อานิสงส์องค์กรอัพเกรดเครื่องรับวินโดว์ส 8 หนุนยอดขายพีซีอินเทลกระเตื้อง แต่ธุรกิจโมบายยังขาดทุนยับ
รายงานข่าวจากซีเน็ตระบุว่า ตลาดพีซีองค์กรหนุนกำไรบริษัทอินเทลโตขึ้น 40% ในไตรมาส 2 ช่วยชดเชยผลการดำเนินงานขาดทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในกลุ่มธุรกิจโมบายของผู้ผลิตหน่วยประมวลผลที่แข็งแกร่งในตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซีรายนี้
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารของอินเทลยังอนุมัติให้เพิ่มงบลงทุนสำหรับการซื้อคืนหุ้นบริษัท 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะใช้ราว 4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาสที่ 4 เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินให้ผู้ถือหุ้น
ทั้งนี้อินเทลนับเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักนับตั้งแต่ผู้บริโภคเริ่มหันไปให้ความสนใจสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและแล็ปท็อปเหมือนอดีต แต่บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากการอัพเกรดเครื่องใหม่ในจังหวะที่ตลาดพีซีกำลังเสื่อมความนิยม โดยเฉพาะลูกค้าองค์กรที่ต้องอัพเกรดเครื่องเพื่อให้สามารถรองรับกับการใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สเวอร์ชั่นใหม่ (วินโดว์ส 8) หลังไมโครซอฟท์ประกาศยุติการพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนสำหรับวินโดว์ส เอ็กซ์พีตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
อินเทล เผยว่า ธุรกิจพีซีมีกำไรจากการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น 41% ที่ 3.73 พันล้านดอลลาร์ และคิดเป็นรายได้โตขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ กำไรเพิ่ม 40% และรายได้โตขึ้น 19%
หากอินเทลยังคงเผชิญคำถามว่าจะดึงความสนใจในตลาดมือถือได้อย่างไร และแผนต่อไปเมื่อถึงวันที่วงจรการอัพเกรดเครื่องสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 สิ้นสุดลง ในขณะที่ความสนใจต่อสินค้าพีซีของผู้บริโภคทั่วไปก็ยังคงเป็นประเด็นที่ท้าทาย
แม้แผนขยายการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยประมวลผลเพื่อใช้สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตามคอนเซปต์ของเทคโนโลยียุคใหม่ที่เรียกว่า "อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์" แต่อินเทลก็ยังทำกำไรจากธุรกิจนี้ไม่ได้ ต่างจากคู่แข่งอย่าง "ควอลคอมม์" ที่ครองความโดดเด่นมายาวนานในตลาดหน่วยประมวลผลสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
อย่างไรก็ตามนายไบรอัน แครซนิช ประธานคณะผู้บริหารของอินเทลยังยืนยันว่า ธุรกิจโมบายยังเป็น "พื้นที่ยุทธศาสตร์" สำหรับอินเทลที่บริษัทจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างวิวัฒนาการของสินค้าให้มีความเป็นส่วนบุคคลมากขึ้น, เคลื่อนย้ายได้สะดวก และเชื่อมต่อได้





