วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เติมความหอมในน้ำยาง

นักเคมีจุฬาฯและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)มีแนวคิดร่วมกันในการนำความหอมมาใช้ขจัดกลิ่นเหม็นในยางพารา

สองปีที่ผ่านมา นักเคมีจุฬาฯและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีแนวคิดร่วมกันในการนำความหอมมาใช้ขจัดกลิ่นเหม็นในผลิตภัณฑ์ยางพารา ด้วยการเติมน้ำหอมบรรจุแคปซูลจิ๋วลงในน้ำยาง สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย

ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นของ “รศ.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง” คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาสารจากธรรมชาติในการห่อหุ้มน้ำหอม และควบคุมการปลดปล่อยให้น้ำหอม สามารถหอมได้ยาวนานด้วยกลไก 2 ระบบ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำหอมได้ทั้งกระบวนการทางเคมีและกระบวนการทางกายภาพ โดยอยู่ในรูปอนุภาคทรงกลมขนาดเล็กระดับนาโนเมตร และมีกระบวนการปลดปล่อยน้ำหอมที่กักเก็บไว้อย่างค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง

สร้างโอกาสทางธุรกิจ

กิตติศักดิ์ พรหมเปี่ยม ผู้ประสานงานโครงการพัฒนาโจทย์และติดตามงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม สกว. กล่าวว่า หลังจากงานวิจัยดังกล่าวประสบความสำเร็จในการพัฒนาอนุภาคน้ำหอมที่นำไปใส่ยางพารา เพื่อเป็นต้นแบบทั้งยางฟองและยางจุ่มในห้องทดลอง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการต่อยอดกับผู้ประกอบการ 3 ราย ได้แก่ ผู้ผลิตที่นอนฟองน้ำยางพาราส่งออกรายใหญ่ที่สุดในไทย ผู้ประกอบการถุงมือยางและผู้ผลิตพื้นยางรองเท้า ที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้า

“ผู้ประกอบการต้องศึกษาและทดสอบกลุ่มเป้าหมายก่อนนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการว่า กลิ่นแบบไหนที่ผู้บริโภคชอบมากสุด คงความหอมได้ยาวนานแค่ไหน ถ้าใช้ได้จริงจะเป็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราให้สูงขึ้น ทำให้ผลงานวิจัยได้รับความสนใจมากขึ้นด้วย”

สกว.ในฐานะเป็นตัวกลางประสานระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการมองว่า งานวิจัยดังกล่าวมีศักยภาพที่จะต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ยางลบ ยางรัดของ ถุงมือยาง รองเท้ายาง ยางรถยนต์ ยางสายพาน ท่อยาง ตุ๊กตาเด็กเล่น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นยางได้ที่มาจากต้นยางพาราทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะมองเห็นโอกาสที่นำงานวิจัยนี้ไปต่อยอด

“เราพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการนำงานวิจัยที่มีอยู่ไปใช้ต่อยอดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหรือลดต้นทุนให้กับกระบวนการผลิต โดยเผยแพร่ข้อมูลนวัตกรรมยางผ่านทางwww.research2biz.com เว็บไซต์รวบรวมผลงานวิจัยให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ต่อยอดเชิงพาณิชย์ สร้างความได้เปรียบทางการตลาดเหนือคู่แข่งได้ด้วยนวัตกรรมและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ”

ศาสตร์แห่งความหอม

ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง นักวิจัยกลิ่นจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า กลิ่นหอมที่เติมลงไปในน้ำยางเพื่อช่วยกลบกลิ่นยาง อยู่ในรูปของแคปซูลพอลิเมอร์ที่ไม่เป็นอันตรายและไม่ทำให้สมบัติของน้ำยางเปลี่ยนแปลง จึงเหมาะที่นำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมต่างๆ

ทีมวิจัยใช้เทคโนโลยีการกักเก็บ (encapsulation) กักเก็บน้ำหอมในแคปซูลจิ๋วระดับไมโครเมตรและนาโนเมตร ซึ่งเป็นอนุภาคเล็กๆ ที่เข้ากันได้ดีกับน้ำยาง และเป็นอนุภาคทนความร้อนกับความดันได้ดี อีกทั้งการเติมอนุภาคจิ๋วที่กักเก็บน้ำหอมไว้นี้ทีมวิจัยตั้งมาตรฐานไว้ว่า สมบัติต่างๆ ของยางพารา เช่น ความยืดหยุ่น ความนุ่ม ความแข็ง จะต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยางแต่ละประเภท

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกยางพารามากกว่า18 ล้านไร่ และเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลกต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 20 ปี โดยมีการผลิตอยู่ที่ 3.82 ล้านตันต่อปี มูลค่าส่งออกรวมส่วนใหญ่มาจากกลุ่มของวัตถุดิบยางพารา

ขณะที่สินค้าแปรรูปจากยางพารายังน้อย จึงมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ด้วยเหตุนี้ สกว.จึงมีแนวคิดในการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาศึกษางานวิจัยให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมสัดส่วนในเรื่องการเพิ่มการแปรรูปเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจยางพาราของไทย โดยมุ่งไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตเพื่อให้ยางพาราไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน

"การแปรรูปเพิ่มมูลผลผลิตค่าให้เกษตรกร ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่สากล และการส่งเสริมการพัฒนายางทั้งระบบ จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนายางพาราให้เข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางสำเร็จรูปต่างๆ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดในเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่นและอาเซียน" นักวิจัยกล่าว