ซอสถั่วดำ มหัศจรรย์แห่งสี

'ถั่วดำ'วัตถุดิบแห่งความหวังของนักธุรกิจหนุ่ม ที่ต้องการนำเสนอความแตกต่างให้กับผู้บริโภคในไทย
'ถั่วดำ'วัตถุดิบแห่งความหวังของนักธุรกิจหนุ่ม ที่ต้องการนำเสนอความแตกต่างให้กับผู้บริโภคในไทยที่คุ้นเคยกับถั่วเหลือง และสร้างโอกาสให้กับธุรกิจในฐานะผู้บุกเบิกตลาดใหม่กับผลิตภัณฑ์ "ซอสถั่วดำ" ภายใต้แบรนด์สองพี่น้อง
"เหตุผลที่ทำเพราะเห็นช่องว่างในธุรกิจ เนื่องจากยังไม่มีใครทำซอสถั่วดำออกมาขาย เราจึงมีโอกาสที่จะสร้างตลาดพร้อมไปกับแบรนด์ในเวลาเดียว" ที่มาของสินค้าแนะนำโดย จรัสฤทธิ์ สุขกาย ผู้บุกเบิกซอสถั่วดำสูตรไต้หวันรายแรกในไทยเมื่อ 6 ปีที่แล้ว
เส้นทางของผู้บุกเบิก
มองจากหน้าตาแล้ว ซอสถั่วดำอาจดูไม่ต่างจากซอสถั่วเหลืองทั่วไป แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือสีดำจากวัตถุดิบ ซึ่งนำเข้าจากจากอเมริกาและจีนแล้วนำมาหมักผสมกัน เพื่อให้ได้กลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การนำเข้านี้โดยผ่านการคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ได้วัตถุดิบการผลิตที่ได้มาตรฐานและที่สำคัญต้องผ่านการรับรองว่า non GMO
"นอกจากกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน สะอาดปลอดภัยเพื่อให้ได้ซีอิ๊วถั่วดำสูตรต้นตำรับของไต้หวันอย่างแท้จริงแล้ว ยังได้เลือกสรรวัตถุดิบคือถั่วดำที่มีโปรตีนสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเข้าประเทศจีน แต่กลิ่นจะไม่หอม และก็มีส่วนหนึ่งนำเข้าจากอเมริกาและของไทยซึ่งให้กลิ่นหอมแต่โปรตีนต่ำ ต้องนำผสมให้ได้มาตรฐานตามที่เรากำหนด"
นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยด้านการเกษตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อศึกษาวิจัยและหาแหล่งปลูกถั่วดำในแถบภาคเหนือซึ่งสภาพดินเหมาะกับการทำไร่ถั่วดำ ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของมาตรฐานด้านวัตถุดิบและเพื่อรองรับกระบวนการผลิตเต็มรูปแบบในอนาคต
หลังเปิดตลาดมา 6 เดือนปรากฏว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคไทย เนื่องจากรสชาติและคุณสมบัติที่แตกต่าง สังเกตได้จากยอดขายในช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านเพื่อสุขภาพ แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าซอสถั่วเหลืองทั่วไป ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดจึงต้องพยายามสร้างการรับรู้ด้วยการดึงอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ มาเป็นผู้แนะนำเมนูอาหารไทยที่ใช้ซอสถั่วดำ จากนั้นรุกเข้าไปตามรายการอาหารในรูปแบบของ Product Tie-in รวมทั้งออกบูธ เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง
"พฤติกรรมของผู้บริโภคที่รักสุขภาพพร้อมที่ทดลองซื้อมาใช้ แต่ในกลุ่มคนทั่วไปต้องพยายามให้รู้ถึงคุณประโยชน์ของถั่วดำผ่านสื่อต่างๆ ใช้งบปีละ 12 ล้านบาท คาดว่าปีแรกจะสามารถขายได้ 6 หมื่นขวด กำลังการผลิตต่อวัน 3,000 ขวด"
แต่ด้วยกำลังการผลิตที่น้อยทำให้ไม่สามารถจ้างผลิตขวดในประเทศได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขของโรงงานผลิตที่กำหนดให้ขั้นต่ำต้อง 1 ล้านขวดขึ้นไป ส่งผลให้ต้องนำเข้าขวดจากไต้หวันแทนจนกว่าจะมีกำลังการผลิตที่มากพอจะจ้างผลิตขวดในประเทศ
ธรรมชาติ-ความยากคือจุดแข็ง
แม้ว่าการเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจะต้องเผชิญอุปสรรค แต่ความเล็กไม่ใช่ปัญหาใหญ่ตรงกันข้ามทำให้สามารถปรับตัวได้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ดังนั้น แนวทางการผลิตจึงเน้นธรรมชาติมาเป็นจุดขาย“เราใช้เวลาศึกษากว่า 5 ปีกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมา เริ่มจากการติดต่อกับเจ้าของสูตรซีอิ๊วถั่วดำจากไต้หวันซึ่งเป็นเจ้าของสูตรซีอิ๊วถั่วดำที่เก่าแก่ มีประสบการณ์ในการทำซีอิ๊วถั่วดำมากกว่า 100 ปี
ศึกษาตั้งแต่การเพาะเชื้อ วิธีการทำ การปรุง ไปจนถึงเรื่องของอุปกรณ์เครื่องจักร โอ่ง กระด้งที่ใช้ในการเพาะเชื้อ ซึ่งเจ้าของสูตรเขาเข้มงวดในทุกขั้นตอนของการผลิต ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสูตรของเขา" จรัสฤทธิ์ กล่าวและว่า
"ข้อดีก็คือขั้นตอนการผลิตซอสถั่วดำยาก เพราะต้องหมักในโอ่งเท่านั้น เครื่องจักรทำไม่ได้ ฉะนั้น คู่แข่งที่เป็นรายใหญ่ลอกเลียนแบบไม่ได้ หรือถ้าจะฉีกเป็นสารเคมี อาจทำได้ แต่กระบวนการผลิตไม่เหมือนกัน ตัวเชื้อราหมักคนละชนิด หรืออ้างอิงไม่ได้ว่าเป็นซอสถั่วดำที่ทำจากธรรมชาติ"
แม้ผลผลิตจะได้รับการตอบรับที่ดีแล้ว เขายังไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรมเกี่ยวกับถั่วดำออกมาจำหน่าย โดยตั้งใจที่จะนำเสนอเต้าซี่ (เครื่องปรุงชนิดหนึ่งเหมือนเต้าเจี้ยว) เพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าให้หลากหลายมากที่สุด พร้อมกับขยายขวดให้มีขนาดเล็กลงเหลือ 250-300 มิลลิลิตร จากเดิม 410 มิลลิลิตร ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีปัญหาวางบนชั้นวางของในโมเทิร์นเทรด อีกทั้งไซส์ที่เล็กลงทำให้ผู้บริโภคกล้าทดลองซื้อมากขึ้น คาดกว่า ปีหน้าพร้อมทั้งรุกตลาดต่างประเทศจริงจัง อาทิ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย คาดว่าภายใน 2 ปีคืนทุน







