ตามไปดูยักษ์เทคโนโลยีด้านการเงินการธนาคารบนถนนสายไอทีแห่งเมืองเชนไน
หากพูดถึงซิลิกอน วัลเลย์แห่งเอเชียคนส่วนใหญ่มักนึกถึง"บังกาลอร์"ในประเทศอินเดียเป็นอันดับแรกๆ ทว่าในความเป็นจริง เมืองทางตอนใต้อย่าง “เชนไน” ในดินแดนภารตะแห่งนี้ยังมีถนนชื่อว่า “ไอที ไฮเวย์” (IT Highway) ที่มีบริษัทเทคโนโลยีน้อยใหญ่จำนวนมากเข้ามาวางรากฐาน รวมถึง “โพลาริส” ยักษ์เทคโนโลยีด้านการเงินการธนาคาร
ไม่เพียงมีบริษัทแม่ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ แต่เมื่อปี 2556 ยังใช้เงินลงทุนกว่า 10 ล้านดอลลาร์ตั้งศูนย์การออกแบบเทคโนโลยีทางการเงินแห่งแรกของโลก “8012 เอฟที ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (8012 FT Design Center)” รวบรวมเหล่าวิศวกร โปรแกรมเมอร์ และนักบริหารมือฉมังไว้หลายร้อยชีวิตบนพื้นที่กว่า 30,000 ตารางฟุต…
ผงาดเบอร์1ใน5ปี
"นายอรุณ เจน" ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โพลาริส ไฟแนนเชียล เทคโนโลยี หัวเรือใหญ่ผู้เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุนเพียง 200 ดอลลาร์ จนวันนี้มูลค่าบริษัททะยานขึ้นไประดับ 450 ล้านดอลลาร์ มีมุมมองว่า ศูนย์การออกแบบเป็นหนึ่งในแผนการปฏิรูปบริษัทเพื่อรองรับเมกะเทรนด์ไอทีซึ่งกำลังมุ่งสู่โมบาย คลาวด์ ขณะเดียวกันแค่อินฟราสตรักเจอร์ไอทีแบบเดิมๆ ไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโตธุรกิจ
เขากล่าวว่า ในฐานะผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีหน้าที่หลักคือ ทำอย่างไรจะเข้าไปช่วยพัฒนาระบบ และทำอย่างไรให้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การทำตลาด ราคา และการบริหารจัดการของลูกค้าได้มากที่สุด ที่ผ่านมาจึงใช้งบลงทุนสำหรับวิจัยและพัฒนาสัดส่วนกว่า 18% ของรายได้รวม หรือมูลค่า 18-20 ล้านดอลลาร์ทุกปี
อย่างไรก็ดี แม้โลกไอทีมีขอบเขตกว้าง ทว่าจุดยืนของบริษัทยังคงโฟกัสแต่โซลูชั่นสำหรับธุรกิจการเงิน การธนาคารเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเห็นว่าเป็นงานที่มีความซับซ้อน ต้องการผู้ที่มีเชี่ยวชาญ ที่สำคัญยังจำเป็นต้องกำหนดทิศทางและมองธุรกิจด้วยสายตาที่ชัดเจนมากที่สุด ขณะเดียวกันต้องเข้าไป โฟกัส โฟกัส และโฟกัส ต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง
“ทุกวันนี้เรารั้งอันดับท็อป 3 ของโลก ตลาดซอฟต์แวร์การเงิน การธนาคาร เป้าหมายสูงสุดภายใน 5 ปีจากนี้จะขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ให้จงได้”
สำหรับปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดความสำเร็จ เชื่อว่ามาจากทีมงานที่แข็งแกร่ง ที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญกับทุกคนในฐานะครอบครัว การทำราคาเน้นด้านสร้างมูลค่าเพิ่ม แข่งขันได้ จุดยืนหลักของโพลาริส คือ บริษัทสัญชาติอินเดียที่มีสินค้าและบริการคุณภาพระดับอินเตอร์ ไม่เน้นไปแข่งขันกับแบรนด์จากยุโรปหรืออเมริกาแต่พยายามพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด
บุกหนักทุกภูมิภาค
เอ็มดีโพลาริส กล่าวต่อว่า แนวทางการตลาดเน้นเข้าไปทำงานใกล้ชิดกับลูกค้าการเงินการธนาคารของแต่ละท้องถิ่น พิจารณาความต้องการ จากนั้นทำงานร่วมกัน และพยายามลดความซับซ้อนระบบงานลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยทั่วไปแบ่งตลาดออกเป็น 2 ส่วนคือ ตลาดเกิดใหม่และที่เติบโตแล้ว ปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากอเมริกา 50% ยุโรป 25% เอเชีย 25%
“ทุกธนาคารมีความต้องการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ผมจึงเชื่อว่าลูกค้าในทุกภูมิภาคมีศักยภาพการลงทุนและเติบโตได้สูงมาก”
อย่างไรก็ตามในภาพรวมธุรกิจ ยังไม่มีแผนซื้อกิจการบริษัทรายเล็กอื่นๆ เข้ามาเสริมความแข็งแรง งานสำคัญคือขยายธุรกิจให้ครอบคลุมไปแต่ละภูมิภาคทั่วโลก เช่นตลาดประเทศไทยเร่งปูรากฐานและสร้างทีมงานเพื่อสร้างการเติบโตต่อไปในระยะยาว
เขาระบุด้วยว่า ธนาคารในอุดมคติต้องมีความเข้าใจความต้องการลูกค้าเชิงลึก ฉะนั้นโพลาริสเองยืนยันว่าพร้อมทุ่มงบการลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ มากกว่านั้นทิ้งห่างคู่แข่งให้ได้มากที่สุด
ดีไซน์คือคำตอบ
"นายราเจช คุปปัสวามี" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบและหัวหน้าฝ่ายเอฟทีรีเสิร์ช โพลาริส กล่าวเสริมว่า ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ดีไซน์ เมค อิส พอสซิเบิล” บริษัทมีมุมมองว่าผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าต้องมาพร้อมความล้ำสมัยของเทคโนโลยี การออกแบบ สำคัญต้องตอบโจทย์ธุรกิจ
นอกจากนี้ เชื่อว่า 5 ปัจจัยที่ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตประกอบด้วยทักษะ ความเชี่ยวชาญ โลกทัศน์ที่กว้าง ความคิดสร้างสรรค์ และการรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาได้เริ่มปรับโฟกัสและกลยุทธ์ธุรกิจไปให้ความสำคัญกับ “การออกแบบ” พร้อมวางให้เป็นตัวจักรในการสร้างการเติบโต ปี 2556 ใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านดอลลาร์จัดตั้งศูนย์การออกแบบ “8012 เอฟที ดีไซน์ เซ็นเตอร์”
จุดมุ่งหมายสำคัญต้องการเชื่อมโยงโลกธุรกิจเข้ากับเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และซอฟต์แวร์โซลูชั่นซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจลูกค้า เรียกว่าเป็นโพลาริสยุคที่ 4 หลังจากที่เริ่มก่อตั้ง บุกเบิกตลาด และสร้างชื่อไปแล้วทั่วโลก
“เราพยายามลดกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนให้ง่ายมากที่สุด ทั้งย้อนกลับไปมองในมุมของลูกค้าว่าต้องการอะไร ความหมายที่แท้จริงของการออกแบบไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก มองแล้วดูดีแค่ไหน แต่คือศักยภาพการทำงานที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ลูกค้า เรียกได้ว่าเป็นไฮเวย์สายใหม่ที่สอดคล้องกับอินฟราสตรักเจอร์ที่มีอยู่เดิม ในมุมของไอทีทำงานได้แบบเอ็นทูเอ็น ขณะเดียวกันเข้ากันได้ดีกับแนวทางการทำธุรกิจ”
มุ่งโฟกัสดิจิทัล
เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่เพียงการพัฒนาระบบไอทีหลังบ้าน หรือคอร์แบงกิ้งเท่านั้น ทุกวันนี้เทรนด์โมบายมาแรง ดังนั้นต้องทำให้การเข้าถึงของลูกค้าทั้งกลุ่มคอนซูเมอร์และองค์กรทำได้กับทุกๆ ดีไวซ์ เรียลไทม์ พร้อมๆ กับสร้างจุดต่างบริการด้วยกิมมิคใหม่ๆ เช่นขณะนี้เร่งพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบชื่อ “โรบิน” สำหรับบริการลูกค้าธนาคารและประกัน เร็วๆ นี้จะมีไพล็อตโปรเจ็คร่วมกับธนาคาร 1 แห่งในประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้ วิธีการทำงานพนักงานจัดสภาพแวดล้อมที่โปร่ง เพื่อผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด ขณะเดียวกันยังพูดคุย ทำงานร่วมกันกับลูกค้า พร้อมปรับแต่โซลูชั่นให้เข้ากับความต้องการของแต่ละท้องถิ่น ด้านการติดตั้งระบบพยายามทำให้ได้เร็วที่สุดไม่เกิน 6 เดือน ส่วนราคาที่ผ่านมาหลายแอพพลิเคชั่น ใช้เงินลงทุนเพียง 1 ใน 3 เทียบกับรูปแบบเดิมๆ
“นายพารามดีฟ ซิง” รองประธานบริหาร โพลาริส กล่าวว่า กลยุทธ์หลักเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พยายามทำให้ตอบสนองได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ทว่าราคาถูกลง อีกหนึ่งกุญแจสำคัญเข้าไปติดตั้งระบบโดยเร็วที่สุด สำหรับสินค้าไฮไลต์ที่เตรียมนำเข้าไปทำตลาดในไทยภายใน 4-6 สัปดาห์จากนี้คือ โซลูชั่นสำหรับการกู้ยืมเงิน
“เราพบว่าตลาดนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ทว่าที่ผ่านมาเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยสิ่งที่จะนำเข้าไปเติมเต็มคือแนวทางการตลาดเชิงรุก เจาะกลุ่มลูกค้าได้หลายเซ็กเมนท์ตั้งแต่คอนซูเมอร์จนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ธีมหลักคือการนำฐานข้อมูลที่มีอยู่มาประเมินศักยภาพลูกค้าและบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ผู้บริหารจากโพลาริสชี้ด้วยว่า ประเทศไทยหนึ่งในตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างมาก ทั้งมีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากที่แต่ละรายมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคแข่งกับแบรนด์อินเตอร์ ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีมั่นใจว่าในตำแหน่งทางการตลาดเดียวกันไม่มีคู่แข่งรายใดมีโซลูชั่นที่ครบเท่า ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงสุดคือ “ดิจิทัล” ครอบคลุมทั้ง โมบายแบงกิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง
มั่นใจปิดดีล 3 ราย
ด้าน "นายนาคราช ปราสาท" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โพลาริส เอฟที (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าธุรกิจในประเทศไทยว่า ลูกค้ามีแผนลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อเนื่อง แม้การเมืองภายในประเทศไม่แน่นอน ขณะเดียวกันตั้งแต่ต้นปีความต้องการตลาดมีมากกว่าที่บริษัทประเมินไว้อยู่มาก
เขากล่าวว่า บริษัทแม่มีแผนปั้นให้ไทยเป็นฮับประจำภูมิภาคอินโดจีน ภายในปีนี้ยังคงเดินหน้าสร้างอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการท้องถิ่น เตรียมความพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
นอกจากนี้ เตรียมขอบีโอไอกับรัฐบาลไทย เพื่อเข้ามาลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และอินฟราสตรักเจอร์เต็มรูปแบบ เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเอื้อให้บริษัทขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น ทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากโครงการส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในประเทศ
ปัจจุบัน สินค้าไฮไลต์นำเสนอมี 3 กลุ่มคือ การบริหารจัดการความมั่งคั่ง เทรดไฟแนนซ์ และอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ขณะนี้มีลูกค้าสถาบันการเงินซึ่งเป็นบริษัทสาขาต่างประเทศประมาณ 6 ราย โลคอลแบงก์ยังไม่มีอย่างเป็นทางการ ทว่าภายในปีนี้มั่นใจว่าจะมีลูกค้าใหม่สถาบันการเงินไทยอย่างน้อย 3 รายอย่างแน่นอน





