วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นมข้าว' จากทุ่งสู่ห้าง

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา น้ำนมข้าวยาคูถูกต่อยอดจากสูตรเฉพาะครอบครัวสู่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมา น้ำนมข้าวยาคูถูกต่อยอดจากสูตรเฉพาะครอบครัวสู่ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ชูความสดใหม่ ไร้สารแต่งเติม เตรียมเสริมเทคโนโลยีฆ่าเชื้อเพื่อบุกห้างสรรพสินค้า

น้ำนมข้าวยาคู เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย บริษัท พี. กรีน เฮิร์บ 2001 จึงเริ่มสร้างธุรกิจน้ำนมข้าวยาคูภายใต้แบรนด์เลดี้ สิริณ (Lady Sirin) เป็นครั้งแรกในปี 2540 บุกเบิกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค และช่วยเกษตรกร เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทย

:: ปรับแบรนด์ใหม่-ตลาดใหญ่ขึ้น

นมข้าวยาคู คือ การคัดสรรข้าวอ่อนระยะ 2 เดือน – 2.5 เดือน ซึ่งในระยะนี้คือ ระยะน้ำนมมาทำเป็นนมข้าวยาคูนั้น เป็นระยะที่ข้าวมีการเก็บสะสมสารอาหารที่สำคัญไว้มาก นอกจากสารอาหารหลักในหมู่คาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังมีไฟเบอร์ จากเปลือกข้าวอ่อน ซึ่งได้มาจากกรรมวิธีในการบดทั้งเปลือกข้าว และยังมีสารอาหารเสริมในหมู่วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญต่อรางกาย

น้ำนมข้าวยาคูแบรนด์เลดี้ สิริณ เป็นสูตรที่ มล.สิริณ รองทรง พัฒนาขึ้นเป็นสูตรของตนเองหลังได้ลองชิมแล้วชอบ จากนั้นพัฒนาเป็นธุรกิจที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้รักสุขภาพ แต่เหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2550 ส่งผลให้นาข้าวที่เป็นแหล่งวัตถุดิบหลักเสียหายจนไม่มีข้าวอ่อนมาผลิตสินค้าจึงเงียบหายไป

“ประติรพ โชติบุตร และชัยวัฒน์ อภิสมัยมงคล” เป็นคนรุ่นลูกที่มองเห็นความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ยังมีลูกค้าสอบถาม รวมถึงเทรนด์ของสุขภาพที่คนในสังคมเมือง ใช้ชีวิตรีบเร่ง เริ่มมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์สุขภาพมากยิ่งขึ้น จึงเริ่มธุรกิจน้ำนมข้าวยาคูขึ้นมาใหม่ พร้อมชื่อแบรนด์ใหม่ “Sirin&Co” ในช่วงกลางปี 2556

ประติรพกล่าวว่า ข้อได้เปรียบของแบรนด์ใหม่คือ มีฐานลูกค้าเก่าและมีความต้องการซื้อน้ำนมข้าวยาคูอยู่มาก ในขณะเดียวกันก็มีสูตรเครื่องดื่ม และเกษตรกรที่ทำสัญญาส่งข้าวอ่อนมาให้อยู่แล้ว

“เราชูจุดแข็งเรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมี วัตถุกันเสียต่าง ๆ และยังเป็นเครื่องดื่มที่หารับประทานได้ยาก คู่แข่งน้อย ทำให้มีโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนสูงวัย คนที่ใส่ใจสุขภาพ รวมถึงคนที่ใส่ใจเรื่องความงาม เพราะน้ำนมข้าวยาคูมีประโยชน์สำหรับผิวมากเช่นกัน” เจ้าของธุรกิจอธิบาย

:: เข้าห้างฯ -เพิ่มลูกค้า

ความยากของธุรกิจน้ำนมข้าวยาคู ชัยวัฒน์เผยว่า ต้นทุนสูง ต้องใช้แรงงานคนเนื่องจากกรรมวิธีการผลิตยุ่งยาก ในขณะเดียวกัน การทำสดโดยไม่ใช้สารเคมีและสารกันเสีย ทำให้อายุการวางจำหน่าย (Shelf Life) น้อย ไม่พอต่อการขยายช่องทางจำหน่ายเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

“การตลาดหลักของเราคือ การออกบูทในงานที่เกี่ยวกับสินค้าและอาหารเพื่อสุขภาพ ปีละไม่ต่ำกว่า 4 งาน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่เรามองว่า การขยายช่องทางเข้าไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็น ที่จะทำให้ตลาดของแบรนด์ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ต้องการที่จะใส่สารเคมี”

เจ้าของแบรนด์จึงลองใช้เทคโนโลยีการฆ่าเชื้อด้วยระบบไอน้ำ ที่ใช้หลักการเดียวกับซอสมะเขือเทศและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งได้ผลดี น้ำนมข้าวยาคูที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีนี้สามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน

ชัยวัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจวิเคราะห์เกี่ยวกับโภชนาการและเชื้อโรคเพื่อยื่นขอ อย. ซึ่งคาดจะเสร็จในปี 57 นี้ โดยมีแผนที่จะเข้าไปวางจำหน่ายในท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต เลม่อนฟาร์ม และหาตัวแทนจำหน่าย

ปัจจุบัน น้ำนมข้าวยาคู Sirin&Co มียอดขายอยู่ประมาณ 5 พันขวดต่อเดือน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการรับรู้แบรนด์ที่มีมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ได้แตกไลน์เพิ่มมูลค่าเป็นไอศกรีมน้ำนมข้าวยาคู เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายให้กับลูกค้าที่อยากรับประทานในรูปแบบอื่น

“นอกจากนี้ เราอยู่ระหว่างการพัฒนาน้ำนมข้าวยาคูผง ที่จะทำให้ขยายตลาดไปได้กว้างขึ้น รับประทานได้สะดวกทุกทีทุกเวลา โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมขายภายในปี 57 นี้” เจ้าของแบรนด์กล่าว พร้อมชี้ว่า ตลาดส่งออกเป็นอีกช่องทางที่กำลังเดินหน้า คาดว่าจะเริ่มในปี 58 โดยมองกลุ่มประเทศแถบอาหรับ เนื่องจากน้ำนมข้าวยาคูที่ผลิตได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีความต้องการและกำลังซื้อมาก