสร้างสรรค์และความพยายามของทีมแอ๊ปเปิ้ล เพราะต้องอาศัยคุณภาพของเซ็นเซอร์ที่ล้ำหน้ามากๆ ในส่วนประกอบกลไกอัจฉริยะครั้งนี้ โดยผู้ใช้งานสามารถวัดการเคลื่อนไหวในแนวดิ่งผ่าน Barometer ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งมากับไอโฟน 6 หรือแอ๊ปเปิ้ลวอทช์ ที่เชื่อมถึงกันได้ นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลสุขภาพบนข้อมูลอย่างเดียว

"แอ๊ปเปิ้ลวอทช์แตกต่างจากแวร์เอเบิล ดีไวซ์ทั่วไป เพราะเป็นการรุก เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้หากได้รับอนุญาตสามารถส่งต่อไปยังระบบและแอพต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับอีโคซิสเต็มของแอ๊ปเปิ้ล ส่งผลให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกวิเคราะห์ ถูกจัดเก็บข้อมูล หรือถูกส่งต่อไปยังระบบการแพทย์ เพื่อเป็นการติดตามและแจ้งเตือนถึงสุขภาพผู้ใช้ไปยังแพทย์ผู้ดูแลเป็นการป้องกัน"

และแอพใหม่อย่างแอ๊ปเปิ้ล เพย์ในไอโฟน 6 ที่ใช้วิธีทัช ไอดีเข้ามา ทำให้การจ่ายเงินผ่านมือถือสะดวกมาก เกิดจากการที่ทีมงานแอ๊ปเปิ้ลทำงานร่วมกับเครดิตรายใหญ่ระดับโลกทั้งหลาย เช่น วีซ่า มาสเตอร์ การ์ด หรือเอเม็กซ์ เพื่อให้การชำระเงินจากทัชไอดีเพื่อปลอดล๊อกด้านการตรวจสอบข้อมูลโดยวิธีเดิมเพิ่มความสะดวกปลอดภัยในขั้นตอนเดียว

นางสาวอุไรพร แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า นักธุรกิจไทยควรต้องจัดเตรียมระบบเพื่อเชื่อมต่อกับการชำระเงินรูปแบบใหม่และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรให้ทัน

นอกจากนี้ การที่แอ๊ปเปิ้ลขยายผลต่อยอดสู่ "สมาร์ทโฮม" โดยจับมือร่วมกับฮันนี่เวลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารและระบบควบคุมในอาคาร เพื่อพัฒนาแอพต่อยอดโฮม คิต และเชื่อว่าจะเป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ภายในบ้านหรืออาคาร

'อีโคซิสเต็ม'สร้างพันธมิตร

เธอ กล่าวว่า แอ๊ปเปิ้ลได้สร้างอีโค่ซิสเต็มขึ้นมาให้นักพัฒนาพันธมิตรและผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอ๊ปเปิ้ลทั่วโลกได้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน เกิดเป็นธุรกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมของตัวเองได้ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกและการใช้งานที่ง่ายแล้ว แอ๊ปเปิ้ลได้พัฒนาสินค้าด้วยการอินทิเกรตเข้ากับระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์

"เสน่ห์ของแอ๊ปเปิ้ลในการเป็นผู้สร้างเทรนด์เรื่องความสะดวก เรียบง่าย ทันสมัยมีไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้แวร์เอเบิล ดีไวซ์อย่างแอ๊ปเปิ้ลวอชท์กลายเป็นเทรนด์สินค้าใหม่ที่แบรนด์อื่นๆ ทำไม่สำเร็จ และยังต่อยอดการใช้งานออกไปถึงความเป็นสมาร์ท ดีไวซ์ที่มากกว่าอุปกรณ์ติดตัว ด้วยการเพิ่มศักยภาพของสินค้าทุกอย่างให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีก ผ่านการใช้งานที่เรียบหรู มีรูปลักษณ์สวยงาม ดูปลอดภัยและเชื่อถือได้ ทำให้คนไม่กังวล หรือไม่ลังเลที่จะลองไลฟสไตล์แบบใหม่ๆ จากแอ๊ปเปิ้ล"

พร้อมกับระบุว่า ถ้าย้อนดูประวัติ แอ๊ปเปิ้ลสร้างไอทูนส์ สโตร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางของสินค้าที่คนจับจ่ายผ่านแอพได้อย่างง่ายดาย เป็นการสร้างไลฟ์สไตล์ในคนทั่วโลกให้คุ้นเคยกับอีคอมเมิร์ซโดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของแอ๊ปเปิ้ลต่อจากนี้ น่าจะเป็นการขยับและเตรียมผู้บริโภคทั่วโลกให้พร้อมเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) สิ่งที่มากกว่าความสะดวกสบาย คือ การดำรงชีวิตประจำวันร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเรียบง่ายและมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง

ขณะที่ ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ ประมาณการว่า ภายใน ปี 2560 แอพพลิเคชั่นมากกว่า 50% จะเป็นแอพสำหรับแวร์เอเบิล เทคโนโลยี พร้อมทั้งประเมินว่า กลุ่มสุขภาพ และฟิตเนส จะเป็นกลุ่มหลักที่ดันความนิยมของแวร์เอเบิล เทคโนโลยี และรายได้จากแอพของตลาดเฉพาะกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2559 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนไอดีซี ประเมินว่า ปีนี้ ตลาดแวร์เอเบิล ดีไวซ์จะอยู่ที่ 19.2 ล้านเครื่อง และจะมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยไอดีซีคาดการณ์ว่า ปี 2561 จะพุ่งไปที่ 111.9 ล้านเครื่อง

พร้อมกันนี้ เธอเห็นว่า ก้าวต่อไปคงต้องรอดูผลงานของแอ๊ปเปิ้ลผ่านสมาร์ทดีไวซ์ชิ้นใหม่ที่ทำให้ผู้คนหันมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จนทำให้เรื่องอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ เป็นเรื่องใกล้ตัวจริงๆ และเป็นโจทย์ที่สะท้อนกลับมาที่นักออกแบบและนักธุรกิจไทย ว่าจะอาศัยดิจิทัลเทคโนโลยีต่อยอดสินค้าและบริการที่มีอยู่ ผ่านช่องทางดิจิทัลที่มีผู้บริโภคทั่วโลกอยู่ปลายทางอย่างไร