วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป่าสาละปลูกธุรกิจยั่งยืน

ไอเดียแปลกใหม่ที่จะ “เปลี่ยนโลก” และ “ปลดล็อก” ปัญหาของธุรกิจ คือแนวคิดขับเคลื่อนการทำงานของ “ป่าสาละ”

ไอเดียแปลกใหม่ที่จะ “เปลี่ยนโลก” และ “ปลดล็อก” ปัญหาของธุรกิจ คือแนวคิดขับเคลื่อนการทำงานของ“ป่าสาละ” บริษัทวิจัยปัญหาสังคมเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจ ให้สอดคล้องกับบริบทของโลก พร้อมทั้งสร้างนวัตกรรมด้านการออกแบบที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนจำนวนมหาศาลให้ดีขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจไปพร้อมๆ กัน

ป่าสาละเป็นบริษัท “ปลูกธุรกิจที่ยั่งยืน” แห่งแรกในไทย เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 เป้าหมายคือ จุดประกายและดำเนินวาทกรรมสาธารณะเกี่ยวกับธุรกิจที่ยั่งยืน ผ่านการจัดสัมมนา อบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ รวมทั้งผลิตงานวิจัยในประเด็นความยั่งยืนในประเทศไทย และส่งเสริมการวัดผลตอบแทนทางสังคม

วิจัยแก้ปัญหาสังคม

“เรามุ่งหวังว่าจะทำให้ภาคธุรกิจเข้าใจเรื่องความยั่งยืนและผลลัพธ์ที่จะเกิดประโยชน์กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยผ่านบริการในรูปแบบของงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหา เพราะเราเชื่อว่า ธุรกิจสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทุกวันนี้ธุรกิจสร้างผลกระทบมากทั้งทางบวกและทางลบ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ แค่ขยับตัวนิดหนึ่งก็ทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมเปลี่ยน”มุมมองจาก สฤณี อาชวานันทกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ จำกัด

นั่นเองที่จุดประกายความคิดจนได้โมเดลที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน โดยใช้งานวิจัยเป็นตัวขับเคลื่อน

"จากเดิมที่ใช้องค์กรวิจัยสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ซึ่งอาจไม่ถนัดเรื่องธุรกิจว่า มีกลไกอะไรบ้างที่ก่อให้เกิดปัญหาจึงเป็นช่องว่าง ที่เราเข้ามาแทรก เพราะไม่ค่อยมีใครทำ” เธอยกตัวอย่าง ปัญหาผลผลิตไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.น่าน เกิดจากการเพาะปลูกไม่เหมาะสมทำให้ด้อยคุณภาพและปริมาณผลผลิตต่อไร่ลดลง ภาคธุรกิจจะทำอย่างไร หรือปัญหาปลาป่นที่ทรัพยากรทางทะเล(ปลา)ลดลง ทางโรงงานจะต้องดำเนินการอย่างไร

“ลูกค้าจะเป็นคนตั้งโจทย์ เราแนะการผูกประเด็นการวิจัย ตั้งสมมติฐานก่อน ส่วนใหญ่ลูกค้าจะทำการบ้านมาแล้วระดับหนึ่ง เราเข้าไปเสริมในส่วนของซัพพลายเชนในภาคธุรกิจว่า มีใครที่เกี่ยวข้อง นำเสนอประเด็นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด รวมทั้งนำเสนอมาตรฐาน หรือข้อเสนอแนะที่ใช้เจรจาต่อรองกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย”

สฤณี กล่าวว่า นี่เป็นวิจัยในรูปแบบใหม่ ไม่ใช่แค่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในระบบ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นตกกับสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากงานวิจัยที่เป็นรายได้หลักประมาณ 70% ส่วนที่เหลือ 30% มาจากการจัดสัมมนา อบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการ ธุรกิจให้ยั่งยืนในอนาคตจะผลักดันให้ส่วนหลังเพิ่มขึ้น 50:50

ขณะที่เม็ดเงินการลงทุนต่ำทำให้มีมาร์จิ้นมาอุดหนุนนักวิจัยและบริษัท ส่งผลให้ภายใน 1 ปีหลังเปิดตัวป่าสาละสามารถคืนทุน แต่นักวิจัยคงต้องทำงานหนักกว่าเดิม นั่นคือนอกจากผลิตงานวิจัย ยังต้องทำงานด้านอบรม ประชุมเชิงปฏิบัติการควบคู่ไปด้วย

โอกาสของธุรกิจใหม่

ภัทราพร แย้มละออ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทป่าสาละ กล่าวว่า ภารกิจของป่าสาละคือการเติมเต็มองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนผ่านการจัดอบรม สัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ รวมทั้งผลิตงานวิจัย เพราะคนส่วนหนึ่งยังไม่เข้าถึงและเข้าใจเรื่องความยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์กำลังจะเข้ามาในอนาคตที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจไทย เพราะต่อจากนี้ไปการทำธุรกิจจะต้องคิดถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย

ในมุมของการทำธุรกิจ ผู้ประกอบส่วนหนึ่งมักให้ความสำคัญกับการคิดค้นเรื่องใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าให้มาใช้บริการ แต่ในความเป็นจริงแล้วในโลกนี้ยังมีปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอยู่อีกมาก หากสามารถคิดหาวิธีการแก้ปัญหาที่มีอยู่ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจได้

“เราพยายามเข้าไปช่วยผลักดันผู้ประกอบการให้ิั่สร้างผลกระทบที่ดีมากขึ้น ด้วยการช่วยศึกษาปัญหาหาแนวทางแก้ไข นำเสนอให้เขาไปพิจารณาและดำเนินการต่อ เป้าหมายของเราคืออยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ธุรกิจสร้างผลกระทบที่ดีได้มากขึ้น สร้างผลกระทบที่ไม่ดีน้อยลง หากทำได้ 10% ของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็น่าจะทำให้สังคมดีขึ้น”ภัทราพร กล่าวทิ้งท้าย