'ใช้จริง'โรดแมพวิจัยไทย

'ใช้จริง'โรดแมพวิจัยไทย

‘ประเทศแห่งการเรียนรู้’ คงอยู่ไม่ไกลหากเดินตามโรดแมพยุทธศาสตร์การวิจัย ฉบับที่ 8 ที่ขับเคลื่อนได้ครึ่งทางแล้ว

‘ประเทศแห่งการเรียนรู้’ คงอยู่ไม่ไกลหากไทยเดินตามโรดแมพยุทธศาสตร์การวิจัย ซึ่งฉบับล่าสุดคือฉบับที่ 8 ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2555-2559) ขณะนี้นับว่าอยู่ในช่วง “กลางแผน” จึงเหมาะสำหรับการทบทวนก่อนที่ก้าวต่อไปในช่วงครึ่งหลังของแผน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และที่สำคัญยังปรับให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 เพื่อให้วิจัยไทยเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศชาติและประชาชน

"โรดแมพการวิจัยต้องล้อไปในทิศทางเดียวกับแผนพัฒนาประเทศ เราจึงต้องกลับมาทบทวนว่า สิ่งที่ดำเนินไปในเรื่องของการวิจัยนั้น ไปได้ถึงไหน มีการพัฒนาหรือไม่ การต่อยอดสู่การใช้งานจริงเป็นอย่างไร โดยได้สำรวจ ระดมความคิดเห็นของหน่วยงานและเครือข่ายทุกภาคส่วนรวมทั้งผู้ใช้ประโยชน์” ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวและว่า คำตอบที่ได้รับนั้นยังจะเป็นแนวทางในการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2560-2564) ต่อไป

คำว่า "เสือกระดาษ" น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนของภาพรวมการวิจัยพัฒนาของไทยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่าไม่ดีนัก เห็นได้ชัดจากปี 2556 จากการจัดอันดับเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปัจจัยด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ในระดับต่ำ เมื่อการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้งานจริงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การวิจัย ทำให้เราได้องค์ความรู้ นวัตกรรม เทคนิคใหม่ๆ แต่ขาดการเชื่อมโยงสู่ภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมหรือผู้ใช้จริงในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ครึ่งหลังของโรดแมพฉบับที่ 8 จึงเพิ่มเรื่องของการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการนำงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง โดยพัฒนาและขับเคลื่อนใน 2 ส่วนคือ ชุมชน และภาคธุรกิจอุตสาหกรรม” เลขาธิการ วช. กล่าว

ภาคชุมชนจะมีประเด็นการติดอาวุธทางปัญญา โดยผลักดันให้ประชาชนมีระดับการศึกษาที่เพียงพอ ในขณะเดียวกันก็เดินหน้าการวิจัยเรื่องของข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน โดยเฉพาะในยุคของสงครามข้อมูลเช่นปัจจุบัน ส่วนภาคธุรกิจอุตสาหกรรม นอกจากติดอาวุธทางปัญญาแล้วยังต้องส่งเสริมเรื่องของทุนวิจัย และการผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมในด้านการวิจัยของเอกชนอีกด้วย

ทั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายที่ 8 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าด้วยการวิจัยพัฒนาให้ทัดเทียมต่างชาติ ระบุถึงการสนับสนุนเพิ่มค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาประเทศให้ไม่ต่ำกว่าร้อยละหนึ่งของรายได้ประชาชาติ และมีสัดส่วนรัฐต่อเอกชน 30:70 รวมทั้งปฏิรูประบบการให้สิ่งจูงใจระเบียบ และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการนำงานวิจัยไปต่อยอด รวมทั้งจัดเตรียมให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการวิจัยพัฒนาและด้านนวัตกรรม