วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอชพี' ชูภูมิภาคอาเซียน ฟันเฟืองหนุนธุรกิจฟื้นตัว

'เอชพี' เผยผ่านวิกฤติ 3 ปี สถานการณ์เริ่มดีขึ้นทั้งลูกค้า-พาร์ทเนอร์ตอบรับดี หนี้ลด-เงินหมุนเวียนดีขึ้น

นายจิม เมอริท รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือ เอชพี กล่าวว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่บริษัทเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ตั้งแต่การเข้าถึงตลาด ความใกล้ชิดลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงระบบการแบ่งผลประโยชน์กับพาร์ทเนอร์ ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นมาก ตลอดจนการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ สำหรับการทำงานภายในของเอชพีส่งผลให้บริษัทสามารถลดขนาดหนี้สินลงได้มากและมีเงินหมุนเวียนดีขึ้น

“สิ่งที่เราพยายามทำตลอด 3 ปีที่ผ่านมา คือ การทำให้เอชพีเริ่มกลับมาเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ดูจากผลตอบรับจากตลาดและพาร์ทเนอร์”

ส่วนตลาดไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญมากสำหรับเอชพี โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเน็ตเวิร์คกิ้ง ที่เอชพีมีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับหนึ่ง หรือราว 30%

แม้ภาพรวมจะชะลอตัวลงจากปัจจัยที่มีภายในประเทศ แต่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น เอชพีคาดหวังให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้เอชพียังดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะมีทีมงานที่ดี และยังสามารถให้บริการกับลูกค้าได้ดีปกติ

สำหรับการลงทุนอาจช้าไปบ้างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่เมื่อเหตุการณ์กลับมาปกติแผนทุกอย่างก็จะเริ่มกลับมาเหมือนเดิม

“เราคาดหวังสูงมากว่าประเทศไทยจะยังทำได้ดีเหมือนที่ผ่านมา ดูจากภาพรวมการเติบโตของตลาดหุ้นที่ยังทำได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพตลาดที่ยังสำคัญกับการลงทุนของบริษัทต่างๆในประเทศ”

นอกจากนี้ภาพรวมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับเอชพี ไม่ว่าไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและมาเลเซียที่ถือเป็นตัวจักรสำคัญสร้างการเติบโตให้เอชพีโดยรวม โดยเอชพีจะเน้นตลาดกลุ่มธุรกิจเอกชนในภูมิภาคนี้

ผู้บริหารเอชพีเผยว่า เป้าหมายของบริษัทในอีก 2 ปีข้างหน้า คือ การเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีให้เร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการตอบสนองความต้องการในตลาดองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมตั้งแต่คลาวด์ คอมพิวติ้ง, โมบิลิตี้, บิ๊กดาต้า และซิเคียวริตี้ ซึ่งกำลังเป็นเมกะเทรนด์ที่สร้างแรงกดดันให้กับองค์กรของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ

เอชพีมองว่าการที่องค์กรจะสามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ ต้องทำงานร่วมกับบริษัทที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะการใช้เทคโนโลยีเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายเมอริท ระบุว่า ความคาดหวังส่วนตัวปีนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรทั้งภายในและภายนอก ตั้งแต่การสร้างความเป็นผู้นำให้พนักงานเอชพีไม่ว่าจะอยู่ในแผนกการขาย ปฏิบัติการ หรือระดับผู้บริหาร ขณะที่ภายนอก คือ การนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการให้ลูกค้าได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แผนลดคนจำนวนมากที่ผ่านมาถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างบุคลากร ซึ่งจะทำให้เอชพีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดงานซ้ำซ้อนลงสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ดีขึ้น