ลงทุนเพิ่มอีก 40 ล้านดอลลาร์ ขยายตลาดแอฟริกาใต้ และเอเชีย
แอพแท็กซี่หน้าใหม่จากบราซิล ร่วมวงตลาดแอพพลิเคชั่นมือถือขาขึ้นในไทย ส่ง "อีซี่ แท็กซี่" ช่วยลดปัญหาเรียกแท็กซี่ยาก-ไม่ปลอดภัย เผยนักลงทุนไฟเขียวหนุนเงินเพิ่ม 40 ล้านดอลลาร์ขยายตลาดใหม่รวมเอเชีย
นายเฟลิปเป้ คาซินสกี้ หัวหน้าคณะผู้บริหาร อีซี่ แท็กซี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า บริษัทเปิดตัวแอพพลิเคชั่น "อีซี่ แท็กซี่" สำหรับเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการในไทย หลังเริ่มทำตลาดทั่วโลกแล้ว 32 ประเทศ จากการเป็นบริษัทหน้าใหม่ในโครงการสตาร์ทอัพ วีเอ็นด์ของบราซิล และได้รับเงินสนับสนุนจากนักลงทุนเพื่อพัฒนาแอพแล้วกว่า 77ล้านดอลลาร์
ล่าสุด เพิ่งได้รับอนุมัติเงินลงทุนเพิ่มจากนักลงทุนอีก 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายตลาดในแอฟริกาใต้ และเอเชีย
นายคาซินสกี้ เผยว่า หลังทดลองให้บริการในไทย 11 เดือนมียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 5 แสนราย และสมาชิกแท็กซี่ในระบบกว่า 8,000 ราย ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับดี และจัดว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มนี้เพราะความปลอดภัยในการใช้บริการที่ไว้ใจได้ และจำนวนแท็กซี่ที่ให้บริการทำให้อัตราการรอรถเฉลี่ยที่ 10 นาที ซึ่งอยู่ในระดับที่ผู้โดยสารรับได้
"แท็กซี่เราการันตีความปลอดภัยทั้งต่อตัวคนขับเอง และคนโดยสารที่ลืมของก็ตามได้ เพราะสมาชิกในอีซี่ แท็กซี่ต้องผ่านการอบรมก่อน และมีประเมินผล ซึ่งผู้โดยสารจะเป็นผู้ให้คะแนนการบริการ ขณะที่ตัวคนขับก็มีโอกาสได้ลูกค้าเพิ่ม ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะมีรายได้เพิ่ม 50% จากเดิม" นายคาซินสกี้ กล่าว
พร้อมกับมองว่า ตลาดแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกแท็กซี่ เริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาก่อนแล้ว ในไทยแม้จะมีแอพพลิเคชั่นลักษณะเดียวกันแต่จุดเด่นแตกต่างกันไป อีซี่ แท็กซี่จะเน้นความปลอดภัยและความเชื่อถือได้เป็นหลักพร้อมบริการที่ลูกค้าพึงพอใจ
ส่วนโมเดลธุรกิจยังเป็นแบบรายได้จากโฆษณาบนแอพพลิเคชั่น 100% ส่วนสมาชิกแท็กซี่ จะได้ค่าบริการ 20 จากผู้ใช้บริการ และคิดค่าบริการตามมิเตอร์ปกติ
นายณัฐภัค อติชาตการ กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ อีซี่ แท็กซี่ประเทศไทย กล่าวว่า ในไทยแอพพลิเคชั่นลักษณะดังกล่าวเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มาก เพราะยังชินกับการเรียกแท็กซี่จากข้างถนนเอง แต่เชื่อว่าปัญหาเรียกใช้บริการแท็กซี่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยจะทำให้หันมาใช้บริการจากแอพพลิเคชั่นมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้งานอยู่แล้วใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ
พร้อมกันนี้ในอีก 2 เดือนบริษัทเตรียมเปิดชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั่วไป รวมถึงลูกค้าองค์กรที่อาจใช้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ได้เช่นกัน เพราะสามารถติดตามค่าใช้จ่ายได้
นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มพันธมิตร เพื่อทำตลาดร่วมกัน ตลอดจนการเพิ่มบริการในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือ กรุงเทพ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และนครราชสีมา
ส่วนแนวโน้มการเติบโต ขณะนี้มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40% ต่อเดือน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสมาชิกแท็กซี่ให้ได้ 20,000 คนในปีนี้





