"เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์" เกาะติดเทรนด์บอลโลกคึกคัก เปิดช่องทางรวมศูนย์ข้อมูลบอลโลก รวมมิตรกระแสบนโลกไซเบอร์ คุยเรื่องเดียวกันได้ทั่วทั้งโลก
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า กระแสบอลโลกที่บราซิล "เวิลด์ คัพ 2014" ซึ่งเริ่มเปิดฉากวันนี้เป็นวันแรก (12 มิ.ย.) โซเชียล เน็ตเวิร์ค 2 รายใหญ่ทั้งเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ เปิดตัวศูนย์รวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลทั้งหมด หลังเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้ง 2 แห่งเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรับชมและติดตามความเคลื่อนไหวผ่านช่องทางดังกล่าว
โดย "เฟซบุ๊ค" ซึ่งถือเป็นโซเชียล เน็ตเวิร์คที่มีฐานสมาชิกมากที่สุดในโลกได้เริ่มเปิด "เทรนดิ้ง เวิลด์ คัพ" ศูนย์กลางสำหรับแฟนบอลที่จะรวมโพสต์ยอดนิยมทั้งหมดเกี่ยวกับบอลโลก และตั้งค่าการโพสต์แบบสาธารณะ รวมถึงระบบติดตามการแข่งขันที่จะรายงานข้อมูลคู่เตะแต่ละวัน ทั้งผลคะแนนล่าสุดและไฮไลท์ของการแข่งขันแต่ละนัด, ฟีดข่าวหรือกระดานข่าวแบบพิเศษซึ่งแสดงโพสต์ของเพื่อนบนเฟซบุ๊ค และข้อมูลอัพเดตล่าสุดของผู้เล่นและทีมต่างๆ แบบเรียลไทม์
พร้อมกันนี้เฟซบุ๊คยังเปิดตัว "แฟน แมพ" หรือแผนที่แสดงพื้นที่อยู่ของบรรดาแฟนคลับของนักฟุตบอลดาวเด่น 10 ราย ประกอบด้วย คริสเตียโน โรนัลโด, เมสซี่, เนย์มาร์, รูนี่, อิเนียสต้า, โอซิล, คาซิลล่า, วิลล่า, เบนเซม่า และเชราร์ด ปีเก
คริสเตียโน โรนัลโด เป็นนักฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบนเฟซบุ๊ค หรือ 84 ล้านคนบนเฟนเพจ ซึ่งข้อมูลบนแฟน แมพจะรายงานกระแสความนิยมให้เห็นเป็นเปอร์เซ็นต์ในแต่ละพื้นที่ เช่น ประเทศศรีลังกา ความนิยมของโรนัลโด สูงมาก หรือเหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปถึง 20.5% และยังจัดอันดับความนิยมต่อนักฟุตบอลของประเทศเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ให้แฟนบอลแสดงสปิริตของแฟนพันธุ์แท้ด้วยการแชร์นัดแข่งขันของทีมที่กำลังชมอยู่ โดยคลิกที่ไอคอนหน้ายิ้มก่อนแชร์โพสต์ และเลือก “กำลังดู” จากนั้นเลือกแมทช์ที่กำลังชมอยู่ รวมทั้งยังเลือกธงชาติที่จะแชร์ได้
ขณะที่ไมโคร บล็อกกิ้ง "ทวิตเตอร์" ก็ใช้กระแสบอลโลกเป็นโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานรายใหม่ด้วยการเปิดให้ผู้สมัครทวิตเตอร์ใหม่สามารถประกาศตัวเป็นแฟนฟุตบอลทีมโปรดได้ผ่านตัวเลือกที่มีให้ทั้งรูปภาพโปรไลฟ์ รูปภาพส่วนหัว คะแนนแบบเรียลไทม์ และไฮไลต์สําคัญๆ ของทีมโปรด
นอกจากนี้ ทวิตเตอร์ยังสร้างศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับบอลโลกที่่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละราย และมีฟีเจอร์ใหม่ให้ทวีตพร้อมใส่สัญลักษณ์ธงประจำชาติที่เรียกว่า "แฮชแฟล็ค (hashflags)” เหมือนที่เคยใช้ตอนบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ โดยเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้





