สงครามวิทยาศาสตร์กระตุ้นไอเดีย

สงครามวิทยาศาสตร์กระตุ้นไอเดีย

เคยสงสัยหรือไม่ แผ่นซีดีที่ห้อยแถวเขียงหมูไล่แมลงวัน ขวดพลาสติกใส่น้ำวางแถวล้อรยนต์กันสุนัขฉี่ใส่ได้จริงไหม

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

เคยสงสัยหรือไม่ แผ่นซีดีที่ห้อยแถวเขียงหมูไล่แมลงวัน แล้วขวดพลาสติกใส่น้ำวางแถวล้อรยนต์กันสุนัขฉี่ใส่ได้จริงหรือเปล่า

"คำถามเหล่านี้คือ การหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์จากสิ่งที่เราพบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน จนเกิดเป็นไอเดียของกินกรรม 'PTT Science Challenge' เวทีการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ที่กลุ่ม ปตท. เปิดกว้างเพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงขับ สร้างบุคลากรทางวิทยาศาสตร์" ดร. ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

:: ลั่นกลองท้าคนรักวิทย์

ดร. ไพรินทร์กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับแนวคิดของกลุ่มปตท. ที่เชื่อว่า ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะสร้างอนาคตใหม่ กิจกรรม 'PTT Science Challenge' จะเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาใช้ความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์แก้โจทย์ต่างๆ

รูปแบบเกมของ 'PTT Science Challenge' มาจากการระดมสมองของ 10 นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของกลุ่ม ปตท. ด้วยคอนเซปท์หลักคือวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว มีการหยิบยกสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวันมาสร้างโจทย์ที่เปิดกว้าง สำหรับทุกเพศ ทุกวัย

กิจกรรมนี้ ใช้การแข่งเป็นทีม ๆ ละ 2 คน อายุตั้งแต่ 15-55 ปี ไม่จำกัดการศึกษา อาชีพ ขอเพียงสนใจวิทยาศาสตร์ โดยจัดแข่งรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค คัดภูมิภาคละ 10 คู่ รวม 50 คู่เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แข่งขันเก็บคะแนน 3 กลุ่มที่ทำคะแนนสูงสุด รับรางวัลชนะเลิศ เป็นการเดินทางไปชมศูนย์อวกาศเคเนดี้ (The Kennedy Space Center) ขององค์การนาซ่า สหรัฐ

ดร. วรวรงค์ รักเรืองเดช อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 1 ใน 10 Scientist Ambassadors ของโครงการกล่าวว่า อายุที่เปิดกว้างตั้งแต่ 15-55 ปี ไม่ได้มีผลต่อความยากง่าสของโจทย์วิทยาศาสตร์

"เราต้องการความหลากหลาย เพราะสิ่งที่เราคิดออกมาเป็นโจทย์นั้น อยู่ใกล้ตัวมาก ไม่จำเป็นว่า เด็กจะตอบได้ไหม หรือผู้ใหญ่จะได้เปรียบกว่า เพราะบางครั้ง คำตอบจะมาจากการสังเกตและหาคำตอบ เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีอยู่แค่ในตำรา ใครก็ตามที่มีทักษะทางวิทยาศาสตร์จะเป็นผู้ได้เปรียบ"

:: กระตุ้นความสนใจ สร้างบุคลากร

ดร. วรวรงค์กล่าวว่า 10 นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยที่ทำงานร่วมกันนั้น สร้างคำถามและกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์คัดกรองสำหรับรอบคัดเลือก เพื่อหา 10 ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก 5 ภูมิภาค มาสู่รอบชนะเลิศ ที่จะมีกิจกรรมเก็บคะแนน ซึ่งถือเป็นความท้าทาย และการกระตุ้นการคิดหาคำตอบในรูปของเหตุและผล ที่ต้องอุบเอาไว้ก่อน

"ไทยเรายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการคิดเชิงเหตุและผลมากนัก แม้กระทั่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่หลายคนเชื่อเพราะเขาบอกมา จนบางครั้วถูกนำไปใช้ในเรื่องของการโฆษณา ซึ่งจริงๆ แล้ว เราควรมีวิธีคิดที่เป็นเหตุเป็นผล ใช้วิธีคิดทางวิทยาศาสตร์มาหาคำตอบ และเชื่อว่า กิจกรรมนี้จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาวิธีคิดแบบนี้ได้มาก"

ปลายทางของกิจกรรมเช่นนี้ ดร. วรวรงค์มองว่า ต้องการให้คนเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่จะต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี เปิดโอกาสให้เยาวชนสนใจและรักวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะนำความรู้ ความเข้าใจไปสู่การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

"ความรู้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคต เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ไทยเรายังทำได้เพียงนำเข้าเทคโนโลยีเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำคือ การสร้างคน เพื่อให้คนสร้างเทคโนโลยีที่เป็นองค์ความรู้ของเราเอง แต่ก่แนที่จะไปถึงจุดนั้น ต้องเร่งสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก่อน ให้คนรับรู้และเข้าใจความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเรา"

การแข่งขัน PTT Science Challenge ในรอบคักเลือกจะไปในภูมิภาคต่างๆ เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 27 กันยายน, ภาคใต้ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 5 ตุลาคม, ภาคกลางที่พิษณุโลก วันที่ 11 ตุลาคม, ภาคเหนือที่เชียงใหม่ วันที่ 18 ตุลาคม และภาคตะวันออก กรุงเทพและปริมณฑลที่กรุงเทพ ในวัสที่ 25 ตุลาคม สิ้นสุดการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 26 ตุลาคม ที่กรุงเทพ

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียด และสมุครได้ที่ www.facebook.com/WeLovePTT หรือสมัครด้วยตนเองในวันที่จัดงาน