วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กระดูก' เพื่อวัสดุทางการแพทย์

แพทย์ มช. มองหาวัสดุธรรมชาติ เลือกกระดูกวัวทำ ‘กระดุมโชติกา’ ช่วยยึดตรึงกะโหลกศีรษะหลังผ่าตัด

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

แพทย์ มช. มองหาวัสดุธรรมชาติ เลือกกระดูกวัวทำ ‘กระดุมโชติกา’ ช่วยยึดตรึงกะโหลกศีรษะหลังผ่าตัด ใช้งานได้ดีในราคาถูกกว่าของนอก 300 เท่า หวังส่งต่อเอกชนขยายตลาดสู่อาเซียน

จากความตั้งใจจะสรรหาวัสดุธรรมชาติสำหรับวัสดุทางการแพทย์ “รศ. สิทธิพร บุณยนิตย์” หน่วยประสาทศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเกิดไอเดียพัฒนา “กระดุมโชติกา” วัสดุยึดตรึงแผ่นกะโหลกศีรษะหลังจากผ่าตัด

:: ตัวช่วยผ่าตัดสมอง

รศ. สิทธิพร ชี้ว่า ศัลยแพทย์ผ่าตัดสมองต้องผ่าเปิดกะโหลกศีรษะ เพื่อทำการผ่าตัดรักษา เมื่อเสร็จสิ้น จึงต้องปิดกะโหลกโดยการเจาะรูแล้วใช้ไหมหรือลวดมัด ทำให้ใช้เวลานาน ในขณะเดียวกัน การปิดกะโหลกศีรษะด้วยการเจาะรูเป็นแถวยาว อาจทำให้กระดูกเกยกัน พื้นผิวเป็นคลื่นเหมือนขั้นบันได

“ไอเดียนี้ เกิดเมื่อมองว่า หากใช้กระดุม 2 เม็ด ช่วยตรึงกะโหลกศีรษะ โดยใช้ไหมร้อยจากรูกระดุม ช่วยให้ศัลยแพทย์ไม่ต้องเจาะรูกะโหลก ย่นเวลาการผ่าตัด ลดความเหนื่อยล้าของแพทย์ และความเสียหายของเนื้อเยื่อ”

ที่สำคัญ กระดุมมีขนาดเพียง 2 มิลลิเมตร ไม่ส่งผลให้ผิวกะโหลกที่มีขนาด 15 มิลลิเมตรมีรอยคลื่นจนเห็นได้ชัด

แพทย์มช. กล่าวว่า ในต่างประเทศ มีการพัฒนาวัสดุทางการแพทย์แบบเดียวกับกระดุมโชติกา แต่ใช้วัสดุเป็นไททาเนียม ซึ่งเป็นวัตถุแปลกปลอม แต่สำหรับกระดุมโชติกา ใช้วัสดุหลักคือ กระดูกวัวที่เป็นแร่ธาตุแบบเดียวกับกระดูกคนเมื่อร่างกายซ่อมแซม กะโหลกประสานติดกัน ก็จะย่อยกระดูกวัวนี้ไปด้วย

ในขณะเดียวกัน ต่างประเทศก็มีการวิจัยพัฒนาวัสดุยึดตรึงแผ่นกะโหลกศีรษะหลังผ่าตัดด้วยคอนเซปท์ที่ไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมที่ร่างกายมนุษย์อาจต่อต้าน ด้วยการใช้กระดูกมนุษย์ ซึ่งในไทย หาได้น้อย ในขณะเดียวกัน คนก็กลัวที่จะใช้

กระดูกสัตว์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยมีมากและราคาถูก โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นอาหารของมนุษย์ กระดูกที่เป็นของเหลือจากกระบวนการผลิตจะถูกนำไปทิ้งหรือบดทำปุ๋ย แต่ไม่ว่ากระดูกสัตว์หรือคนนั้น ต่างมีแคลเซียมฟอสเฟตไฮดรอกไซด์ เป็นสารตั้งต้น โดยมีโปรตีนต่างชนิดกันในสัตว์แต่ละประเภทเป็นตัวเชื่อมกระดูก

:: ต่อยอดวิจัยนำเงินเข้าไทย

รศ.สิทธิพรทดลองวิจัยในกระดูกสัตว์ปลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น วัว หมู ควาย แพ แกะ ซึ่งเมื่อนำมาผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียสเพื่อให้สารอินทรีย์และเชื้อโรคระเหิดหายแล้วบดผงให้ได้ขนาดระดับนาโน ผลที่ได้ในกระดูกสัตว์ทุกประเทไม่ต่างกัน แต่กระดูกวัวมีต้นทุนต่ำที่สุดและปริมาณมากสำหรับการต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม

ผงกระดูกระดับนาโนนั้นจะถูกนำไปขึ้นรูป แล้วเผาซ้ำที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียส ให้ผงกระดูกเกาะกันแข็งเหมือนแก้วเซรามิค จากนั้นผสมแก้วชีวะและแร่ธาตุธรรมชาติตามปริมาณที่ถูกกำหนดไว้ด้วยเกณฑ์มาตรฐานการผลิตวัสดุทางการแพทย์อเมริกา (American Society for Testing and Materials, ASTM)

“กระดุมโชติกาผ่านการทดสอบมาตรฐานการใช้งานและความปลอดภัยในระดับห้องปฏิบัติการ และสัตว์ทดลอง ในขณะเดียวกันก็ผ่านการทดสอบทางคลินิก ในอาสาสมัคร 100 คน พบว่า ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้วัสดุยึดตรึงจากต่างประเทศ เนื่องจากเป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ มีความปลอดภัยต่อการใช้ในคน”

เขาย้ำว่า ที่สำคัญ ราคาขายของกระดุมโชติกาอยู่ที่ชุดละ 100 บาท ถูกกว่าวัสดุยึดตรึงของต่างประเทศอยู่ที่ราว 3 พันบาทถึง 300 เท่า

สำหรับการตลาด รศ.สิทธิพนชี้ว่า การผ่าตัดสมองในไทยมีหลายแสนราย อย่างน้อย 2 แสนต่อปี มองว่า ความต้องการใช้กระดุมโชติกาอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนชุด ซึ่งปัจจุบัน นำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์กับบริษัทบุณยนิตย์วัสดุแพทย์ จำกัด โดยมีโรงพยาบาลในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือนำไปใช้แล้ว และกำลังจะเปิดตลาดภาคกลาง ซึ่งทำให้ช่วยลดเงินตราที่จะออกนอกประเทศจากการนำเข้าวัสดุทางการแพทย์จากต่างประเทศได้อย่างน้อย 600 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ดี เขามองว่า ต้องการส่งต่อให้กับบริษัทที่ทำวัสดุทางการแพทย์ในเชิงอุตสาหกรรมมารับต่อยอดมากกว่า เพื่อสร้างตลาดที่ใหญ่ขึ้นในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อประตูอาเซียนเปิด โอกาสที่จะนำงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์ได้จำเป็นต้องอาศัยบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้น