'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ

'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ

เข้าสู่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 เหลือแค่ 2 ก๊ก “อนุทิน” เงารัฐพันลึกไล่บี้ “ณัฐพงษ์” กองหน้าเสรีนิยมก้าวหน้า เปิดศึกชิงอำนาจรัฐ

“กระแส” หรือ “กระสุน” จะกำชัย รวมพล “บ้านใหญ่” มีของ รุกครั้งสุดท้าย หวังยึดเนิน 150 ชนะกองทัพส้ม จัดตั้งรัฐบาลใหม่

นิด้าโพลที่เผยแพร่วันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค. 2569) สะท้อนว่า ศึกเลือกตั้งหนนี้ มีม้าแข่ง 2 ตัวที่มีโอกาสเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 

เปรียบนิด้าโพลต้นปี 2569 กับช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 จะเห็นชัดเจนว่า ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครเป็นนายกฯ ลดลงจากที่ 40.60% เหลือเพียงแค่ 14.12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“ณัฐพงษ์” จาก 17.20% เพิ่มเป็น 24.76% “อนุทิน” จาก 12.32% ขยับขึ้น 20.80% เช่นกัน

ส่วนคะแนนพรรคการเมืองในไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ยังไม่ตัดสินใจ จาก 32.36% เหลือเพียง 7.80% เท่านั้น 

พรรคประชาชน จาก 25.28% เพิ่มขึ้นเป็น 30.48% พรรคภูมิใจไทย จาก 9.92% เพิ่มขึ้นเป็น 22.32%

'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ

ผลสำรวจข้างต้น นิด้าโพลสะท้อนการต่อสู้ทางการเมือง 2 ขั้วคือ ขั้ว “เสรีนิยมก้าวหน้า” หรือซ้ายใหม่ กับขั้ว “อนุรักษนิยม” ที่มีค่ายน้ำเงินเป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์

อันเนื่องจากบริบทการเมือง พ.ศ.นี้ ต่างจาก พ.ศ.โน้น สถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชาได้จุดกระแสชาตินิยมเหมือนไฟลามทุ่ง และอานิสงส์คนรักชาติ ส่งผลให้ “ภูมิใจไทย” กลายเป็นพรรคมี “กระแส” เป็นครั้งแรกนับแต่ก่อตั้งพรรคมาเมื่อปี 2554 

ไม่เลือกเราเขามาแน่

นับเนื่องมาจากพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำหลังม่านมีจุดยืนและอุดมการณ์ชัด เปลี่ยนการเมืองไทยให้พ้นยุคสมัย “รัฐพันลึก” 

'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ

รอบนี้ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ อาจไม่มีเสน่ห์เท่ากับ “ทิม พิธา” จึงเปิดตัว “ทีมบริหารประชาชน” เรียกกระแสเรียกเรตติ้งให้กับ สส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับโชคจาก MOA พรรคสีส้ม “อนุทิน” นั่งนายกฯช่วงเวลาสั้นๆ ได้งัดกลยุทธ์รวม “บ้านใหญ่” ทำยอด สส.เขต ตามสูตรโบราณที่ “บรรหาร” เคยใช้เมื่อปี 2538  

ดังที่กล่าวมาข้างต้น ภูมิใจไทยที่ได้ฉายา “พรรคบ้านใหญ่” ไร้กระแส กลับมาติดอันดับต้นๆของนิด้าโพล และสวนดุสิตโพล เพราะกระแสรักชาติ จึงมีโอกาสได้ สส.บัญชีรายชื่อเป็นกอบเป็นกำกว่าสมัยที่แล้ว 

การเลือกตั้ง สส. ปี 2566 คะแนนปาร์ตี้ลิสต์กระจุกอยู่ที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย คิดเป็นสัดส่วนฝั่งเสรีนิยม 70% ต่อฝั่งอนุรักษ์ 30%

ในบริบทปัจจุบัน กระแสชาตินิยมเป็นตัวแปร ปาร์ตี้ลิสต์ “ส้ม-แดง” อาจลดเหลือ 50% ส่วนที่เหลือ 30-35 % อาจกระจายไปที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ และที่เหลือก็ตกเป็นพรรคอื่นๆจัดสรรปันส่วนกันไป

'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ  

พลิกดูสถิติการเลือกตั้ง 2566 จัดอันดับตามคะแนน สส.บัญชีรายชื่อจะพบว่า อันดับ 1 พรรคก้าวไกล มี 14,438,830 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 39 คน (สส.เขต 112 คน)

อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย มี 10,962,526 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 29 คน (สส.เขต 112 คน) 

อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ มี 4,766,390 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 13 คน (สส.เขต 23 คน) 

อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย มี 1,138,204 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน (สส.เขต 68 คน)

การเลือกตั้งปีนี้ มีพรรค รทสช. แต่ไม่มี “ลุงตู่” นักวิเคราะห์การเมืองเชื่อว่า คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 4 ล้านกว่าจะเทไปที่พรรคน้ำเงินและพรรคสีฟ้า

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “อนุทิน” ออกเดินหาเสียงในเมืองหลวง จึงอ้อนขอเสียงพลังอนุรักษ์ “ขอให้คนที่รักลุงตู่มาเลือกลุงหนู”

คาดว่า โค้งสุดท้ายในการหาเสียง ค่ายภูมิใจไทยคงเปิดกลยุทธ์แอร์วอร์ ทิ้งไพ่ทำนอง “ไม่เลือกเราเขามาแน่” เพื่อดึงเสียงกลุ่มคนรักชาติไม่ให้กระจายตัวเลือกไปยังพรรค ปชป. และพรรคเศรษฐกิจ

พรรคบ้านใหญ่มีของ

โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ว่า หากให้วัดการเลือกตั้งปี 69 กระสุนกับกระแส ใครจะชนะ ซึ่งความได้เปรียบน่าจะอยู่ที่พรรคอนุรักษนิยม

นักวิชาการค่ายบางแสนมองว่า แม้ว่าการหาเสียงเป็นเรื่องของพรรคใครพรรคมัน แต่ศัตรูของพวกเขาเหล่านั้นคือ พรรคประชาชน จึงได้เห็นกระบวนการต่างๆทั้งจัดตั้งและไม่จัดตั้ง มีการโจมตีพรรคประชาชน อย่างหนัก

“พรรคอนุรักษ์ภายใต้ปีกการนำของพรรคภูมิใจไทย ดูดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้” โอฬาร กล่าว

ประเทือง ม่วงอ่อน อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ทำวิจัยเรื่องการเลือกตั้งในอุบลฯ เก็บสะสมข้อมูลมากว่า 10 ปี ก็ประเมิน “พรรคบ้านใหญ่” คล้ายกับอาจารย์โอฬาร

“ภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เติบโตภายใต้ความอ่อนแอของคู่แข่ง พรรคเพื่อไทยไม่ให้การสนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน แตกต่างจากภูมิใจไทยที่ให้การสนับสนุนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย” ประเทืองกล่าวกับสำนักข่าวประชาไท

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ประเทืองวิเคราะห์ว่า กระแสชาตินิยมไม่ได้แรงมากในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ชาวบ้านพยายามทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม เพราะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

'2 ก๊ก' ชิงอำนาจ 'ซ้ายใหม่' VS 'บ้านใหญ่' มีของ

“เรื่องของชาตินิยม มันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนที่คนส่วนกลางมองภาพแบบนั้น” ประเทืองกล่าว 

ดังนั้น ภูมิใจไทยฉายา “พรรคบ้านใหญ่” กลายเป็น “พรรคกระแส” ขึ้นมาระดับหนึ่ง อาจจะมีปัจจัยพิเศษที่มากกว่าเรื่องชาตินิยม 

คำว่า “บ้านใหญ่มีของ” คงไม่ใช่เรื่องพูดกันเล่นๆในสภากาแฟ หากแต่มีกรณี “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” เป็นภาพสะท้อนการเมืองไทยที่ไม่ปกติอยู่พอสมควร